เรียกเสียงฮือฮา ในกลุ่มข้าราชการ ทั่วประเทศ หลัง “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกรัฐมนตรี โยนหินถามทาง แนวทางการปฏิรูปโครงสร้างกำลังคนภาครัฐ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลตามมาตรฐานองค์การ เพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) หลังมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จัดทำแผนเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retirement)
โครงการเกษียณก่อนกำหนด ถือเป็นหนึ่งในนโยบายลำดับที่ 21 “ปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่” ซึ่งรัฐบาลอนุทิน 2 แถลงต่อรัฐสภา เมื่อต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา วัตถุประสงค์เพื่อปรับลดขนาดภาครัฐอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการทบทวนภารกิจหน่วยงาน ลดความซ้ำ ซ้อนของงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เสริมวินัยทางการเงินการคลัง การใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนเป็นหลัก
เป้าหมายอยู่ที่ข้าราชการที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีอายุราชการตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป โดยมีการเสนอสิทธิประโยชน์พิเศษหรือ “เงินก้อนชดเชย” สูงสุดถึง 400 วัน เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ข้าราชการตัดสินใจออกจากราชการก่อนกำหนด โดยการเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว เป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างการได้รับเงินก้อนในปัจจุบัน กับการลดลงของบำนาญรายเดือนในอนาคต
ที่สำคัญ คือ เพื่อหวังลดจำนวนข้าราชการที่มีมากเกินความจำเป็น และภารหน้าที่ไม่สอดคล้องกับลักษณะงานในปัจจุบัน และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลสามารถทำได้รวดเร็วขึ้น ซึ่ง รองนายก ฯ ปกรณ์ อธิบายว่า ระบบกฎหมายไทยแบบเดิมที่เน้นการควบคุม (Control System) ต้องใช้คนจำนวนมากในการอนุมัติ อนุญาต แต่เมื่อนำเทคโนโลยี Agentic AI และระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ กระบวนงานจะกระชับขึ้น ความจำเป็นในการใช้คนจึงลดลง
โยนหิน "เออร์ลี่รีไทร์" ข้าราชการ "ปรับคนล้นงาน-ลดงบประมาณประเทศ"
ข้อมูลกำลังคนภาครัฐ ปีงบประมาณ 2566 มีจำนวน 3,037,803 คน เป็นข้าราชการ 1,756,2594 คน รองลงมาเป็นกำลังพลประเภทอื่น เช่น ลูกจ้างชั่วคราว 321,657 คน พนักงานรัฐวิสาหกิจ 214,860 คน พนักงานจ้าง 193,948 คน และพนักงานราชการ 181,549 คน
ส่วนข้อมูลกำลังคนภาครัฐปี 2567 มีจำนวน 3,004,485 คน เป็นข้าราชการ 1.76 ล้านคน และกำลังคนประเภทอื่น 1.25 ล้านคน หากเทียบกับประชากรไทยประมาณ 65.95 ล้านคน ก็ประมาณว่า เจ้าหน้าที่รัฐ 1 คน ดูแลประชาชน 22 คน โดยกลุ่มข้าราชการที่มีจำนวนมากสุด คือ ครูและบุคลากรการศึกษา รองลงมาคือ พลเรือนสามัญ ทหาร และตำรวจ
