สธ.ยกระดับคุมเข้ม "อีโบลา" กักกัน-แยกกัก ผู้เดินทางจาก 2 ประเทศเสี่ยงอย่างน้อย 21 วัน

สังคม
14:18
จำนวนผู้ชม 57
Thai PBS
สธ.ยกระดับคุมเข้ม "อีโบลา" กักกัน-แยกกัก ผู้เดินทางจาก 2 ประเทศเสี่ยงอย่างน้อย 21 วัน
สธ.ยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมป้องกันโรคติดเชื้อ "ไวรัสอีโบลา" ใช้มาตรการทางกฎหมายกำหนดให้ผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง "ดีอาร์คองโก-ยูกันดา" ที่ไม่มีอาการป่วย ต้องกักกันในสถานที่ที่กำหนดอย่างน้อย 21 วัน

วันนี้ (26 พ.ค.2569) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ Bundibugyo เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ ปัจจุบันพบการระบาดหลักในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) มีผู้ป่วยสงสัยสะสม 867 คน เสียชีวิต 214 คน ยืนยันผล 10 คน และผู้ป่วยเข้าข่ายสงสัยที่เสียชีวิต 204 คน

นอกจากนี้ การแพร่ระบาดข้ามแดนไปยังสาธารณรัฐยูกันดา พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว 5 คน เสียชีวิต 1 คน แม้ประเทศไทยจะยังไม่เคยพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศ แต่มีความเสี่ยงจากการเดินทางระหว่างประเทศ และการเคลื่อนย้ายประชากรทั่วโลก โดยเฉพาะผู้เดินทางที่มาจากพื้นที่หรือผ่านพื้นที่ที่มีการระบาด

กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ประกาศให้ ดีอาร์คองโก และยูกันดา เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย เพื่อให้มีการปรับมาตรการป้องกันและสกัดกั้นโรคเข้าสู่ประเทศไทยอย่างเข้มงวดและทันท่วงที

ที่ประชุมฯ ได้เห็นชอบให้ใช้มาตรการทางกฎหมาย ในการคัดกรองผู้เดินทางที่มาจากหรือผ่านเขตติดโรคทั้ง 2 ประเทศ โดยเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อจะออกหนังสือคำสั่งถึงผู้เดินทางทุกคน ให้ผู้เดินทางที่ "ไม่มีอาการ" ต้องถูกกักกันในสถานที่ที่กำหนด อย่างน้อย 21 วัน ส่วนผู้เดินทางที่ "มีอาการป่วยเข้าได้กับอาการโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา" จะถูกแยกกักในสถานพยาบาลของรัฐที่กำหนด อย่างน้อย 21 วัน โดยอนุญาตให้ผู้เดินทางลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) เพียงสนามบินเดียว ซึ่งกรมควบคุมโรค ได้จัดสถานที่กักกันให้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการกักกันและแยกกัก ภายใน 72 ชั่วโมงแรก

นอกจากนี้ ยังได้ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา โดยการคัดกรองและติดตามผู้เดินทางมาจากประเทศหรือผ่านประเทศที่เป็นเขตติดโรค และให้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ หน่วยงานระดับพื้นที่ เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยาน ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ในการตรวจสอบและติดตามถิ่นที่อยู่และการเดินทาง รวมถึงสนับสนุนการประชาสัมพันธ์และสื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง

ขอให้ประชาชนได้มั่นใจว่า ประเทศไทยมีการเตรียมพร้อมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และคัดกรองโรค ทั้งด้านบุคลากร เวชภัณฑ์ ห้องปฏิบัติการ และระบบควบคุมโรค และขอความร่วมมือผู้เดินทางทุกคนให้ข้อมูลประวัติการเดินทางตามความเป็นจริง เพื่อร่วมกันป้องกันและควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ

ไชยชนก ถก META หลังไลฟ์อนาจารหลุด เตือนคนแชร์ต่อเสี่ยงผิดกฎหมาย

"สุริยะ" พร้อมทำงานเต็มที่ หลังวูบที่อุดรธานี ยันอาการดีขึ้น 80%

เตือน ห้ามนำ “Username/Password” ให้ผู้อื่นใช้ กรมพัฒน์ฯ ชี้ โทษหนักถึงจำคุก