"จุลพันธ์" คุย "อนุทิน" แล้วถอนชื่อร่าง รธน.ยันไม่กระทบสัมพันธ์ร่วมรัฐบาล

การเมือง
13:20
จำนวนผู้ชม 55
Thai PBS
"จุลพันธ์" คุย "อนุทิน" แล้วถอนชื่อร่าง รธน.ยันไม่กระทบสัมพันธ์ร่วมรัฐบาล
เพื่อไทย ถอยปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ ที่มา สสร. หลังภูมิใจไทยถอนชื่อ คาดยื่นประธานสภาได้สัปดาห์หน้า "จุลพันธ์" ยันไม่กระทบสัมพันธ์ร่วมรัฐบาล เหตุ "อนุทิน" แจ้งก่อนแล้ว ลั่นเพื่อไทยไม่เสียหลักการ ทำอะไรต้องหวังผลไม่ใช่เริ่มด้วยความขัดแย้ง

วันนี้ (4 มิ.ย.2569) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยว่า ยอมรับว่ามีความเปลี่ยนแปลง ร่างของพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมที่จะยื่นเข้าสู่การพิจารณา 100% มีการลงชื่อโดย 7 พรรคการเมือง แต่เมื่อสมาชิกส่วนหนึ่งมีมติพรรคว่า จะถอนชื่อออกจากร่างของพรรคเพื่อไทยด้วยความห่วงใยในบางประเด็น พรรคเพื่อไทยก็น้อมรับฟังด้วยความเคารพ และเคารพสิทธิของสมาชิกที่จะดำเนินการได้

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งเป็นเรื่องปกติในสภาที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ยืนยันว่าไม่กระทบในเรื่องความสัมพันธ์ใด ๆ การถอนชื่อของพรรคภูมิใจไทยออก ไม่ใช่มีแค่ 30 คน แต่หมายถึงการเดินหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในฉบับของพรรคเพื่อไทย เมื่อมีการถอนชื่อแบบนี้พรรคเพื่อไทยต้องทำ 2 เรื่อง คือ 1.การพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยถึงเหตุผลและความจำเป็น แนวความคิดหรือข้อห่วงใย ในเรื่องความสุ่มเสี่ยงทางกฎหมายคืออะไรบ้าง และจะปรับแก้หรือเดินหน้าต่อไปอย่างไร 2.สมาชิกพรรคเพื่อไทย ต้องประชุมกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้าเพื่อพูดคุยถึงร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่ามีข้อห่วงใยอย่างไร

ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องมีความร่วมมือร่วมใจกัน เพราะกติกาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การลงมติ ต้องมีเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภา และจะต้องได้เสียงอย่างน้อย 1 ใน 3 ของ สว. เพราะฉะนั้น ไม่ใช่แค่ 30 คนแต่มีมากกว่านั้น ทั้งองคาพยพของพรรคภูมิใจไทย สมาชิกวุฒิสภา ที่มีความคิดเห็นเป็นไปในแนวทางใกล้เคียงกัน ฉะนั้นเราต้องพิจารณาตรงนี้ให้ถี่ถ้วน และต้องใช้เวลาอีกหลายวันข้างหน้าเพื่อพูดคุยกันภายในให้ตกผลึกว่าเราจะดำเนินการอย่างไร

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของหลายพรรคการเมือง มีแค่ร่างของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้นที่มีหลักการต่างจากพรรคอื่น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่เสียหลักการเราต้องเคารพเสียงประชาชน ต้องยอมรับความจริงว่าพรรคเพื่อไทยวันนี้มีแค่ 74 เสียง ไม่สามารถที่จะลงชื่อพรรคเดียวเพื่อผลักดันร่างของเราได้ ในส่วนของร่างหลักก็หนีไม่พ้นว่าพรรคภูมิใจไทยมีสมาชิกมากที่สุด สุดท้ายร่างของภูมิใจไทยก็คงต้องกลายเป็นร่างหลักในการพิจารณา ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของหลักการแต่เป็นเรื่องของสมการทางการเมือง เมื่อมีจำนวนเท่านี้เราก็ต้องผลักดันไปตามที่เราได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

