วันนี้ (1 มิ.ย.2569) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายสุรศักดิ์ อนุสรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) กรณีนักท่องเที่ยวถูกช้างป่าทำร้ายได้รับบาดเจ็บ บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกกรุงชิง ในอุทยานแห่งชาติเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช โดยสั่งการให้อุทยานฯดูแลผู้บาดเจ็บและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2569 เวลาประมาณ 09.30 น. มีนักท่องเที่ยว จำนวน 4 คน เดินทางขึ้นไปท่องเที่ยวบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกกรุงชิง หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขล.3 (น้ำตกกรุงชิง) ระหว่างเดินเท้า นักท่องเที่ยวได้ยินเสียงช้างป่ากำลังหักกิ่งไม้ จึงพยายามเดินถอยหลังกลับเพื่อความปลอดภัย แต่กลับมีช้างป่า 1 ตัวที่พุ่งเข้าหาทันที
ปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกกรุงชิงชั่วคราว หลังช้างป่าทำร้าย 2 นักท่องเที่ยวเจ็บ
นักท่องเที่ยว 2 คนวิ่งหนีไปหลบหลังต้นไม้ได้ทัน ส่วนอีก 2 คนหนีไม่ทัน ถูกช้างป่าฟาดงวงใส่จนล้มลง จากนั้นมีช้างป่าอีก 2 ตัว (รวมเป็น 3 ตัว) เข้ามาเดินวนเวียนและใช้งวงจับนักท่องเที่ยวเหวี่ยงไปชนต้นไม้ พร้อมทั้งเหยียบซ้ำบริเวณขาและหลังทำให้ได้รับบาดเจ็บ
ต่อมาเวลา 10.20 น. เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนและติดตามช้างป่าในพื้นที่ เข้าตรวจสอบพบนักท่องเที่ยวทั้ง 4 คน อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ขล.3 ประมาณ 1.2 กิโลเมตร โดยขณะนั้นช้างป่ายังคงเดินวนเวียนอยู่ใกล้กับผู้บาดเจ็บ
เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าล่อเบี่ยงเบนความสนใจของช้างป่าให้แยกไปทางอื่น และเข้าช่วยเหลือนำตัวนักท่องเที่ยว ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บออกมาได้ก่อน และเร่งลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยกู้ภัย องค์การบริหารส่วนตำบลกรุงชิง
ผู้บาดเจ็บ 2 คน คือ น.ส.สวิตตา มีอาการไหปลาร้าร้าว นำตัวส่งโรงพยาบาลนบพิตำ และ น.ส.พชรพร บาดเจ็บบริเวณขาและหลัง ถูกส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลท่าศาลา โดยอุทยานฯจะติดตามและรายงานความคืบหน้าอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป
ปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกกรุงชิงชั่วคราว หลังช้างป่าทำร้าย 2 นักท่องเที่ยวเจ็บ
นายหฤษฎ์ชัย ฤทธิช่วย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาหลวง เปิดเผยว่า สั่งปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกกรุงชิงเป็นการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และเพื่อให้เจ้าหน้าที่ผลักดันช้างป่ากลับเข้าสู่ป่าลึก พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ตรวจตราและติดตามพฤติกรรมของโขลงช้างป่าในพื้นที่อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ เร่งติดตั้งป้ายเตือนภัยในจุดเสี่ยง รวมถึงซักซ้อมความพร้อมของระบบการสื่อสาร และระบบกู้ภัยเคลื่อนที่เร็วให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากพบเห็นช้างป่าห้ามตื่นตระหนก ส่งเสียงดัง หรือกระทำการใดๆ ที่เป็นการกระตุ้นช้าง และให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทันที
ครึ่งวัน “ไทยช่วยไทยพลัส” เงินสะพัด 588 ล้านบาท ประชาชนใช้สิทธิกว่า 2.8 ล้านคน
ทรัมป์ตีกลับข้อตกลงอิหร่าน เจรจายืดไปอีก 1 สัปดาห์
ใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” วันแรก 8.9 แสนคน "คลัง" เผยเงินสะพัด 170 ล้านบาท










