"โอมาน" ประเทศล่าสุด "ทรัมป์" ขู่โจมตีหากร่วมมืออิหร่านคุมฮอร์มุซ

ต่างประเทศ
08:39
จำนวนผู้ชม 112
Thai PBS
"โอมาน" ประเทศล่าสุด "ทรัมป์" ขู่โจมตีหากร่วมมืออิหร่านคุมฮอร์มุซ
โอมานกลายเป็นประเทศล่าสุดที่ ปธน.ทรัมป์ ขู่ใช้กำลังทางทหาร หลังกล่าวพาดพิงถึงการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับอิหร่าน ท่ามกลางการวิเคราะห์ว่านโยบายต่างประเทศของทรัมป์มีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นต่อเนื่อง

วันนี้ (28 พ.ค.2569) แอรอน เบลค นักข่าวอาวุโส CNN วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศว่า "โอมาน" กลายเป็นประเทศล่าสุดที่ถูก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกปากขู่ถึงความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทางทหาร หลังทรัมป์แสดงท่าทีแข็งกร้าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาว โดยพาดพิงถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุมว่า หากโอมานร่วมมือกับอิหร่านในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ อาจตอบโต้ด้วยกำลัง พร้อมใช้ถ้อยคำรุนแรงว่า

โอมานจะต้องทำเหมือนประเทศอื่น ไม่เช่นนั้นเราอาจต้องถล่มพวกเขา

ซึ่งคำพูดดังกล่าวสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากถูกมองว่า เป็นการพูดฉับพลัน ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า สะท้อนแนวทางด้านนโยบายต่างประเทศที่แข็งกร้าวมากขึ้นของทรัมป์ในช่วงหลัง

บทวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศหลายสำนักชี้ว่า โอมานถือเป็นประเทศลำดับล่าสุดในรายชื่ออย่างน้อย 15 ประเทศ ที่ทรัมป์เคยโจมตี ข่มขู่ หรือเปิดช่องความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทางทหาร ตลอดช่วงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้ง 2 สมัย โดยเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียง 16 เดือนแรกของการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2

รายชื่อประเทศที่เคยตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี หรือถูกกล่าวถึงในเชิงคุกคามจากทรัมป์ ประกอบด้วย อิหร่าน อิรัก ไนจีเรีย โซมาเลีย ซีเรีย เวเนซุเอลา เยเมน แคนาดา โคลอมเบีย คิวบา กรีนแลนด์ เม็กซิโก ปานามา เกาหลีเหนือ และล่าสุดประเทศที่ 15 คือ โอมาน บางกรณีเป็นการโจมตีทางทหารจริง ขณะที่บางกรณีเป็นการส่งสัญญาณเชิงข่มขู่ หรือการปฏิเสธที่จะตัดทางเลือกในการใช้กำลังทหารออกไป

"โอมาน" ประเทศล่าสุด "ทรัมป์" ขู่โจมตีหากร่วมมืออิหร่านคุมฮอร์มุซ

"โอมาน" ประเทศล่าสุด "ทรัมป์" ขู่โจมตีหากร่วมมืออิหร่านคุมฮอร์มุซ

เฉพาะในวาระการดำรงตำแหน่งปัจจุบัน มีรายงานว่า ทรัมป์ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีใน 7 ประเทศ ได้แก่ อิหร่าน อิรัก ไนจีเรีย โซมาเลีย ซีเรีย เวเนซุเอลา และเยเมน นอกจากนี้ ยังมีปฏิบัติการทางทหารต่อเรือต้องสงสัย เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดในทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งส่งผลให้มีเรือถูกโจมตีเกือบ 60 ลำ และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 190 คน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนระบุว่า ลักษณะการใช้กำลังของทรัมป์มีรายละเอียดแตกต่างกันในแต่ละกรณี เช่น การโจมตีในอิรัก บางครั้งมุ่งเป้าไปที่กลุ่มติดอาวุธหรือผู้ก่อการร้าย มากกว่าการโจมตีรัฐบาลโดยตรง ขณะที่หลายกรณีเป็นเพียงการสร้างแรงกดดันทางการเมืองและการทูตผ่านถ้อยคำแข็งกร้าว

นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเชื่อว่า ทรัมป์กำลังใช้แนวคิด "Madman Theory" หรือ "ทฤษฎีคนบ้า" ซึ่งเป็นแนวทางที่พยายามสร้างภาพลักษณ์ให้คู่แข่งหรือฝ่ายตรงข้ามเชื่อว่า ผู้นำสหรัฐฯ พร้อมตัดสินใจอย่างรุนแรงได้ทุกเมื่อ เพื่อกดดันให้ประเทศต่าง ๆ ยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ โดยไม่ต้องเข้าสู่การเผชิญหน้าจริงในทุกกรณี

แม้แนวทางดังกล่าวจะถูกมองว่า เป็นกลยุทธ์ด้านการเจรจา แต่หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามว่า ท่าทีของทรัมป์กำลังทำให้โลกเข้าสู่ภาวะตึงเครียดมากขึ้น โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ซึ่งมีอย่างน้อย 5 ประเทศที่เคยตกเป็นเป้าหมายของการข่มขู่หรือโจมตีจากทรัมป์ ทั้งอิหร่าน อิรัก ซีเรีย เยเมน และล่าสุดคือโอมาน

อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือ ความย้อนแย้งระหว่างคำหาเสียงของทรัมป์กับแนวทางที่เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ เพราะในช่วงเลือกตั้ง เขาเคยโจมตีคู่แข่งทางการเมืองว่า เป็น "สายสงคราม" ที่อาจทำให้สหรัฐฯ เข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งระดับโลก หรืออาจนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 หลังกลับเข้าสู่ทำเนียบขาว นโยบายต่างประเทศของเขากลับถูกมองว่ามีลักษณะพร้อมใช้กำลังมากขึ้นเรื่อย ๆ

บทวิเคราะห์ยังระบุว่า ประเทศที่ทรัมป์เคยข่มขู่หรือโจมตีคิดเป็นประมาณร้อยละ 7-8 ของประเทศทั่วโลก และหากคำนวณจากจำนวนประชากร จะเทียบเท่ากับประชากรประมาณ 1 ใน 11 ของโลก ที่อาศัยอยู่ในประเทศซึ่งเคยเผชิญแรงกดดันทางทหารจากสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์

นอกจากนี้ ยังมีอย่างน้อย 5 ดินแดนหรือประเทศที่ทรัมป์เคยกล่าวถึงในลักษณะเชิงขยายอิทธิพลของสหรัฐฯ ได้แก่ แคนาดา คิวบา กรีนแลนด์ ปานามา โดยเฉพาะคลองปานามา และเวเนซุเอลา ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า สะท้อนมุมมองด้านภูมิรัฐศาสตร์และผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการรักษาอิทธิพลในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก

ขณะเดียวกัน ถ้อยคำขู่ล่าสุดต่อโอมานยังถูกมองว่าอาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อสถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียและตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีความเปราะบางด้านความมั่นคงอยู่แล้ว โดยเฉพาะในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงตึงเครียด และหลายประเทศกำลังพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางทหารครั้งใหม่ในภูมิภาคดังกล่าว

อ่านข่าว :

เช็กหมายเลขผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. "ชัชชาติ" เบอร์ 9 "ชัยวัฒน์" เบอร์ 10

ยูกานดาสั่งปิดพรมแดนติดดีอาร์ คองโก 4 สัปดาห์ สกัดการระบาดอีโบลา

ศาลกัมพูชาสั่งจำคุกตลอดชีวิต "6 ชาวจีน" ฆาตกรรม นศ.เกาหลีใต้