วันนี้ (2 มิ.ย.2569) เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจังหวัดมุกดาหาร สนธิกำลังร่วมกันเข้าตรวจสอบและกวาดล้าง ขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ภายหลังได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ที่ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ ขบวนการลักลอบนำเข้าผลไม้ "อะโวคาโด" หนีภาษีโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรอย่างถูกต้อง
ซึ่งชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าขบวนการดังกล่าว อาจมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มนายทุนใหญ่ในพื้นที่ และคาดการณ์ว่าในแต่ละวัน อาจมีปริมาณอะโวคาโด ถูกลักลอบนำเข้าสู่ประเทศไทยไม่ต่ำกว่าวันละ 40 ตัน
จากการขยายผลและลาดตระเวนอย่างเข้มงวด ล่าสุดกำลังพลจากกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2110 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณตลิ่งริมแม่น้ำโขง ในเขต ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร
เจ้าหน้าที่พบลังพลาสติกสีเขียว ภายในบรรจุผลไม้ประเภทอะโวคาโด วางทิ้งกระจายอยู่ตามแนวทางเดินริมฝั่ง และพบกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมด้วยกลุ่มวัยรุ่นรวมกันมากกว่า 10 คน กำลังช่วยกันลำเลียงลังพลาสติกบรรจุอะโวคาโดเหล่านั้น ขึ้นมาจากเรือหางยาว เพื่อเตรียมขนย้ายขึ้นรถกระบะที่จอดรออยู่เพื่อนำออกจากพื้นที่
เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการควบคุมตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าว พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากประชาชนในพื้นที่ ทราบว่า ขบวนการลักลอบนำเข้าอะโวคาโดเถื่อนเหล่านี้ มักจะเลือกใช้ช่วงเวลากลางคืนในการปฏิบัติการ โดยจะเดินเรือขนส่งสินค้าวันละหลายรอบ ซึ่งต้นทางของผลไม้อะโวคาโดเหล่านี้ ถูกนำเข้ามาจากประเทศเวียดนามและประเทศจีน ผ่านทางประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะกระจายสินค้าส่งไปจำหน่ายต่อในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวมถึงกรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ ในค่ำวันต่อมา เจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง หรือ นรข. เขตอุบลราชธานี โดยสถานีเรือมุกดาหาร ยังสามารถตรวจยึดผลไม้อะโวคาโดได้เพิ่มเติมอีกจำนวนประมาณ 2,400 กิโลกรัม ขณะกำลังลำเลียงขนส่งมากับเรือเหล็ก ติดเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่แล่นมาจากฝั่งประเทศลาว
หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร เปิดเผยว่า ในปัจจุบันพบสถิติการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรหนีภาษีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ข้าวสาร มะม่วงแก้วขมิ้น และอะโวคาโด ซึ่งหากสินค้าเถื่อนเหล่านี้สามารถเล็ดลอดเข้าไปยังพื้นที่เศรษฐกิจชั้นในของประเทศได้สำเร็จ ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงและรุนแรง ต่อกลไกราคาผลผลิตทางการเกษตรภายในประเทศ ทำให้เกษตรกรไทยได้รับความเดือดร้อน
ทั้งนี้ จากสถิติตั้งแต่เดือน ม.ค.2569 จนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอะโวคาโดผิดกฎหมายได้แล้วรวมกว่า 35 ตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายมากกว่า 2,000,000 บาท ซึ่งของกลางทั้งหมดที่ศุลกากรตรวจยึดได้ จะถูกส่งมอบต่อไปยังด่านตรวจพืชมุกดาหาร เพื่อดำเนินการทำลายทิ้ง ด้วยวิธีการฝังกลบตามมาตรการป้องกันโรคระบาดพืช
เนื่องจากทางด่านตรวจพืชอนุญาตให้นำเข้าอะโวคาโดอย่างถูกต้องเพียง 4 ประเทศเท่านั้น ได้แก่ ออสเตรเลีย เปรู นิวซีแลนด์ และจีน ส่วนอะโวคาโดจากประเทศเวียดนาม หากผู้ประกอบการประสงค์จะนำเข้า จะต้องแจ้งความจำนงต่อกรมวิชาการเกษตร เพื่อเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชเสียก่อน จึงจะสามารถนำเข้ามาในราชอาณาจักรอย่างถูกกฎหมายได้
อ่านข่าวอื่น :
นายกฯ ลงนามตั้ง ศบค.ชด.มอบ ผบ.ทสส.เป็น ผอ.ศูนย์ฯ
อินเดียสู้ชีวิต! แรงงานปรับตารางงานใหม่ รับมือความร้อนทะลุ 48 องศาฯ










