"อังกฤษ" จ่อห้ามเด็กต่ำกว่า 16 ปีใช้สื่อออนไลน์ ห่วงความปลอดภัย

ต่างประเทศ
08:17
จำนวนผู้ชม 104
Thai PBS
"อังกฤษ" จ่อห้ามเด็กต่ำกว่า 16 ปีใช้สื่อออนไลน์ ห่วงความปลอดภัย
นายกฯ อังกฤษประกาศแผนเตรียมห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้สื่อสังคมออนไลน์ เหตุกังวลความปลอดภัย ตั้งเป้าให้เริ่มมีผลบังคับใช้ปี 2570 ท่ามกลางเสียงสนับสนุนและคัดค้าน

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2569 เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศแผนห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้กำลังทำให้เยาวชนไม่มีความสุข และเปิดช่องให้เข้าถึงเนื้อหาที่เป็นอันตรายและถูกออกแบบมาให้เสพติด

สตาร์เมอร์ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้ง Snapchat, TikTok, YouTube, Instagram, Facebook และ X แต่จะไม่รวมบริการส่งข้อความ เช่น WhatsApp และ Signal ส่วนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อการศึกษาและเด็กโดยเฉพาะ เช่น YouTube Kids, Lego Play และ Google Classroom อาจได้รับการยกเว้น

ทั้งนี้ รัฐบาลอังกฤษตั้งเป้าผลักดันกฎหมายให้ผ่านรัฐสภาภายในเดือน ธ.ค.นี้ และเริ่มบังคับใช้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027 (พ.ศ.2570)

ขณะเดียวกันรัฐบาลอังกฤษ เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเพิ่มเติมอื่นๆ อีก เช่น การกำหนดช่วงเวลาสำหรับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเยาวชนในเวลากลางคืน และการจำกัดการเลื่อนหน้าจอแบบไม่สิ้นสุด สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยจะประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมในเดือน ก.ค.นี้

ผู้นำอังกฤษ ระบุว่า แนวคิดเหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากออสเตรเลีย ซึ่งเมื่อเดือน ธ.ค.2568 ได้กลายเป็นประเทศแรกของโลกที่ออกกฎหมายห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย นอกจากนี้รัฐบาลเตรียมสั่งให้แพลตฟอร์มเกมออนไลน์และแพลตฟอร์ม live streaming ต่างๆ ปิดกั้นฟังก์ชันที่เปิดโอกาสให้บุคคลแปลกหน้าติดต่อเด็กได้โดยตรง

การประกาศดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนจากบรรดาผู้ปกครอง รวมถึงนักการเมืองส่วนใหญ่ แต่ขณะเดียวกันก็มีเสียงคัดค้าน เนื่องจากบางส่วนกังวลว่าการห้ามใช้งานอาจผลักดันเด็กไปใช้บริการที่มีการกำกับดูแลน้อยกว่า และทำให้พวกเขาเข้าถึงความช่วยเหลือได้ยากขึ้นเมื่อเกิดปัญหา

ด้านโฆษกของ YouTube ระบุว่า การแบนเช่นนี้จะผลักดันให้เด็กๆ หันไปใช้บริการที่ไม่ปลอดภัยมากขึ้น ขณะที่ Snapchat ระบุว่า การห้ามใช้งานสื่อเหล่านี้จะทำให้เยาวชนขาดการติดต่อสื่อสารส่วนตัวระหว่างเพื่อนและครอบครัว พร้อมเรียกร้องให้มีการทบทวนขอบเขตของคำสั่งดังกล่าว

เช่นเดียวกับ Meta เจ้าของ Facebook และ Instagram ที่ระบุว่า ประสบการณ์จากออสเตรเลียชี้ให้เห็นว่าการห้ามอาจทำให้เยาวชนถูกตัดขาดจากชุมชนออนไลน์ ผลักดันให้พวกเขาไปหาทางเลือกอื่นที่ไม่ได้รับการควบคุม ซึ่งขาดการคุ้มครองและการควบคุมจากผู้ปกครอง เช่นเดียวกับผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและนักวิจัยบางคนที่ชี้ว่าไม่มีหลักฐานว่ามาตรการนี้จะได้ผล

อ่านข่าว

"ทรัมป์" อ้างสหรัฐฯ-อิหร่านลงนามหย่าศึกแล้ว เปิดฮอร์มุซเต็มรูปแบบ 19 มิ.ย.

"อิหร่าน" ชี้ MOU ร่วมสหรัฐฯ ยังไม่ใช่ข้อตกลงสุดท้าย

เมินข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน! อิสราเอลไม่จบยังเดินหน้าถล่มเฮซบอลลาห์