อเมซซิ่ง ”รองฯขู่ย้ายผู้ว่าฯ” คนกันเองจ้องเตะตัดขาสะเทือน ”ลูกพี่”

การเมือง
16:30
จำนวนผู้ชม 73
Thai PBS
อเมซซิ่ง ”รองฯขู่ย้ายผู้ว่าฯ” คนกันเองจ้องเตะตัดขาสะเทือน ”ลูกพี่”

“รองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด” นายธีระพงศ์ ช่วยชู หรือ “รองฯ กุ้ง” รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต โดนคำสั่ง มท.1 สั่งย้ายไปเป็นรองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช ถิ่นเก่า แล้ว ย้าย ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ไปเป็นรองผู้ว่าฯ ภูเก็ตแทน

คล้อยหลังจากการเรียกหา “รองฯ ซีฟู้ด” ระหว่างการประชุมมอบนโยบายที่กระทรวงมหาดไทย ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย และได้พูดถึงปมดรามา มี รองผู้ว่าฯ จะย้าย “ผู้ว่าฯ ภูเก็ต” ทำเอานายอนุทิน สีหน้าเคร่งเครียด ลั่นคำ รองผู้ว่าฯ จะใหญ่กว่า มท.1 ที่นั่งหัวโด่อยู่ได้อย่างไร แม้ “รองฯ กุ้ง” จะขอทำเอกสารชี้แจง แต่อาจยังทำไม่เสร็จ ก็มีคำสั่งย้ายออกมา

ในเชิงการปกครอง ถือเป็นการตัดสินใจและแสดงถึงความเฉียบขาด ในฐานะรัฐมนตรีมหาดไทย เพื่อปกป้องลูกน้องที่เป็นถึงระดับผู้ว่าฯ เพราะหากปล่อยไว้ อาจมีคนระดับผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด ไม่เกรงกลัวผู้บังคับบัญชาโดยตรง และอาจมีการแสดงอำนาจบารมีที่ท้าทายเกิดขึ้นในมหาดไทย หรืออาจลุกลามไปยังกระทรวงและหน่วยงานอื่น

แต่ในเชิงคุณธรรม ถูกแย้งว่า ไม่ควรหักหน้ากล่าวหาผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างรองผู้ว่าฯ ต่อหน้าสาธารณชน ถือได้ว่า ไม่ได้ให้เกียรติ ทั้งที่สามารถเรียกคุยเป็นการส่วนตัวได้ หรือไม่ก็กระซิบสั่งการปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ซึ่งก็ติดสอยห้อยตาม มท.1 มาตลอด ไปดำเนินการ

การแสดงความเด็ดขาดในเรื่องที่เกิดขึ้นในอีกด้านหนึ่ง จึงอาจถูกมองว่าเป็นการวางอำนาจ ข่มขู่อยู่ในที หรือแม้แต่หวังส่งสัญญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง ไปถึงใคร ก็เป็นได้

ขณะที่ ร.ต.อ.เขตรัฐ ที่ถูกย้ายไปเป็น รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต แทน คือ ร.ต.อ.เขตรัฐ ก็ไม่ใช่ใครอื่น ทราบกันดีวงในว่า เป็นคนสายตรงนายอนุทิน ก่อนหน้านี้เป็นเจ้าหน้าที่คดีพิเศษในสังกัด DSI ถูกขอตัวโอนย้ายไป ก.มหาดไทย เป็น ผอ.สำนักอำนวยการ กองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง จากนั้นได้แรงส่งไปเป็น รองผู้ว่าฯ สมุทรสาคร และเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของกระทรวงมหาดไทย เป็น “วปอ.คอนเน็กชัน” ที่เชื่อกันว่า อนาคตไกลแน่นอน

ความจริงจังหวัดภูเก็ต แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไทย ช่วงหลัง ๆ มีดรามาเกิดให้เห็นบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องย้ายด่วนปลัดจังหวัด ไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง ท่ามกลางเสียงตอบโต้กลับว่า มีเงื่อนงำจากกรณีนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าปราบปราม และยึดคืนพื้นที่สาธารณะคืนจากกลุ่มอิทธิพล ที่ยึดครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เช่น หาดฟรีดอม นานกว่า 10 ปีแล้ว

