วันนี้ (26 ก.ค.2569) เจ้าหน้ากองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม (กก.3 บก.ป.) ร่วมกับ กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (กก.2 บก.ป.) เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี หลังสืบสวนพบว่าถูกดัดแปลงเป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มทุนจีนสีเทา ใช้เป็นสถานที่เปิดบ่อนพนัน ลักลอบเสพยาเสพติด และจัดบริการผิดกฎหมายครบวงจร รองรับลูกค้าชาวจีนโดยเฉพาะ
บุกทลาย "Dragon Nest" ใช้โรงแรมหรูเป็นฐานปาร์ตี้ยา-บ่อนพนันครบวงจร
สามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 4 คน ได้แก่1. นาย LIU อายุ 33 ปี สัญชาติจีน ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) โดยมีไว้ในครองครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจานในกลุ่มประชาชน2. MR.AYE (อาย อู) อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน เป็นต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
3. Mr.Khun อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมา ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน เป็นต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และ4. MR.CHAN อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมา ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรและอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตสถานที่จับกุม โรงแรมแห่งหนึ่ง บริเวณถนนงามวงศ์วาน ตำบลบานเขน อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
บุกทลาย "Dragon Nest" ใช้โรงแรมหรูเป็นฐานปาร์ตี้ยา-บ่อนพนันครบวงจร
คดีนี้เริ่มจากประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนมายังกองบังคับการปราบปรามว่า โรงแรมแห่งดังกล่าวมีพฤติการณ์ผิดปกติ มีชาวจีนเข้าออกตลอดทั้งวันทั้งคืน แต่กลับไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าพัก อีกทั้งมีการลักลอบเปิดให้เล่นการพนัน จัดปาร์ตี้เสพยาเสพติด และมั่วสุมของชาวจีนจำนวนมาก
จากการสืบสวนพบว่า โรงแรมแห่งนี้มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดผิดสังเกตตั้งแต่ลานจอดรถ จะมี รปภ. ใช้วิทยุสื่อสารแจ้งการมาถึงของลูกค้าไปยังพนักงานด้านใน ก่อนพาลูกค้าใช้ลิฟต์ที่ควบคุมด้วยคีย์การ์ดขึ้นไปยังชั้น 6 จากนั้นต้องเดินต่อผ่านบันไดไปยังชั้น 7 และชั้น 8 โดยมีบุคคลภายในถือกุญแจเปิดประตูรับเท่านั้นบุคคลภายนอก รวมถึงพนักงานทำความสะอาดของโรงแรม ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวโดยเด็ดขาด
บุกทลาย "Dragon Nest" ใช้โรงแรมหรูเป็นฐานปาร์ตี้ยา-บ่อนพนันครบวงจร
โดยผู้ให้บริการแทบทั้งหมดเป็นชาวจีน และพักอาศัยอยู่ภายในโรงแรมเดียวกัน เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหลออกสู่ภายนอกแม้โรงแรมจะแจ้งว่าห้องพักเต็มทุกวัน ทั้งการจองผ่านเว็บไซต์และการจองโดยตรง แต่เมื่อตรวจสอบกลับไม่พบลักษณะของนักท่องเที่ยวทั่วไปที่สอดคล้องกับอัตราการเข้าพักเต็ม สายลับให้ข้อมูลตรงกันว่ากลุ่มทุนจีนสีเทาเช่าโรงแรมทั้งหลังไว้สำหรับรองรับลูกค้าของตนเองเท่านั้น ชั้น 2-6 ใช้เป็นห้องพัก ส่วนชั้น 7 และชั้น 8 ถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่จัดปาร์ตี้ยาเสพติดและบ่อนพนัน บริเวณลานจอดรถพบรถยนต์จำนวนหลายคัน ซึ่งผู้ครอบครองส่วนใหญ่เป็นชาวจีน และจากการตรวจสอบพบความเชื่อมโยงกับการถือครองในลักษณะนอมินี
