คนดูร้องเพลงวันเกิดครบรอบ 80 ปี "ทรัมป์" กลางสังเวียนนักสู้ทำเนียบขาว

ต่างประเทศ
09:50
จำนวนผู้ชม 74
Thai PBS
คนดูร้องเพลงวันเกิดครบรอบ 80 ปี "ทรัมป์" กลางสังเวียนนักสู้ทำเนียบขาว
โดนัลด์ ทรัมป์ จับมือเพื่อนรัก ดานา ไวท์ เปิดศึกมวยกรงอาชีพ UFC ที่ทำเนียบขาวสนามหญ้าฝั่งใต้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ควบคู่ฉลองวันเกิดครบ 80 ปี ท่ามกลางอุปสรรคพายุฝนและฝูงแมลงรุมเร้า ขณะที่ประชาชนและนักกฎหมายรุมสับส่อผลประโยชน์ทับซ้อนและไม่เหมาะสม

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2569 ตามเวลาท้องถิ่น การแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานระดับโลก หรือ ยูเอฟซี (UFC) ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสนามหญ้าฝั่งใต้ของทำเนียบขาว ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาที่มีการจัดแข่งขันกีฬาอาชีพภายในพื้นที่บ้านพักประจำตำแหน่งของประธานาธิบดี

แต่กิจกรรมนัดพิเศษครั้งนี้เกือบต้องเผชิญกับอุปสรรคและภาวะหยุดชะงักเนื่องจากพายุฝนฟ้าคะนองและกระแสลมกระโชกแรงที่มีความเร็วมากกว่า 50 ไมล์/ชั่วโมง รวมถึงสภาพความชื้นในฤดูร้อนที่พุ่งสูงเกินกว่าร้อยละ 70 ส่งผลให้คณะผู้จัดงานต้องประกาศเลื่อนเวลาการแข่งขันออกไปประมาณ 1 ชั่วโมงจากกำหนดการเดิม

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการประลองวงเวียนกรงเหล็กแปดเหลี่ยมยังคงดำเนินต่อไปได้ท่ามกลางสายตาของแขกผู้มีเกียรติระดับวีไอพีที่ได้รับเชิญเข้าร่วมชมการแข่งขันแบบจำกัดจำนวนประมาณ 4,300 คน โดยมีแฟนคลับมวยกรงอีกกว่า 85,000 คนร่วมชมผ่านพื้นที่จัดงานโซนกิจกรรมบริเวณใกล้เคียง

งานนี้เปิดฉากขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เดินนำขบวนจากอาคารที่ทำงานเข้าสู่ลานประลองเคียงข้าง ดานา ไวท์ ประธานบริหารสมาคมยูเอฟซี พร้อมด้วยการบินผ่านของเครื่องบินรบกองทัพสหรัฐฯ เหนือน่านฟ้าเพื่อแสดงความเคารพอย่างสมเกียรติ

ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ถูกจัดขึ้นให้ตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบอายุ 80 ปีของ ปธน.ทรัมป์ ซึ่งตรงกับวันธงชาติของสหรัฐฯ และเป็นหนึ่งในส่วนหนึ่งของมหกรรมการเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งการก่อตั้งประเทศ

ปชช.ร้อง Happy Birthday ครบรอบ 80ปี "ทรัมป์" กลางสังเวียนนักสู้ทำเนียบขาว

ปชช.ร้อง Happy Birthday ครบรอบ 80ปี "ทรัมป์" กลางสังเวียนนักสู้ทำเนียบขาว

บรรดาผู้เข้าชมภายในงานได้ร่วมกันขับร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้แก่ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งตัวของ ปธน.ทรัมป์ ได้นั่งชมการแข่งขันติดขอบกรง "ออกตาโกน" ร่วมกับสมาชิกครอบครัวตระกูลทรัมป์และบุคคลระดับสูงในคณะรัฐบาล อาทิ คาช พาเทล ผู้อำนวยการหน่วย FBI

ทั้งนี้ การแข่งขันทั้งสิ้น 7 คู่นั้นเกิดขึ้นจากการตกลงและความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างทรัมป์และไวท์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกันมาอย่างยาวนาน โดยนักกีฬาทุกคน จะได้รับการเดินพาเหรดนำทางเข้าสู่กรงเหล็กโดยเหล่าทหารผ่านศึกผู้ได้รับเหรียญกล้าหาญชั้นสูงสุดและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยด่านหน้า

