วันนี้ (4 มิ.ย.2569) CNN รายงานความคืบหน้าครั้งสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยจากการประชุมเจรจาไกล่เกลี่ยครั้งล่าสุด ณ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ใช้เวลายาวนานเกือบ 9 ชั่วโมง ส่งผลให้ประเทศอิสราเอล และประเทศเลบานอนออกแถลงการณ์ร่วมกัน ยืนยันความเห็นชอบในการผลักดันและบังคับใช้มาตรการหยุดยิงร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดเงื่อนไขผูกพันที่เข้มงวด โดยระบุว่า กระบวนการหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อกลุ่มกองกำลังเฮซบอลลาห์ยินยอมยุติการยิงโจมตีในทุกรูปแบบโดยสิ้นเชิง พร้อมทั้งต้องเคลื่อนย้ายกองกำลังพลและบุคลากรปฏิบัติการทั้งหมดออกจากพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่รัฐบาลอิสราเอล ได้แสดงท่าทีข่มขู่ที่จะยกระดับปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่นักวิเคราะห์มองว่า อาจส่งผลกระทบและขัดขวางกระบวนการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่ ประกอบกับก่อนหน้านี้ มาตรการหยุดยิงถูกละเมิดซ้ำหลายครั้ง
ในแถลงการณ์ร่วม ระบุอีกว่า อิสราเอลและเลบานอนได้ตกลงที่จะเปิดการเจรจาต่อยอดอีกครั้ง ช่วงวันที่ 22 มิ.ย.2569 เป้าหมายเพื่อบรรลุข้อตกลงที่ครอบคลุมและยั่งยืน ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ รับหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้
นอกจากนี้ ทั้ง 2 ประเทศยังเห็นชอบร่วมกันในการเร่งจัดตั้ง "เขตพื้นที่นำร่อง" ซึ่งเป็นเขตพื้นที่เฉพาะที่กองทัพเลบานอนจะเข้าพิทักษ์และใช้อำนาจควบคุมดูแลแต่เพียงผู้เดียว โดยสั่งห้ามไม่ให้กลุ่มติดอาวุธหรือองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ เข้ามามีบทบาทในพื้นที่ดังกล่าวเด็ดขาด แต่แถลงการณ์ก็ยังไม่ได้มีการระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการจัดตั้งเขตนำร่องนี้
นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านยังได้กล่าวเตือนอย่างรุนแรงผ่านสื่ออาหรับ อัล มายาดีน (Al Mayadeen) โดยระบุว่า อิหร่านได้แจ้งเตือนไปยังฝ่ายสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการแล้วว่า หากพื้นที่กรุงเบรุตถูกอิสราเอลโจมตี อิหร่านจะไม่ทนต่อสถานการณ์ดังกล่าวไม่ว่าในกรณีใด ๆ และจะถือว่ามาตรการหยุดยิงได้ถูกทำลายลงโดยสิ้นเชิง
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นในวันเดียวกับที่กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนรายงานว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในพื้นที่เลบานอนตอนใต้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน
ขณะเดียวกัน ในซีกโลกตะวันตก ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติจำกัดอำนาจในการทำสงครามของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในประเทศอิหร่าน ถือเป็นความพยายามครั้งใหญ่ของรัฐสภาในการสกัดกั้นและแสดงท่าทีคัดค้านต่อแนวทางการบริหารจัดการความขัดแย้งในตะวันออกกลางของทรัมป์
ส่วนทางด้าน เยเคียล ไลเตอร์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ ได้ออกมาลดกระแสข่าวลือเกี่ยวกับรอยร้าวและความเห็นต่างระหว่าง ประธานาธิบดีทรัมป์ และ นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล พร้อมทั้งส่งคำเตือนทิ้งท้ายว่า หากกลุ่มเฮซบอลลาห์ยังคงมีความตั้งใจที่จะก่อกวนหรือทำลายข้อตกลงหยุดยิงในครั้งนี้ ผลลัพธ์ร้ายแรงและความหายนะทั้งหมดที่จะตามมาก็จะต้องตกเป็นความรับผิดชอบของกลุ่มเฮซบอลลาห์แต่เพียงผู้เดียว
อ่านข่าว :
"จุลพันธ์" เปิดศูนย์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำจัดเลือกตั้งโปร่งใส










