TH-AI Passport คืออะไร กางไทม์ไลน์จัดซื้อจัดจ้างวงเงินกว่า 1.6 พันล้าน

สังคม
09:59
จำนวนผู้ชม 20
Thai PBS
TH-AI Passport คืออะไร กางไทม์ไลน์จัดซื้อจัดจ้างวงเงินกว่า 1.6 พันล้าน
รู้จัก "TH-AI Passport" โครงการยกระดับทักษะ AI ของคนไทย วงเงินกว่า 1.6 พันล้านบาท ที่ตั้งเป้าให้ประชาชน 5 ล้านคนเข้าถึงการใช้งาน AI ระดับ Pro สู่ข้อถกเถียงเรื่องงบประมาณ ความโปร่งใส และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจริง

โครงการ TH-AI Passport กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาในวงกว้าง หลังรัฐบาลเดินหน้ายกระดับทักษะ AI ของคนไทยด้วยงบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับมืออาชีพและพัฒนาทักษะดิจิทัลในวงกว้าง

ขณะเดียวกันก็การตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่า ความโปร่งใส และรูปแบบการดำเนินโครงการเช่นกัน ชวนทำความรู้จัก TH-AI Passport ให้มากขึ้นว่าคืออะไร คนไทยจะได้รับประโยชน์อย่างไร และมีข้อกังวลอะไรที่ถูกตั้งคำถามบ้าง

TH-AI Passport คืออะไร ?

TH-AI Passport คือ โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย โดยสนับสนุนให้คนไทยสามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI และเรียนรู้การใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการศึกษา การทำงาน และการแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัล

แนวคิดสำคัญคือการผลักดันให้ประชาชนจำนวนมากสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ การทำงาน และการสร้างนวัตกรรม ไม่ใช่จำกัดอยู่เฉพาะคนในวงการเทคโนโลยีเท่านั้น

คนไทยจะได้อะไรจาก TH-AI Passport ?

นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่า ปัจจุบันคนไทยมีอัตราการเข้าถึง เทคโนโลยี AI เพียง 10.7% ซึ่งยังต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ 60.9% และเวียดนาม 23.5%

โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดีอี จะสามารถเพิ่มผู้ใช้งาน AI ได้ถึง 5 ล้านคน ผลักดันให้อัตราการเข้าถึง AI ของไทยเพิ่มขึ้นเป็นราว 23% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 16.3% โดยใช้งบเฉลี่ยเพียง 324 บาทต่อคนต่อปี หรือประมาณ 27 บาทต่อเดือนเท่านั้น

ภายใต้แนวคิด "Learn to Earn" โครงการมุ่งพัฒนาทักษะ AI ที่นำไปใช้ได้จริง ผ่านหลักสูตร Up Skill ที่ร่วมพัฒนากับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Google, Microsoft และ OpenAI เพื่อให้ประชาชนสามารถนำ AI ไปต่อยอดอาชีพและสร้างรายได้

ในด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีระบุว่า ผู้ให้บริการ AI จะไม่สามารถนำข้อมูลของผู้ใช้งานไป Gen AI ต่อได้ โดยข้อมูล User และ Prompt จะจัดเก็บบน Cloud ภายในประเทศไทย และเข้าถึงได้เฉพาะในรูปแบบที่ไม่สามารถระบุตัวตน (Anonymous) ส่วนการยืนยันตัวตน (Verify ID) มีไว้เพื่อยืนยันสิทธิใช้งานของคนไทยเท่านั้น และไม่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของโมเดล AI

หากโครงการดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ผู้ได้รับสิทธิ์จะเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับมืออาชีพ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการใช้งาน พร้อมรับโอกาสพัฒนาทักษะดิจิทัลที่จำเป็นสำหรับตลาดแรงงานและเศรษฐกิจยุคใหม่

ข้อดีของ TH-AI Passport

  • ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเครื่องมือ AI ให้ประชาชนมีโอกาสใช้งานได้อย่างทั่วถึง
  • เพิ่มทักษะแรงงานไทย AI กำลังกลายเป็นทักษะสำคัญของตลาดแรงงาน
  • สนับสนุนการศึกษาและธุรกิจ สามารถนำ AI ไปช่วยค้นคว้า สรุปข้อมูล เขียนเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล หรือช่วยงานด้านธุรกิจได้
  • ผลักดันประเทศเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ข้อกังวลและข้อเสียที่ถูกตั้งคำถาม

แม้โครงการ TH-AI Passport จะได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย แต่ก็มีข้อกังวลที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหลายประเด็น เช่นกัน

  • ความคุ้มค่าของงบฯ กว่า 1,600 ล้านบาท และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจริง
  • ความโปร่งใสของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงการเปิดเผยรายละเอียด TOR และหลักเกณฑ์การคัดเลือก
  • ความเป็นธรรมในการแข่งขัน หากการจัดหา AI เอื้อประโยชน์แก่ผู้ให้บริการบางราย
  • ประสิทธิผลของโครงการ มีคำถามว่าผู้ได้รับสิทธิ์จะใช้งานจริงมากน้อยเพียงใด
  • สามารถสร้างผลลัพธ์ด้านเศรษฐกิจหรือการพัฒนาทักษะได้ตามเป้าหรือไม่

กางไทม์ไลน์ การจัดซื้อจัดจ้าง TH-AI Passport

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เปิดเผยว่า โครงการ TH-AI Passport เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล เพื่อเร่งยกระดับศักยภาพด้านดิจิทัลและ AI ของคนไทย