ยังมีเรื่องแชตไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ที่อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตคนดังกล่าว ระบุว่า เป็นข้อความตรงจากผู้บังคับบัญชา และกลายเป็นประเด็นที่ สส.พรรคประชาชน นำไปขยายผล โดยยื่นหนังสือต่อ กกต.ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของอธิบดีกรมการปกครอง เพราะเนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงเลือกตั้ง เดือนกุมภาพันธ์ 69 เข้าข่ายใช้อำนาจหน้าที่มิชอบหรือไม่

อธิบดีกรมการปกครอง ที่ถูกอ้างอิงถึง คือ นายอนุชา โฆษาศิวิไลซ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และ อดีตผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ที่เชื่อว่า ต้องมีสายสัมพันธ์กับ “บ้านใหญ่” บุรีรัมย์ และเป็น 1 ใน 2 คนที่ถูกนายภูมิธรรม เวชยชัย เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สั่งย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการ กระทรวงมหาดไทย

พร้อมกับ นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง ขณะนั้นเหตุเกิดหลังประชุมมอบนโยบายมหาดไทยได้เพียง 4 วัน ก่อนที่ในเวลาต่อมา คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ที่รับเรื่องร้องเรียนจากทั้งคู่ จะชี้ขาดว่า การย้าย 2 อธิบดี มท.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายไชยวัฒน์ เคยเป็น อดีตผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ เช่นเดียวกับนายนฤชา ก่อนได้รับเสนอชื่อเป็นอธิบดีกรมการปกครอง ปัจจุบัน ยังเป็นเลขานุการรัฐมนตรีมหาดไทยนายอนุทิน

จากการชี้ขาดของ ก.พ.ค.ดังกล่าว เป็นที่มาของข่าวที่ทั้งคู่จะยื่นฟ้องร้องนายภูมิธรรม และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพราะเป็นผู้เสนอรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายระดับอธิบดี เสนอต่อรัฐมนตรีมหาดไทย

นายอรรษิษฐ์ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นอดีตผู้ว่าฯ หลายจังหวัด และเป็นอดีตอธิบดีกรมพัฒนาชุมชน ก่อนที่นายอนุทินเมื่อครั้งเป็น รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย จะเสนอชื่อนายอรรษิษฐ์ เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2567

หากเป็นไปตามนี้ จะกลายเป็นคดีความฟ้องร้องระหว่างคนกันเอง ที่ถูกมองว่า มาจากการสนับสนุนของพรรคใหญ่ค่ายสีน้ำเงิน ท่ามกลางกระแส มีแรงจูงใจสำคัญที่ตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่นายอรรษิษฐ์ จะมีชนักเรื่องมีส่วนกับคำสั่งโยกย้าย 2 อธิบดี มท.ดังกล่าว

เมื่อเป็นเรื่องของคนกันเอง ในอีกด้านหนึ่ง จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่า เป็นความขัดแย้งภายในพรรคค่ายสีน้ำเงิน ที่ก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ และนับวันดูจะขยายเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ ของฝ่ายการเมืองและข้าราชการที่เป็นสายตรงนายอนุทิน กับสายตรง “ครูใหญ่” นายเนวิน ชิดชอบ ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันเรื่องเส้นทางเติบโต

ในกรณี ผู้ว่าฯ ภูเก็ต นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ที่กลายเป็นคู่กรณีโดยปริยายจากวลี “รองผู้ว่าฯจะย้ายผู้ว่าฯ” เป็น 1 ใน 2 คนที่นายภูมิธรรม เมื่อครั้งเป็น มท.1 ลงนามแต่งตั้งให้ย้ายจากผู้ว่าฯเชียงใหม่ ให้เป็นอธิบดีกรมการปกครองแทนนายไชยวัฒน์ แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ก็ถูกคำสั่งย้ายไปเป็น ผู้ว่าฯ ภูเก็ต

เมื่อเป็นผู้มาใหม่ ก็ต้อง “อยู่ให้ได้-มีที่ให้พิง” การขยับจัดวางคนทำงานบนเก้าอี้สำคัญ ในจังหวัดภูเก็ตใหม่ จึงเป็นเรื่องที่อาจส่งผลกระทบถึง “รองฯกุ้ง” ที่มาเติบโตในภูเก็ต ตั้งแต่เป็นนายอำเภอกะทู้ ขณะเดียวกัน “รองฯกุ้ง” ใช่ว่าจะปราศจากพวกพ้อง และมีคนคอยสนับสนุนเป็นระดับ “บิ๊ก” ในพื้นที่ภาคใต้ของค่ายสีน้ำเงินเช่นกัน