นอกจากนี้การตรวจสอบยังพบว่าเมื่อปี 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเคยเข้าตรวจค้นสถานที่แห่งนี้ และสามารถจับกุมนักพนันชาวจีน 26 ราย พร้อมผู้ร่วมกระทำความผิดชาวไทยอีก 23 ราย ตรวจยึดโต๊ะพนัน เครื่องสล็อต และอุปกรณ์การพนันจำนวนมาก ก่อนที่โรงแรมจะปิดปรับปรุงในเวลาต่อมา และลักลอบเปิดบ่อนพนันและจัดปาร์ตี้ยาเสพติดอีกครั้ง ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมกว่าเดิม
จากการรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ากลุ่มผู้กระทำผิดดำเนินการในลักษณะเป็นขบวนการเริ่มตั้งแต่จัดรถตู้ไปรับลูกค้าชาวจีนจากสนามบิน ส่งตรงเข้าโรงแรม จากนั้นให้บริการแบบครบวงจร ทั้งที่พัก การพนันยาเสพติด และบริการทางเพศ ลูกค้า ผู้ให้บริการ พนักงาน และผู้ดูแลระบบ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนทั้งหมดทำให้สามารถควบคุมพื้นที่และป้องกันการแทรกซึมของบุคคลภายนอกได้อย่างแนบเนียน ไม่มีใครคาดคิดว่าโรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางจังหวัดนนทบุรี จะถูกยึดครองโดยกลุ่มทุนจีนสีเทา ใช้เป็นฐานรองรับลูกค้าชาวจีนแบบครบวงจร ตั้งแต่รับส่งจากสนามบิน เปิดบ่อนพนัน จัดหายาเสพติด ไปจนถึงบริการทางเพศ ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากเรื่องร้องเรียนของประชาชน สู่การสืบสวนที่ใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่องก่อนจะเปิดโปงเครือข่ายทุนจีนสีเทาที่เช่าโรงแรมทั้งหลัง ดัดแปลงเป็นฐานปฏิบัติการลับ เปิดบ่อนพนัน ลักลอบเสพยาเสพติด และดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายครบวงจร หากปล่อยเวลาให้ล่วงเลย ผู้กระทำผิดอาจทำลายพยานหลักฐาน เคลื่อนย้ายทรัพย์สิน หรือปรับเปลี่ยนระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมจนนำไปสู่ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นครั้งใหญ่ของตำรวจกองปราบ
จนกระทั่ง ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ป. และ กก.2 บก.ป. สนธิกำลังกว่า 100 นายนำหมายค้นศาลอาญาเข้าปิดล้อมตรวจค้นโรงแรมทั้งหลัง การตรวจค้นพบผู้พักอาศัยกว่า 40 คน ประกอบด้วยชาวไทยใหญ่ ชาวจีน และชาวเมียนมา พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย และตรวจยึดของกลางจำนวนกว่า 200 รายการ ได้แก่ ยาเสพติดประเภทเคตามีนและแฮปปี้วอเตอร์ อุปกรณ์แบ่งบรรจุยาเสพติด อุปกรณ์เปิดบ่อนพนัน อาทิ ชิปพนัน ไพ่ ลูกเต๋า แผ่นบาคารา และอุปกรณ์ไฮโล เงินสด บัญชีธนาคาร บัตรธนาคาร โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลจากระบบกล้องวงจรปิด
เบื้องต้น ผู้ต้องหาสัญชาติจีนให้การว่า เป็นพนักงานของโรงแรมและพักอาศัยอยู่ภายในโรงแรมดังกล่าว โดยทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคนงาน และรับหน้าที่นำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าตามคำสั่งซึ่งยาเสพติดจะมีผู้นำมาฝากไว้ภายในห้องพัก เมื่อมีการสั่งซื้อจะนำไปส่งยังจุดนัดหมาย หรือในบางกรณีลูกค้าจะเดินทางมารับด้วยตนเองที่ห้องพัก ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่า ยาเสพติดที่ตรวจยึดได้และเงินสดจำนวน 110,000 บาทที่พบภายในตู้เซฟไม่ใช่ของตน
ส่วนผู้ต้องหาซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าว ให้การรับสารภาพว่าได้ลักลอบเข้ามาทำงานก่อสร้างในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปสอบถามผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
อ่านข่าว:
เปิด 4 พยานคดีฮั้วเลือก สว. ระบุคนดีลซื้อตั๋วเครื่องบินให้-นัดที่ รร.ย่านปทุมธานี
"ปกรณ์" ลุยยุบหน่วยงานซ้ำซ้อน ประเดิม "ธนาคารที่ดิน" ก.ย.นี้ ตามด้วย ป.ย.ป.
รถพุ่งชนฝูงชนใกล้งานไพรด์ในเบอร์ลิน เสียชีวิต 1 คน เจ็บกว่า 17 คน









