วันนี้ (1 มิ.ย.2569) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เปิดเผยตัวเลขร้านค้าและการใช้สิทธิในโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" วันแรก (1 มิ.ย.2569) โดยเวลา 13.00 น. พบว่า มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบแล้ว 588 ล้านบาท ประชาชนใช้สิทธิ 2,894,994 คน และมีร้านค้าที่ได้รับเงินจากโครงการกว่า 418,844 ร้านค้า โดยรัฐจ่ายให้ 343.13 ล้านบาท ประชาชนจ่ายเอง 244.86 ล้านบาท มีประชาชนที่ได้สิทธิร่วมโครงการ 26,040,623 คน และมีจำนวนร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จ พร้อมให้บริการ จำนวน 853,004 ร้านค้า
ครึ่งวัน “ไทยช่วยไทยพลัส” เงินสะพัด 588 ล้านบาท ประชาชนใช้สิทธิกว่า 2.8 ล้านคน
สำหรับรูปแบบของโครงการ รัฐบาลจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า 60% ในขณะที่ประชาชนจ่ายสมทบเอง 40% รัฐจะช่วยจ่ายให้สูงสุดวันละ 200 บาท (ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อรวม 333.33 บาทต่อวัน) และจำกัดสิทธิ์การช่วยเหลือที่เดือนละ 1,000 บาท ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการในกลุ่มนี้ประมาณ 26.05 ล้านคน ซึ่งกว่า 60% เป็นกลุ่มคนชั้นกลางและมนุษย์เงินเดือน
ด้านผู้ประกอบการ ปัจจุบันมีร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1.05 ล้านร้านค้า โดยโครงการนี้สงวนสิทธิ์เฉพาะร้านค้ารายย่อยและไม่เปิดให้กลุ่มห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ (Modern Trade) เข้าร่วม เพื่อต้องการช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดอย่างแท้จริง ซึ่งร้านค้าใหม่ที่สนใจยังสามารถสมัครผ่านแอพพลิเคชัน ถุงเงิน ได้จนถึงวันที่ 31 ก.ค.นี้
ครึ่งวัน “ไทยช่วยไทยพลัส” เงินสะพัด 588 ล้านบาท ประชาชนใช้สิทธิกว่า 2.8 ล้านคน
ครึ่งวัน “ไทยช่วยไทยพลัส” เงินสะพัด 588 ล้านบาท ประชาชนใช้สิทธิกว่า 2.8 ล้านคน
กระทรวงการคลัง แนะให้ผู้ประกอบการ ใช้ นกกระซิบ หรือ AI Chatbot ซึ่งเป็นแชทบอทอัจฉริยะ บนแอปพลิเคชัน ถุงเงิน ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็น ผู้ช่วยร้านค้า ในการ ช่วยตอบคำถาม แนะนำการใช้งาน และวิเคราะห์ข้อมูลการขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าในโครงการภาครัฐ เช่น ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าว รองรับการใช้งานบนแอปถุงเงิน เวอร์ชัน 5.50.0 ขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.2569 เป็นต้นมา และใช้งานได้เฉพาะบัญชีเจ้าของร้านค้าเท่านั้น
อ่านข่าว:
ใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” วันแรก 8.9 แสนคน "คลัง" เผยเงินสะพัด 170 ล้านบาท
“ไทยช่วยไทย พลัส” วันแรก คึกคัก ประชาชนแห่ใช้จ่าย ชี้อยากให้รัฐบาลคุมราคาวัตถุดิบ
เริ่มแล้ววันแรก 1 มิ.ย. ประชาชนใช้จ่าย "ไทยช่วยไทยพลัส"