มีรายงานระบุว่า เบื้องต้นมาตรการนี้กำหนดสิทธิประโยชน์แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก เพื่อให้ข้าราชการที่สนใจสามารถประเมินความ คุ้มค่าและรักษาผลประโยชน์ที่พึงมีได้อย่างครบถ้วน ทั้งสิทธิประโยชน์พิเศษ หรือเงินก้อนชดเชย ที่รัฐบาลเสนอเพิ่ม เติมจากการเกษียณปกติ โดยใช้โครงสร้างเดียวกับกฎหมายคุ้มครองแรงงานของภาคเอกชนในกรณีเลิกจ้าง แบ่งตามอายุงานดังนี้ คือ 10 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 20 ปี 300 วัน 10 เดือน และ20 ปีขึ้นไป 400 วัน 13.3 เดือน
โดยสูตรการคำนวณ จะเป็นเงินเดือนสุดท้าย / 30) x จำนวนวันชดเชย เช่น ข้าราชการที่มีเงินเดือนสุดท้าย 69,040 บาท และมีอายุงานเกิน 20 ปี จะได้รับเงินชดเชยประมาณ 920,533 บาท ขณะที่สิทธิประโยชน์พื้นฐานเดิม การรักษาพยาบาล ผู้เข้าร่วมโครงการยังคงได้รับสิทธิสวัสดิการตามกฎหมายปกติอย่างครบถ้วน
รวมทั้งบำเหน็จบำนาญที่สามารถเลือกรับเป็น "เงินก้อน” หรือ "รายเดือนตลอดชีพ” เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายมีสิทธิครบตามเกณฑ์ปกติอยู่แล้ว
โยนหิน "เออร์ลี่รีไทร์" ข้าราชการ "ปรับคนล้นงาน-ลดงบประมาณประเทศ"
สำหรับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ จะได้รับเงินคืนทั้งหมด (เงินสะสม, เงินสมทบ, เงินชดเชย และผลประโยชน์จากการลงทุน) รวมทั้ง สวัสดิการรักษาพยาบาลหากเลือกรับบำนาญ จะยังคงสิทธิเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลจากกรมบัญชี กลางได้ตลอดชีวิต แต่ ข้อเสียเรื่องบำนาญรายเดือนที่จะลดลง เพราะอายุราชการหายไป ตัวคูณจะน้อยลง ส่งผลให้รายรับตลอดชีพลดลง
“ประเด็นด้านภาษียังต้องรอความชัดเจนจากกรมสรรพากร และกระทรวงการคลังว่า เงินชดเชยพิเศษนี้จะได้รับยกเว้นภาษีหรือมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราใด ซึ่งจะมีผลต่อจำนวนเงินสุทธิที่จะได้รับจริง”
“เห็นด้วย นโยบายดิจิทัลมา กำลังคนมากกว่างาน ยอมรับว่า คนทำงานหน่วยงานราชการ บางคนก็ไม่ยอมปรับตัว เราใช้เทคโนโลยีมาใช้ทุ่นแรง แทนกำลังเคนได้ แต่คนที่อยู่รอด คือ คนที่ใช้เทคโนโลยีเป็น ภาครัฐขณะนี้ไม่ต่างกับเอกชน ในเรื่องการทำAI มาใช้เทนคน ....ข้าราชการตอนนี้มีมากเกินความจำเป้น งบประมาณที่ใช้กับคน 80 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ คือ เงินค่าจ้าง บางคนทำงานก็ไม่คุ้มค่า
