เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2569 องค์การบริหารมหาสมุทรชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ประกาศว่า โลกได้เข้าสู่ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" อย่างเป็นทางการ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลังอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรตอนกลางถึงตอนตะวันออก พุ่งสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน 0.5 องศาเซลเซียส
ขณะเดียวกันยังพบว่ากระแสลมเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตรเริ่มเปลี่ยนทิศทางเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าชั้นบรรยากาศโลกกำลังตอบสนองต่อมวลน้ำที่อุ่นขึ้นแล้ว โดยปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากปรากฏการณ์ "ลานีญา" สิ้นสุดลงเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
สิ่งที่สร้างความกังวลให้กับนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ คือ ผลการคาดการณ์จากแบบจำลองสภาพอากาศทั้งของสหรัฐฯ และยุโรป ที่ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า เอลนีโญรอบนี้อาจมีความรุนแรงในระดับ "ซูเปอร์เอลนีโญ" โดยมีโอกาสสูงถึงร้อยละ 63 ที่อุณหภูมิน้ำทะเลจะพุ่งสูงเกินเกณฑ์ปกติมากกว่า 1.5 ถึง 2 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือน พ.ย.-ม.ค.
หากสถานการณ์เป็นไปตามการคาดการณ์ เอลนีโญรอบนี้อาจติดอันดับความรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลในปี 1950 และอาจทำลายสถิติปีมหาภัยอย่าง 1982, 1997 และ 2015
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นครอบคลุมหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยพื้นที่ตอนเหนือของเปรู ตอนใต้ของเอกวาดอร์ แอฟริกาตะวันออก เอเชียกลาง และตอนใต้ของสหรัฐฯ มีความเสี่ยงเผชิญฝนตกหนัก น้ำท่วม และดินถล่ม ขณะที่หลายพื้นที่ของออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ มีแนวโน้มเผชิญกับภัยแล้งขั้นวิกฤตและไฟป่าครั้งใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและปริมาณสำรองอาหารของโลก
ศาสตราจารย์อดัม สเคฟ จากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร ระบุว่า โลกจำเป็นต้องจับตาผลกระทบของปรากฏการณ์ครั้งนี้ เนื่องจากเอลนีโญ กำลังเกิดขึ้นพร้อมกับภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้อุณหภูมิในหลายพื้นที่อาจพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
ปกติแล้วปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงมากจะทำให้อุณหภูมิอากาศทั่วโลกสูงขึ้นประมาณ 0.2 องศาเซลเซียส ปลดปล่อยความร้อนที่สะสมอยู่ในมหาสมุทรสู่ชั้นบรรยากาศ ความร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันนี้ส่งผลกระทบต่อโลกที่กำลังสร้างสถิติใหม่อยู่แล้ว
ในปี 2024 ได้รับการบันทึกว่าเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ ยังเกิดขึ้นภายใต้เอลนีโญที่ไม่ได้รุนแรงมากนัก ขณะที่ปี 2025 แม้จะได้รับอิทธิพลจากลานีญาซึ่งมีส่วนช่วยลดอุณหภูมิโลก ก็ยังคงเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ และมีอุณหภูมิสูงกว่าปี 2016 ซึ่งเคยเผชิญเอลนีโญรุนแรงมาแล้ว
ที่มา : BBC
"ทนายตั้ม" เดินหน้าสู้คดีฉ้อโกง 71 ล้านบาท เตรียมยื่นอุทธรณ์

