ทำความรู้จัก "ส.ก.-ส.ม." ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง 28 มิ.ย.69

การเมือง
09:00
จำนวนผู้ชม 76
Thai PBS
ทำความรู้จัก "ส.ก.-ส.ม." ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง 28 มิ.ย.69
ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งท้องถิ่น 28 มิ.ย. 2569 ชวนรู้จักบทบาทของ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และ สมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) ผู้แทนประชาชนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ทำหน้าที่อะไร มีอำนาจแค่ไหน

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ประชาชนในกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาจะได้ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น โดยคนกรุงเทพฯ จะเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ขณะที่ ชาวเมืองพัทยาจะเลือกนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) เพื่อเข้าไปทำหน้าที่บริหารและกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองในช่วง 4 ปีข้างหน้า

แม้สายตาของหลายคนอาจจับจ้องไปที่การแข่งขันชิงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ กทม. หรือนายกเมืองพัทยา แต่ตำแหน่ง "ส.ก." และ "ส.ม." ก็มีบทบาทสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะเป็นผู้แทนของประชาชนในสภาท้องถิ่น ทำหน้าที่พิจารณางบประมาณ ออกข้อบัญญัติ และตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร รวมถึงสะท้อนปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่ไปสู่การแก้ไขเชิงนโยบาย

อ่านข่าว : ผู้ว่าฯ กทม. และนายกพัทยา ใครทำอะไร มีอำนาจแค่ไหน?

สนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร บรรยากาศเริ่มคึกคักมากขึ้นตามลำดับ โดยหลังปิดรับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 28 พ.ค. - 1 มิ.ย. 2569 มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ก. ทั้ง 50 เขต รวม 258 คน โดย 5 เขตที่มีผู้สมัครมากที่สุด ได้แก่ คลองสามวา 10 คน คันนายาว ภาษีเจริญ และยานนาวา เขตละ 9 คน และพญาไท 7 คน

ส่วนเมืองพัทยา มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ม. รวมทั้งสิ้น 67 คน แบ่งเป็น เขต 1 จำนวน 13 คน และเขต 2 เขต 3 และเขต 4 มีผู้สมัครเท่ากันเขตละ 18 คน สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่คึกคักของทั้งสององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ

ก่อนเข้าคูหาในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ประชาชนจึงควรทำความเข้าใจบทบาทและอำนาจหน้าที่ของ ส.ก. และ ส.ม. ให้มากขึ้น เพราะนอกจากการเลือกผู้บริหารเมืองแล้ว การเลือกผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่ในสภาท้องถิ่นก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่โดยตรง

ส.ก. คือใคร ทำหน้าที่อะไร

"ส.ก." ย่อมาจาก สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร คือ ตัวแทนของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง ทำหน้าที่เป็น "ฝ่ายนิติบัญญัติ" คอยตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร (ผู้ว่าฯ กทม.) โดยแต่ละเขตเลือกตั้งจะมี ส.ก. ได้ 1 คน (มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี) ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมี ส.ก. รวม 50 คน ตามจำนวนเขต

บทบาทและหน้าที่สำคัญของ ส.ก. คือ การพิจารณาและให้ความเห็นชอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีของ กทม. เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเมือง ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงถนน ทางเท้า ระบบระบายน้ำ ไฟส่องสว่าง หรือโครงการสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ส.ก. ยังมีหน้าที่ตรวจสอบและติดตามการทำงานของฝ่ายบริหารและหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่อให้การบริหารราชการเป็นไปอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างตรงจุด

ในด้านกฎหมาย ส.ก. มีอำนาจพิจารณาและตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับภายในพื้นที่กรุงเทพฯ เช่น การจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย การจัดการสิ่งแวดล้อม หรือมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะ

ขณะเดียวกัน ส.ก. ยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับกรุงเทพมหานคร โดยรับฟังปัญหา ข้อร้องเรียน และความต้องการของคนในพื้นที่ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาในสภากรุงเทพมหานคร และผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขต่อไป

ในทางปฏิบัติ หลายโครงการที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ ล้วนผ่านการพิจารณาของสภากรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณก่อสร้างถนน ทางเท้า ระบบระบายน้ำ การจัดซื้อรถเก็บขยะ การพัฒนาสวนสาธารณะ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม หรือแม้แต่การติดตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและฝุ่น PM2.5

ด้วยเหตุนี้ ส.ก. จึงเปรียบเสมือนตัวแทนประชาชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ถ่วงดุล และกำกับการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร เพื่อให้การดำเนินงานของกรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างโปร่งใสและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน

ตัวอย่าง ส.ก. ทำอะไรในสภา กทม.

หลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ ล้วนผ่านการพิจารณาของ ส.ก. เช่น การอนุมัติงบประมาณก่อสร้างถนนและทางเท้า, การจัดซื้อรถเก็บขยะ, การพัฒนาระบบระบายน้ำแก้ปัญหาน้ำท่วม, การพัฒนาสวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียว, การตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่ของ กทม., การติดตามปัญหาฝุ่น PM 2.5 และสิ่งแวดล้อม

แล้ว ส.ก. สำคัญอย่างไร แม้ผู้ว่าฯ กทม. จะเป็นผู้บริหารสูงสุดของกรุงเทพมหานคร แต่การใช้งบประมาณจำนวนมาก หรือการออกข้อบัญญัติต่าง ๆ ต้องผ่านการพิจารณาของสภากรุงเทพมหานคร หากไม่มี ส.ก. ทำหน้าที่ตรวจสอบ การบริหารงานของ กทม. อาจขาดกลไกถ่วงดุลอำนาจ

ส.ก. ต่างจาก สส. เขต อย่างไร

หลายคนมักสับสนระหว่าง ส.ก. กับ สส. (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร) แม้ว่าทั้งสองตำแหน่งจะมาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน แต่มีขอบเขตอำนาจแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย สส. ทำหน้าที่ออกกฎหมายระดับประเทศ ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และพิจารณางบประมาณแผ่นดิน ขณะที่ ส.ก. ดูแลเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกรุงเทพมหานคร และทำงานอยู่ในระดับท้องถิ่น

สมาชิกสภากรุงเทพมหานครชุดแรกที่มาจากการแต่งตั้ง จำนวน 48 คน ส่วนประธานสภากรุงเทพมหานครคนแรก คือ พระยามไหสวรรย์ ได้รับการแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2516 ซึ่งภายหลังสภากรุงเทพมหานครมีความเห็นให้ถือเอาวันที่ 16 เมษายน ของทุกปี เป็นวันสภากรุงเทพมหานครนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 กำหนดให้สภากรุงเทพมหานครมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจำนวนอย่างน้อยเขตละ 1 คน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี

ส.ม. คือใคร ทำหน้าที่อะไร ?

"ส.ม." หรือ สมาชิกสภาเมืองพัทยา คือ คือผู้แทนของประชาชนในเขตเมืองพัทยาที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ทำหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติของเมืองพัทยา โดยทำงานควบคู่กับนายกเมืองพัทยาซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร ปัจจุบันสภาเมืองพัทยามีสมาชิกทั้งหมด 24 คน และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี

บทบาทของ สมาชิกสภาเมืองพัทยา มีความสำคัญ เนื่องจากเมืองพัทยาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษแห่งที่ 2 ของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวสำคัญที่สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจจำนวนมากให้กับประเทศ การบริหารจัดการเมืองจึงต้องรองรับทั้งประชาชนในพื้นที่ นักท่องเที่ยว และภาคธุรกิจจำนวนมาก

ด้วยศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ชายหาดที่มีชื่อเสียง และทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ทำให้เมืองพัทยาต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการเมืองในหลายมิติ ทั้งการท่องเที่ยว การจราจร สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชาชน

จากสภาแต่งตั้ง สู่สภาที่มาจากประชาชนทั้งหมด

ที่มาของสมาชิกสภาเมืองพัทยามีพัฒนาการสำคัญ 2 ช่วง โดยในยุคแรกตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2521 สภาเมืองพัทยามีสมาชิก 17 คน แบ่งเป็นสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 9 คน และผู้ทรงคุณวุฒิที่รมว.มหาดไทยแต่งตั้งอีก 8 คน ซึ่งทั้งหมดมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี

ต่อมามีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542 โดยกำหนดให้สมาชิกสภาเมืองพัทยาทั้ง 24 คน ทุกคนจะมีที่มาเหมือนกันหมด คือ มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเมืองพัทยา มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปีเท่ากันนับแต่วันเลือกตั้ง

อำนาจหน้าที่สำคัญของ ส.ม.

ภายใต้โครงสร้างปัจจุบัน สมาชิกสภาเมืองพัทยาจะเลือกกันเองเพื่อดำรงตำแหน่งประธานสภา 1 คน และรองประธานสภา 2 คน เพื่อทำหน้าที่กำกับการประชุมสภาและดำเนินกิจการของสภาเมืองพัทยา

นอกจากการพิจารณาและให้ความเห็นชอบงบประมาณแล้ว ส.ม. ยังมีอำนาจเสนอร่างข้อบัญญัติเมืองพัทยา พิจารณากฎหมายท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมือง ตลอดจนตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น การตั้งกระทู้ถาม การเสนอญัตติ และการอภิปรายทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารราชการของนายกเมืองพัทยา

ด้วยเหตุนี้ ส.ม. จึงไม่ใช่เพียงผู้ร่วมประชุมในสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการถ่วงดุลอำนาจ ตรวจสอบการใช้งบประมาณ และสะท้อนเสียงของประชาชน เพื่อให้การพัฒนาเมืองพัทยาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การเลือกตั้งวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ได้แก่ "บัตรสีเขียว" สำหรับเลือก "ผู้ว่าฯ กทม." และบัตรสีชมพูสำหรับเลือก "สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร" หรือ ส.ก. ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเมืองพัทยาจะได้รับ "บัตรสีเขียว" สำหรับเลือก "นายกเมืองพัทยา" และ "บัตรสีชมพู" สำหรับเลือก "สมาชิกสภาเมืองพัทยา" หรือ ส.ม.

แม้ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. และนายกเมืองพัทยาจะเป็นผู้บริหารสูงสุดของเมือง แต่การพัฒนาเมืองให้เดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยฝ่ายบริหารเพียงลำพัง เพราะยังต้องอาศัย ส.ก. และ ส.ม. ในฐานะผู้แทนประชาชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ถ่วงดุล และร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

อ้างอิงข้อมูล : สภากรุงเทพมหานคร, สถาบันพระปกเกล้า (1, 2)