ยิ่งตอกย้ำ เรื่องปรากฏการณ์ “คนกันเอง” ที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาและลูกน้อง แต่สุดท้าย ถูกขยายผลโยงใยไปจนถึง “ลูกพี่” กระทั่งหลายเรื่องที่ผ่านมา ถูกมองว่าต่างฝ่ายต่างทำ ไม่ก้าวก่ายแทรกแซงซึ่งกันและกัน

ล่าสุด เรื่อง TH-AI พาสปอร์ต ของกระทรวงดีอี ที่มีนายไชยชนกเป็นรัฐมนตรี และเป็นผู้ผลักดัน แต่เจอกับแรงต้านทั้งจากฝ่ายค้านและกูรูด้านไอที รวมทั้งนักวิชาการบางส่วนอย่างเข้มข้น นายอนุทิน ในฐานะนายกฯ หัวหน้ารัฐบาล เพิ่งจะออกมาพูดว่าจำเป็นและต้องเดินหน้าต่อ เมื่อวันที่ต้องเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ ระหว่าง 17-18 มิ.ย. 69 ขณะที่ก่อนหน้านี้ ไม่เคยแสดงความเห็นเรื่องนี้เลย

กูรูและนักวิชาการหลายคน ตั้งข้อสังเกตที่สอดคล้องกันว่า ปัจจุบันนายอนุทิน อยู่ในสถานะผู้นำรัฐบาลที่มีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับทั้งกองทัพ หน่วยงานราชการ และสถาบันที่มีบทบาทสำคัญต่อการเมืองของประเทศ จุดมุ่งหมายสำคัญขณะนี้ คือแสดงศักยภาพและความมุ่งมั่น ในการขับเคลื่อนงานให้เกิดมรรคผล และเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน

การตัดสินใจที่เด็ดขาดในฐานะผู้นำรัฐบาลของประเทศ ที่มีภารกิจและได้รับการยอมรับจากทั้งภายในและต่างประเทศ ปิดช่องว่างช่องโหว่ที่มี ป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาใด ๆ รวมถึงการเป็นผู้นำที่มีอำนาจเต็ม ไม่ถูกแทรกแซงครอบงำ จึงเกิดขึ้นให้เห็น

อย่างไรก็ตาม กับความสัมพันธ์กับ “ครูใหญ่” ค่ายสีน้ำเงิน ในทางปฏิบัติยังเชื่อกันว่า ยังแนบแน่นกลมเกลียวเช่นเดิม เพราะเป็นคนที่สนับสนุนนายอนุทินมาตลอด หลังเคยลั่นวาจาในอดีตว่า จะปั้นนายอนุทินเป็นนายกฯ ให้ได้ และสุดท้ายก็ทำได้สำเร็จ

ขณะที่ “ครูใหญ่” ที่กลายเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของพลพรรคค่ายสีน้ำเงินไปแล้ว ก็ย่อมตระหนักดีถึงบทบาทและการแสดงออกถึงความสำคัญ และการเป็นเบอร์ 1 ในฐานะนายกฯ ของนายอนุทิน การประสานและร่วมเดินหน้าไปด้วยกัน จะเป็นผลดีและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งคู่มากกว่าจะขัดแย้งหรือแตกหัก อย่างที่กูรูบางส่วนตั้งข้อสังเกตไว้

วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส

อ่านข่าว

สยบศึกเมืองภูเก็ต เบื้องหลัง "งัดข้อ" เด็กนายเปิดวอร์ใหญ่ "ท้าชน"

“นิรัตน์” บอก ไม่ท้อ น้อมรับมติ ครม. ย้ายนั่งรองปลัด มท.

ครม.แต่งตั้ง “พีรพร - พิชัย” เป็น ขรก.การเมือง

นายกฯ แจงย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ต ลดขัดแย้ง แก้ปัญหามาเฟีย

ครม.สลับ "นิรัตน์" นั่งรองปลัด มท. ส่ง "โชตินรินทร์" นั่งผู้ว่าฯ ภูเก็ตแทน

นายกฯ ปัดตอบปมเด้ง "รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต" โยนสื่อถามปลัดมหาดไทยเอง