สุดท้ายหน่วยงานรัฐจะต้องลีนคน แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมองค์กร บางหน่วยคนปรับตัว วัฒนธรรมองค์กรปรับ เขาก็ไปได้ เอา AI มาช่วย แต่หน่วยราชการบางแห่ง ไม่เกิดการแข่งขัน ทำงานไปวันๆ ยังไงก็ได้เงินเดือน ...ส่วนคนตั้งใจทำงาน ทำแล้วก็ไม่ได้อะไร มีระบบเส้นสาย ลูกรัก ....พอรัฐบาลมีโครงการนี้ออกมา พี่ๆ หลายคนในองค์กรก็เล็งแล้ว บางคนทำมานาน รู้สึกเหนื่อยพอแล้ว ออกดีกว่า” ส้ม ข้าราชการซี 8 ในหน่วยงานแห่งหนึ่ง เล่าถึงบรรยากาศในที่ทำงานหลังรัฐบาล โปรยโครงการเกษียณก่อนกำหนดถามทาง
โยนหิน "เออร์ลี่รีไทร์" ข้าราชการ "ปรับคนล้นงาน-ลดงบประมาณประเทศ"
การที่รัฐเปิดโครงการเกษียณก่อนกำหนด เพราะรัฐบาลอาจต้องการประหยัดงบประมาณที่จะต้องจ่ายในระยะยาว คือ “รัฐ” ต้องรัดเข็มขัด แม้จะยังมีการเปิดสอบเข้ารับราชการในทุกปี แต่ต้องไม่ลืมว่า ข้าราชการจบใหม่เงินเดือนน้อยกว่า ส่วนผู้ที่มีตำแหน่งงานสูงและเงินเดือนสูงกว่า ซึ่งเป็นคนที่มีคุณภาพ เลือกที่จะไม่อยู่ และจะทำให้หน่วยงานจะเสียบุคลากรคุณภาพที่มีองค์ความรู้ออกไป นี่คือสิ่งที่ต้องแลก
“แม้จะเออรี่ออกไปแล้ว ก็ยังได้บำนาญ แม้จะได้รับไม่เท่าผู้ที่เกษียณในวัย 60 ปี กลุ่มเออรี่โดยบำนาญจะคำนวณจากฐานเงินเดือนที่จะเออรี่ ดังนั้นหากมีโครงการนี้ออกมา รัฐจะลดงบประมาณได้เยอะมาก นอกจากเงินเดือนที่ต้องจ่ายแล้ว ยังมีเงินประจำตำแหน่ง เงินพิเศษและอื่น ๆอีกจิปาถะที่จะถูกตัดออกไปเลย” ข้าราชการเจน Y ระบุ
โยนหิน "เออร์ลี่รีไทร์" ข้าราชการ "ปรับคนล้นงาน-ลดงบประมาณประเทศ"
ขณะที่ “เอส” ข้าราชการองค์กรอิสระหน่วยงานหนึ่ง บอกว่า สำหรับโครงการเกษียณก่อนกำหนดน่าจะพุ่งเป้าลดจำนวนข้าราชการพลเรือนมากกว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่า องค์กรบางหน่วยมีงานล้นคน บางหน่วยมีคน ล้นงาน และต้องยอมรับว่า มีงานหลายประเภทที่ไม่สามารถใช้ AI ได้ โดยเฉพาะงานด้านกระบวนการยุติธรรม
“พอมีข่าวนี้ออกมา ข้าราชการก็จับกลุ่มคุยกัน กลุ่มพวกเป็นเจน Y ยังอยากอยู่จนถึงเกษียณ แต่เพื่อนบางคนบอกว่า อายุราชการ 14 -18 ปี ก็อยากเออรี่ ไปทำอย่างอื่นแล้ว เพราะ 18 ปีก็ได้บำนาญ เรายังพอมีเงินใช้รายเดือน แล้วก็ออกไปใช้ชีวิตที่อยากทำ เช่น ทำธุรกิจส่วนตัว หรือกลับบ้านไปทำอาชีพอื่น ไม่เดือดร้อน ทั้งหมดนี้ต้องดูรายละเอียดที่รัฐบาลหรือก.พ.จะประกาศออกมาก่อน” ข้าราชการคนเดิม กล่าว
แม้การทำงานตามระบบราชการไทยจะดูเหมือนอืดอาด ช้า ไม่ทันใจ การที่รัฐบาลเสนอให้ใช้เทคโนโลยีแทนกำลังคน โดยเฉพาะ AI มาใช้เพื่อปรับลดความซ้ำซ้อนของกำลังคนและหน่วยงานจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะกระทรวง ทบวง กรมที่มีโครงสร้างใหญ่ สำหรับนโยบายดังกล่าว ข้อมูลปัจจุบันรายละเอียดต่างๆ ยังเป็นร่างโครงการ โดยรายละเอียดทั้งหมดจะมีความชัดเจนในภาย ในปี 2569 นี้
อ่านข่าว
จับกระแสการเมือง : ทวงคืน "คลองหลอด" ล้างบางสีน้ำเงิน "ลุงป้อม" ไม่ถอดใจ อดีต 21 สส.แห่ซบ พปชร.
ระบอบสีน้ำเงิน ยาแรง
"ระบอบสีน้ำเงิน" ยาแรงค่ายส้ม "วาทกรรม" ฟื้นความนิยมขย่ม ภูมิใจไทย