30 กันยายน 2568 : รับมอบนโยบายและเริ่มจัดทำรายละเอียดโครงการใช้เวลา 1 เดือน และผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับ

5 พฤศจิกายน 2568 : ร่างโครงการผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารและจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของกระทรวงดีอี

12 พฤศจิกายน 2568 : คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมอนุมัติโครงการ และเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจรับทราบ โดยใช้งบจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE Fund) ตามมาตรา 23 ใน พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 (พ.ร.บ.ดีอี)

17 พฤศจิกายน 2568 : ประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้าง

15-22 ธันวาคม 2568 : เปิดประชาพิจารณ์ร่าง TOR

24 ธันวาคม 2568 – 26 มกราคม 2569 : ประกาศเชิญชวนผู้ยื่นข้อเสนอ

27 มกราคม 2569 : เปิดให้เสนอราคา

27 กุมภาพันธ์ – 11 มีนาคม 2569 : ประกาศผู้ชนะ รวมระยะเวลาอุทธรณ์

7 เมษายน 2569 : ลงนามในสัญญา โดยมีผู้ร่วมเสนอราคา 3 กลุ่ม และผู้ชนะคือ กิจการค้าร่วมทีเอช ซึ่งเสนอราคา 1,621 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดไว้ประมาณ 1.76 % (งบประมาณ 1,650 ล้านบาท)

ขอบเขตงาน-กิจกรรม โครงการ TH-AI Passport

สำหรับขอบเขตงานในโครงไม่ได้ครอบคลุมเพียงการจัดหาเครื่องมือ AI เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทดสอบก่อนและหลังการใช้งาน การประชาสัมพันธ์ การฝึกอบรม การจัด Boot Camp การประกวดแข่งขัน และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดระยะเวลาโครงการ

นอกจากนี้ยังมีการแจงรายละเอียด เรื่องของข้อกำหนดใน TOR ด้านการประชาสัมพันธ์ ซึ่งได้มีข้อกำหนดให้มีการประชาสัมพันธ์อย่างแพร่หลายในสื่อต่างๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย ไม่ใช่แค่การประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัล 6,000 จอ 1,500 สาขา ในร้านสะดวกซื้อ เพียงช่องทางเดียว หรือใช้บริการจากเจ้าของอุปกรณ์เพียงรายเดียว

มีการสร้างความตระหนักให้ประชาชนเข้าถึงโครงการดังกล่าว ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ที่เป็นวิดีโอ คลิปสั้น อินโฟกราฟิก กำหนดเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งาน (Reach) ไม่น้อยกว่า 50,000 คน

รวมทั้งการจัดกิจกรรมอบรม ในโครงการฯ ให้กับผู้ดูแลศูนย์ดิจิทัลชุมชน 2,222 แห่งทั่วประเทศ และกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ (Boot Camp) ให้แก่ผู้ที่สนใจจำนวนรวม 4,000 คน ใน 4 ภูมิภาค เพื่อเปิดโอกาสการเข้าถึงความรู้เพิ่มเติมในการใช้งาน AI

ตลอดจน การจัดให้มีการประกวดแข่งขันการใช้งาน AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการกระตุ้นการเรียนรู้ AI ที่สำคัญข้อมูลของการใช้งาน AI ในโครงการ ที่มีการปกปิดตัวตนเจ้าของข้อมูลแล้ว จะนำไปพัฒนาต่อยอดใน ThaiLLM ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับภาษาไทย นำไปสู่การสร้าง National AI ของประเทศไทยในที่สุด

ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวว่า โครงการ TH-AI passport ได้จัดหา Generative AI รุ่น Pro/Premium จากผู้ให้บริการ 14 ราย จำนวน 24 โมเดล อาทิ Gemini, ChatGPT, Grok, Claude และ Typhoon จำนวน 5 ล้านสิทธิ ใช้งานเป็นเวลา 12 เดือน โดยมีราคาจัดหาประมาณ 27.5 บ/เดือน/สิทธิ จากปกติที่ต้องมีค่าบริการจากผู้ให้บริการเจ้าของ Generative AI ราคา600 บ./เดือน/คน

กระทรวงดีอี ได้กำหนดเป้าหมายที่ยกระดับอัตราการใช้ AI ของประเทศ (AI Adoption Rate) ให้ขึ้นสู่ระดับ 20% ภายในปี 2570 จากสถิติ 10.7% ในปี 2568 เพื่อเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสให้กับคนไทยทั่วประเทศ เพื่อให้ก้าวทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เปิดรับฟังความเห็น TH-AI Passport

ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. นายไชยชนก ชิดชอบ เปิดเผยว่า กระทรวงเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการในวันที่ 11 มิ.ย. โดยยืนยันว่าต้องการรับฟังข้อเสนอจากทุกภาคส่วน และพร้อมปรับปรุงรายละเอียดเพื่อให้การใช้งบประมาณมีความชัดเจน โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ขณะที่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.กระทรวงดีอี ยืนยันว่า โครงการดำเนินการตามระเบียบราชการทุกขั้นตอน สามารถตรวจสอบได้ และเปิดกว้างต่อการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและการพัฒนาศักยภาพ AI ของประเทศในระยะยาว

นาซาเปิดรายชื่อ 4 นักบินอวกาศ เดินหน้าภารกิจอาร์เทมิส 3 ในปี 2027

ทบ.โต้ข่าวลือใช้ AI ตัดสินเงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ ทหารชายแดนไทย-กัมพูชา

กองทัพสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ โต้เหตุยิงเฮลิคอปเตอร์ตก