สำหรับงบประมาณที่ทางยูเอฟซีใช้จ่ายไปกับการเนรมิตทำเนียบขาวให้เป็นสนามประลองในครั้งนี้สูงถึง 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในจำนวนนี้รวมงบประมาณอีกกว่า 700,000 ดอลลาร์สหรัฐที่เตรียมไว้สำหรับซ่อมแซมพื้นผิวสนามหญ้าทำเนียบขาวหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม โดยมีโครงสร้างเหล็กขนาดยักษ์น้ำหนักกว่า 600 ตันที่มีชื่อว่า "เดอะ คลอว์" ความสูง 92 ฟุต ตั้งตระหง่านอยู่เหนือสังเวียน

ปธน.ทรัมป์ ได้ยกย่องสิ่งก่อสร้างนี้ว่ายิ่งใหญ่และสวยงามเทียบเท่ากับหอไอเฟลในฝรั่งเศส พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมว่าเป็น "การแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก" ขณะที่ มาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศ ได้ออกมายกย่องกีฬาประเภทนี้ว่าเป็นนิยามใหม่ของซอฟต์พาวเวอร์ทางการทูตของอเมริกา

อย่างไรก็ตาม การจัดงานกีฬาดังกล่าวกลับไม่ได้ราบรื่นในแง่ของกฎหมายและกระแสสังคม เนื่องจากก่อนหน้าวันแข่งขันเพียงไม่กี่วัน ได้มีกลุ่มนักเคลื่อนไหวในท้องถิ่นและทหารผ่านศึกยื่นฟ้องร้องต่อศาลเพื่อหวังให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในการระงับการแข่งขัน สำนักงานกฎหมาย Public Integrity Project ได้ระบุข้อกล่าวหาว่าการแข่งขันครั้งนี้มีพฤติกรรมส่อทุจริตและเอื้อประโยชน์ให้แก่พวกพ้อง เนื่องจากความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและผลประโยชน์ต่างตอบแทนระหว่างประธานาธิบดีและประธานบริหารยูเอฟซี

ทว่าศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าวในวันศุกร์ที่ 12 มิ.ย. ส่งผลให้ทำเนียบขาวสามารถเดินหน้าจัดงานต่อไปได้สำเร็จ ท่ามกลางผลสำรวจความคิดเห็นของสำนักข่าวรอยเตอร์และอิปซอสที่ชี้ว่า ประชาชนชาวอเมริกันส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 46 มองว่าการนำกีฬาต่อสู้ประเภทนี้เข้ามาจัดในทำเนียบขาวเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และมีผู้เห็นด้วยเพียงร้อยละ 16 เท่านั้น

นอกเหนือจากนี้ คณะผู้จัดงานยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก โดยมีรายงานฝูงริ้นและยุงจำนวนมากบินเข้าไปรบกวนนักสู้ภายในกรงเหล็ก รวมถึงกฎเหล็กด้านความปลอดภัยที่ระบุว่าหากมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นในรัศมี 8 ไมล์ จะต้องสั่งระงับการแข่งขันเป็นเวลา 30 นาทีในทันที ซึ่งการถ่ายทอดสดแบบเอกซ์คลูซีฟในครั้งนี้ผ่านระบบแพลตฟอร์ม Paramount+ ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ยูเอฟซีในการยกระดับจากกีฬาที่เคยถูกประณามในอดีตขึ้นสู่สถานะสากลอย่างเต็มตัว

อ่านข่าวอื่น :

ราคาน้ำมันโลกร่วงรับ สหรัฐฯ-อิหร่าน จับมือบรรลุข้อตกลงเปิด "ฮอร์มุซ"

รถบัสชนรถรับ-ส่งนักเรียน จ.ปราจีนบุรี เบื้องต้นนักเรียนบาดเจ็บ 13 คน

วันแรก! เริ่มใช้สิทธิสั่ง "ฟู้ดเดลิเวอรี" ผ่านไทยช่วยไทย พลัส