เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2569 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุถึงกรณีที่ปรากฏข่าวในสังคมออนไลน์ ซึ่งมีเนื้อหาคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง โดยกล่าวถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับเกณฑ์การพิจารณาเงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ (พ.ส.ร.) ของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
ทั้งนี้ ในโพสต์ดังกล่าวระบุว่า มีการใช้ระบบ AI ประเมินผลงาน และให้น้ำหนักกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมากกว่าทหารที่ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ จนก่อให้เกิดความเข้าใจข้อมูลไม่ครบถ้วนในหมู่กำลังพล
โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพบกได้รับทราบความห่วงใยดังกล่าว และขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยยืนยันว่า เงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้ร ถือเป็นบำเหน็จความชอบพิเศษที่กระทรวงกลาโหมจะพิจารณามอบให้แก่กำลังพลที่มีพฤติการณ์การสู้รบ หรือ ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ซึ่งการพิจารณาทั้งหมดมีหลักเกณฑ์และมาตรฐานทางกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน
สำหรับประเด็นที่มีการระบุถึงการใช้ระบบ AI นั้น พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ปัจจุบันกรมกำลังพลทหารบกอยู่ระหว่างขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลจากหน่วยระดับกองพันหรือเทียบเท่า โดยในลำดับแรกให้ความเร่งด่วนกับกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บก่อน จากนั้นจึงรวบรวมข้อมูลกำลังพลที่เข้าร่วมการสู้รบแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บในลำดับต่อไป
ทั้งนี้ กรมกำลังพลทหารบกได้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกในการวิเคราะห์พฤติกรรมและเหตุการณ์เท่านั้น มิใช่การปล่อยให้ระบบ AI เป็นผู้ตัดสินใจแทนมนุษย์แต่อย่างใด
ระบบดังกล่าวจะประเมินจากหลักฐานเชิงประจักษ์ที่หน่วยต้นสังกัดเสนอเข้ามา ซึ่งไม่ได้พิจารณาเฉพาะระดับการบาดเจ็บตามที่มีกระแสข่าวเท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาประกอบกับหลักฐานสำคัญอื่น ๆ ร่วมด้วย อาทิ รายงานเหตุการณ์พร้อมแผนภาพสถานที่จำลองสถานการณ์ หลักฐานทางการแพทย์ที่ระบุอาการและระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บ
นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์จากระบบคอมพิวเตอร์และเอกสารหลักฐานทั้งหมด จะต้องถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและตรวจสอบอย่างละเอียดโดยคณะกรรมการระดับกองทัพบกอีกครั้ง เพื่อกำหนดจำนวนขั้นบำเหน็จที่กำลังพลแต่ละนายจะได้รับอย่างเป็นธรรม สอดคล้องกับนโยบายของ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ที่เน้นย้ำให้ความสำคัญกับทหารร่วมรบทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ได้รับบาดเจ็บก็ตาม
โฆษกกองทัพบก ตั้งข้อสังเกตว่า ความเข้าใจข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนอาจมีสาเหตุมาจากหน่วยต้นสังกัดบางแห่งยังไม่เข้าใจกระบวนการพิจารณาเงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ ภายใต้เงื่อนไขของทางราชการอย่างถ่องแท้ ในเรื่องนี้ กรมกำลังพลทหารบกซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในภาพรวม เตรียมเชิญผู้แทนจากหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมรับฟังคำชี้แจง และทำความเข้าใจร่วมกันอีกครั้ง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและลดความสับสนที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ขอให้มั่นใจว่า กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ด้วยความทุ่มเทและเสียสละ จะได้รับการพิจารณาบำเหน็จความชอบด้วยความโปร่งใส และเป็นธรรม ตามระเบียบของทางราชการ
อ่านข่าว
อนุทินลั่นไม่เคยรุกล้ำใคร เตือนเขมรคิดให้ดีหากจะใช้กำลังกับไทย
ทร.เปลี่ยน "ธงชาติไทย" ผืนใหม่ จุดผ่านแดนบ้านหาดเล็ก
ทดลองเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ “ปราสาทตาควาย–เนิน 350”

