กรมอุทยานฯ สั่งปรับเป็นพินัย 10,000 บาท กลุ่มบุคคลนำรถเข้าพื้นที่หวงห้าม "อุทยานฯเขาแหลม"

สิ่งแวดล้อม
14:58
จำนวนผู้ชม 73
Thai PBS
กรมอุทยานฯ สั่งปรับเป็นพินัย 10,000 บาท กลุ่มบุคคลนำรถเข้าพื้นที่หวงห้าม "อุทยานฯเขาแหลม"
อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งปรับเป็นพินัย 10,000 บาท หลังพบกลุ่มบุคคลนำรถเข้าพื้นที่หวงห้ามอุทยานแห่งชาติเขาแหลม​ ย้ำ ห้ามทำเด็ดขาด ​พร้อมคาดโทษสูงสุด​

วันนี้ (2 มิ.ย.2569) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับกลุ่มบุคคลนำยานพาหนะเข้าไปในพื้นที่สถานีนิเถะ เขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เปราะบางและหวงห้ามว่า สั่งการให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดและไม่มีข้อยกเว้น

​ผมสั่งการให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยให้ปรับ​เป็นพินัยสูงถึง 10,000 บาท และดำเนินการตามฐานความผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และสั่งการเด็ดขาดห้ามกระทำพฤติกรรมในลักษณะนี้อีก​ หากพบต้องระวางโทษทั้งจำและปรับสูงสุด​ พร้อมกำชับอุทยานแห่งชาติทุกแห่งให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก

​อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า พื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ การนำยานพาหนะเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการละเมิดกฎหมายและระเบียบของกรมอุทยานฯ อย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ

เหตุการณ์นี้กรมอุทยานฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากที่ตรวจสอบพบความผิดปกติ ประกาศผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของอุทยานฯ ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามารายงานตัว ซึ่งขณะนี้ได้รับทราบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้แสดงความรับผิดชอบเบื้องต้น และประสานขอเข้าพบเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในวันนี้ (2 มิ.ย.2569)

"ผมกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อเป็นมาตรฐานในการปกป้องพื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศ และขอฝากเตือนไปยังประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคนว่า ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืน เราจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดทันที" นายอรรถพล กล่าว

กรมอุทยานฯ สั่งปรับเป็นพินัย 10,000 บ. กลุ่มบุคคลนำรถเข้าพื้นที่หวงห้าม "อุทยานฯเขาแหลม"

กรมอุทยานฯ สั่งปรับเป็นพินัย 10,000 บ. กลุ่มบุคคลนำรถเข้าพื้นที่หวงห้าม "อุทยานฯเขาแหลม"

กลุ่มบุคคลเข้าชี้แจง "อุทยานฯเขาแหลม"

ล่าสุด เวลา 10.30 น. บุคคลที่เกี่ยวข้องเดินทางเข้าพบ นายพชร ลำดวล ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสรุปว่า บุคคลดังกล่าวชื่อน.ส.กฤติยา (สงวนนามสกุล) ชาวกรุงเทพมหานคร เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.สังขละบุรี บริเวณสถานีรถไฟนิเถะ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม

และชักชวนกลุ่มเพื่อนนำรถยนต์ส่วนบุคคล ขับลงไปในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะเป็นหลุมขนาดใหญ่ พร้อมทั้งบันทึกภาพนิ่ง คลิปวิดีโอ และภาพมุมสูงโดยใช้โดรน เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะ

น.ส.กฤติยา กล่าวยอมรับว่า กระทำการดังกล่าวด้วยความคึกคะนอง และขาดความตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

กรมอุทยานฯ สั่งปรับเป็นพินัย 10,000 บ. กลุ่มบุคคลนำรถเข้าพื้นที่หวงห้าม "อุทยานฯเขาแหลม"

กรมอุทยานฯ สั่งปรับเป็นพินัย 10,000 บ. กลุ่มบุคคลนำรถเข้าพื้นที่หวงห้าม "อุทยานฯเขาแหลม"

อุทยานแห่งชาติเขาแหลม พิจารณาแล้วเห็นว่า พื้นที่บริเวณสถานีนิเถะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ดำเนินการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ ข้อปฏิบัติในการท่องเที่ยว และป้ายห้ามเข้าพื้นที่ในบริเวณที่ยังคงสภาพร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้อย่างชัดเจนแล้ว

กรมอุทยานฯ สั่งปรับเป็นพินัย 10,000 บ. กลุ่มบุคคลนำรถเข้าพื้นที่หวงห้าม "อุทยานฯเขาแหลม"

กรมอุทยานฯ สั่งปรับเป็นพินัย 10,000 บ. กลุ่มบุคคลนำรถเข้าพื้นที่หวงห้าม "อุทยานฯเขาแหลม"

การกระทำดังกล่าวรวมทั้งการบินโดรนโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 จึงดำเนินการปรับเป็นพินัย ในอัตรา 10,000 บาท ซึ่ง น.ส.กฤติยาชำระค่าปรับเป็นพินัยเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ว่ากล่าวตักเตือนและกำชับมิให้กระทำการในลักษณะดังกล่าวอีก ในการนี้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก อุทยานแห่งชาติเขาแหลมได้ดำเนินการเพิ่มเติม ดังนี้

1. ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์และป้ายประกาศ เพื่อสร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับแนวทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์

2. ดำเนินการปรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้กลับคืนสู่สภาพเดิม

3. กำชับเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแล และควบคุมกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

อ่านข่าว

พบ นทท.ขับรถลงหลุมระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างความเสียหายแหล่งท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ชี้แจง 2 ประเด็น กรณีภาพนักท่องเที่ยว-ช้างป่า

ปิดเส้นทางฯ น้ำตกกรุงชิงชั่วคราว หลังช้างป่าทำร้าย 2 นักท่องเที่ยวเจ็บ