ส่วนร่างของพรรคเพื่อไทยจะถูกปัดตกหรือไม่หากเข้าสู่วาระการประชุม นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ทำงานหวังผล ตนรับตำแหน่งการทำงานในสภามาขับเคลื่อนเชิงประเด็นว่า จะสามารถบรรลุแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ รับภารกิจมาในส่วนของคณะรัฐมนตรีตามภารกิจก็ขับเคลื่อนในกระทรวงตามภารกิจเพื่อให้บรรลุนโยบาย ต้องทำงานเพื่อที่จะเห็นเป้าหมายที่ชัดเจน เพราะสุดท้ายจะสามารถขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ที่จะมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่จะเป็นตัวแทนดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประโยชน์สูงสุด และมีความเป็นประชาธิปไตยสูงสุด

"วันนี้คงไม่ได้ยื่น แต่หลังจากนี้จะต้องมาทบทวนพูดคุยกันกับหลายฝ่าย สุดท้ายจะมีข้อสรุปอย่างไรก็มีกลไกในการทำงานอีกมาก เพื่อที่จะขับเคลื่อนแนวความคิดและบรรจุแนวความคิดของเราเข้าไป เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปในสิ่งที่เราเชื่อมั่นว่าจะเป็นประชาธิปไตยที่สุด และจะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้มากที่สุด"

สำหรับกรณีของ สสร.ควรมาจากการเลือกตั้งทางอ้อมหรือยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญใครวินิจฉัยได้บ้าง เราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตอบว่าอะไรถูกอะไรผิด วันนี้สิ่งที่ต้องทำคือต้องทบทวนและขอเวลาไม่นานเพื่อให้ตกผลึกก่อน

เมื่อถามว่าเรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกับแกนนำของพรรคภูมิใจไทยแล้วใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ก็ต้องคุยด้วย แต่ไม่ได้มีเรื่องของความขัดแย้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้บอกกับตนเองว่า พรรคภูมิใจไทยมีข้อห่วงใยเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรื่องนี้เราทราบล่วงหน้าแล้วถึงมติของพรรคภูมิใจไทยว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ซึ่งต้องรับฟัง เพราะถ้า 190 กว่าเสียง ยังไงก็เป็นพรรคหลักในการขับเคลื่อนเรื่องของการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ

นายจุลพันธ์ ยังระบุว่าไม่จำเป็นต้องปรับแก้ที่มาของ สสร. เพื่อให้สอดรับกับร่างของภูมิใจไทย ทั้งนี้ให้เวลาเป็นตัวตอบดีกว่า ตนไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตอบได้ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันของสมาชิกพรรคเพื่อไทยก่อน

ทั้งนี้การถอนชื่อของพรรคภูมิใจไทยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานร่วมกัน เพราะไม่ใช่อยู่ ๆ ก็ถอนชื่อ และนายอนุทินได้แจ้งเรื่องนี้มาที่ตนเองก่อนแล้ว เพียงแต่เมื่อเหตุการณ์เดินมาถึงจุดนี้ก็ต้องกลับมาพูดคุยให้ชัดเจน

ขณะที่พรรคเพื่อไทยอาจจะถูกวิพากษ์วิจารณ์กรณีเมื่อร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยแล้วอาจเสียหลักการของตัวเองหรือไม่นั้น นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า ไม่ใช่ ซึ่งยังมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่อีกหลายข้อ ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นร่างของใครก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายหลักของประเทศ ไม่สามารถเริ่มด้วยการขัดแย้ง ต้องพยายามทำสงวนจุดร่วมและหาจุดที่สามารถเดินหน้าร่วมกันได้ในการขับเคลื่อนการแก้ไข ถ้าเราเริ่มต้นด้วยการยืนประจันหน้ากัน รับประกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้สุดท้ายจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน

นายจุลพันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมรับฟังทุกฝ่าย ความพยายามที่ผ่านมาเชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์สูงสุด และเป็นประชาธิปไตยโดยที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่การเดินหน้าต้องรวบรวมเสียงของสมาชิกไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เพราะเชื่อว่าความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายเท่านั้น จึงจะสามารถผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้นได้จริง

อ่านข่าว :

"นิกร" แจงเหตุภูมิใจไทยถอนชื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของเพื่อไทย

มติ ภท.ให้สมาชิกถอนชื่อร่างแก้ รธน.เพื่อไทย หวั่นขัดคําวินิจฉัยศาล

จ่อบรรจุแก้รัฐธรรมนูญ​ 7-8 ก.ค.นี้​ ประธานสภา​ฯ​ ชี้วาทะ "ระบอบสีน้ำเงิน" ไม่เป็นอุปสรรค​