วันนี้ (15 มิ.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร หรือแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีว่า รัฐบาลขอขอบคุณผู้ประกอบการทุกราย โดยเฉพาะผู้ประกอบการเดลิเวอรีทั้ง LINE MAN, Grab food และ Shopee ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนให้นโยบาย ไทยช่วยไทย พลัส ของรัฐบาลเกิดการกระจายตัวมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังทำให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการฯ เกิดความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอย และเป็นการเพิ่มทักษะให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงเทคโนโลยี AI มากขึ้น สามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มยอดขายและขนาดของกิจการ
สิ่งที่เห็นผลอย่างชัดเจนคือ ทุกครั้งที่มีการทำโครงการลักษณะนี้ จะทำให้ประชาชนซื้อของได้ถูกลง ผู้ขายขายของได้มากขึ้น สิ่งนี้เรียกว่าไทยช่วยไทย หรือวินวิน ชนะกันทุกฝ่าย
นายกฯ กล่าวอีกว่า พื้นฐานของโครงการฯ แม้จะเป็นการร่วมจ่าย แต่สิ่งที่ได้มากกว่านั้นคือการเพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการ ซึ่งจากข้อมูลทราบว่าทุกรายมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5 เท่าในช่วงที่มีโครงการฯ บางรายทำได้เพิ่มขึ้น 9-10 เท่า สิ่งสำคัญคือการปรับฐานเมื่อมียอดขายเพิ่มมากขึ้น มีช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงสินค้ามากขึ้น เมื่อโครงการฯ จบลงจะทำให้มีการปรับฐานรายได้ของผู้ค้าขึ้นกว่า 2 เท่า ถือว่าเป็นการตอบโจทย์ความยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะมีโครงการที่กระตุ้นให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี เพิ่มทักษะ เพิ่มยอดขาย และมีส่วนร่วมในการทำให้เศรษฐกิจของชาติมีความมั่นคง เพิ่มเม็ดเงินเข้าในระบบ
นายอนุทิน กล่าวว่า ขอชื่นชมกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง และประชาชนทุกคน ที่ช่วยให้รัฐบาลมีแหล่งระดมเงินทุนมาใช้ในโครงการนี้ ซึ่งเงินทุนที่ระดมมาเพื่อให้ประชาชนใช้ในโครงการนี้ แม้เรียกว่า "เงินกู้" แต่วัตถุประสงค์ของการดำเนินการ คือให้เกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ รัฐไม่ได้เอาเงินมาจ่ายให้ประชาชน
แต่เป็นการร่วมกันโดยที่ประชาชนมีส่วนร่วมใช้จ่าย ทำให้มีเม็ดเงินเข้าในระบบมากมายมหาศาลและมีความปลอดภัย ไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน กู้มาเท่าไหร่ ก็เป็นเงินบาท อีกกี่ปีจะชำระหนี้ก็เป็นเงินบาท
"ดอกเบี้ยขณะนี้อยู่ที่ 1.2% ตอนที่ รมว.คลัง นำมาเสนอบอกว่าไม่เกิน 3% ซึ่งตอนนั้นรัฐตกลง เพื่อให้เม็ดเงินได้กระจายในระบบ แต่ด้วยความตั้งใจของพวกเรา สภาพคล่อง และจำนวนเงินที่มีในระบบ สามารถใช้กลไกรูปแบบต่างๆ ในการระดมเงินนี้เข้ามา และส่งต่อไปยังประชาชนด้วยต้นทุนเพียง 1.2% ต่อปี คือรัฐกู้มาที่ดอกเบี้ย 1.2% ต่อปี ดังนั้นจึงไม่ใช่ภาระของประชาชนแบบที่หลายคนเข้าใจ แต่รัฐมีหน้าที่ทำทุกอย่าง ที่จะให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี" นายอนุทิน กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลมีหน้าที่ต้องชำระดอกเบี้ยผ่อนจ่ายเงินกู้ ที่กู้มาให้กับประชาชนด้วยตัวรัฐบาลเอง ไม่มีการไปรบกวนประชาชนหรือออกมาตรการใดๆ ที่จะทำให้ต้นทุนในการดำรงชีวิตของประชาชนเพิ่มขึ้น เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่ต้องดำเนินการสิ่งเหล่านี้ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจ และขอให้เข้าใจเจตนารมณ์และความปรารถนาดีของรัฐบาล ในช่วงที่มีวิกฤตนอกประเทศที่ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจ
อ่านข่าว
วันแรก! เริ่มใช้สิทธิสั่ง "ฟู้ดเดลิเวอรี" ผ่านไทยช่วยไทย พลัส
ปรับราคาหมูหน้าฟาร์มขึ้นอีก 2 บาท ขยับอยู่ที่ 66-70 บาท/กิโลกรัม
นายกฯ ประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย 17-18 มิ.ย. หวังเปิดตลาดใหม่

