กรมอุทยานฯ ยันปมเพิกถอนทับลาน 1.5 แสนไร่ ไม่ตัดผืนป่าธรรมชาติ

สิ่งแวดล้อม
16:03
จำนวนผู้ชม 99
Thai PBS
กรมอุทยานฯ ยันปมเพิกถอนทับลาน 1.5 แสนไร่ ไม่ตัดผืนป่าธรรมชาติ
อธิบดีกรมอุทยานฯ แจงปมปรับปรุงแนวเขตอุทยานฯ ทับลาน เพิกถอน 1.5 แสนไร่ ใน 4 กลุ่ม ยืนยันไม่ตัดผืนป่าธรรมชาติ พร้อมคัดกรองคุณสมบัติเข้ม ชาวบ้านอยู่ก่อนจริงต้องได้สิทธิ เร่งพิสูจน์ใน 6 เดือน ตัดสิทธิคนครอบครองไม่ถูกต้อง-ไม่นิรโทษกรรม 550 คดี

วันนี้ (17 มิ.ย.2569) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2566 ภายใต้โครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนและจัดระเบียบที่ดินทำกินให้ประชาชนอย่างยั่งยืน ว่า คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ได้พิจารณาแนวทางการดำเนินงานด้วยความรอบคอบ วิธีการแก้ปัญหาในลักษณะนี้มีความเหมาะสมและถูกต้องที่สุด เพราะผ่านกระบวนการตัดสินใจร่วมกันจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การพิจารณาจะดูว่าที่ดินผืนนั้น หากเคยเป็นที่ดินในโครงการของรัฐมาก่อน จะนำที่ดินมาดำเนินงานต่อ โดยยังไม่ได้พิจารณาถึงคุณสมบัติของบุคคลในขั้นแรก เนื่องจากสุดท้ายแล้วหากดำเนินการจัดสรรที่ดิน ทั้ง ส.ป.ก., คทช. หรือมาตรา 64 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ​ พ.ศ.2562 แต่หากผู้ครอบครองไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ หรือได้ครอบครองที่ดินอย่างไม่ถูกต้อง ก็จะไม่มีสิทธิได้รับที่ดินดังกล่าว

อธิบดีกรมอุทยานฯ ยืนยันว่า ไม่มีการตัดผืนป่าธรรมชาติ โดยพื้นที่ 155,865.47 ไร่ ที่คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเห็นชอบให้เพิกถอนพื้นที่ ออกจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลานทั้งหมดเป็นพื้นที่ที่หน่วยงานของรัฐ จัดสรรให้เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินกับประชาชน มาก่อนประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เพียงแต่ต้องนำมาคัดกรองแบ่งกลุ่มให้ชัดเจน

ซึ่งกลุ่มที่ 1, 2 และ 3 เป็นพื้นที่เคยประกาศผ่อนปรนให้ราษฎรอยู่อาศัยมาก่อน เช่น พื้นที่มีมติ ครม. ปี 2520 หรือ ส.ป.ก. ประกาศปี 2521 ซึ่งมีหลักฐานและภาพถ่ายทางอากาศยืนยันชุมชนในอดีต กลุ่มนี้จะได้รับการพิจารณาก่อน แต่หากตรวจสอบพบผู้ครอบครองที่ไม่ถูกต้องหรือไม่คุณสมบัติจะถูกตัดสิทธิ์

กลุ่มที่ 5 ที่ราชพัสดุ เป็นพื้นที่ทางทหารใช้งานอยู่ จะส่งคืนให้ธนารักษ์ดูแลเพื่อเป็นที่ราชพัสดุตามเดิม จึงไม่มีปัญหาใด ๆ

ส่วนกลุ่มที่ 4 พื้นที่ที่มีปัญหา/ข้อสงสัย เป็นพื้นที่ประชาชนในพื้นที่ เช่น ชาวไทยสามัคคี หรือพื้นที่ทับลาน หากสงสัยว่าเหตุใดยังไม่เข้าสู่กระบวนการเพิกถอน เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่าในอดีตไม่เคยมีประวัติการประกาศเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. หรือจัดสรรโดยรัฐเพื่อความมั่นคง จึงยังไม่มีเรื่องราวในอดีตมารองรับให้พิจารณาได้ ต้องชะลอไว้ก่อน

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวอีกว่า การพิสูจน์สิทธิกลุ่มที่ 4 มีกลุ่มประชาชนประมาณ 5,200 รายที่มีประวัติการทำกิน ซึ่งได้รับข้อมูลหลักฐานจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ที่ประชุมจึงมีมติ ให้เร่งสำรวจพิสูจน์สิทธิให้เร็วที่สุดภายใน 6 เดือน หากใครอยู่มาก่อนจริงต้องให้สิทธิ

สาเหตุที่กลุ่มที่ 4 มีความเข้มงวด เนื่องจากพื้นที่กลุ่มนี้มีคดีความสูงที่สุด คดีสะสม 450 คดี จากคดีทั้งหมด 550 คดีในทุกกลุ่ม จึงต้องระมัดระวังไม่ให้กลุ่มคนที่ทำไม่ถูกต้อง เข้ามาปะปนกับกลุ่มคนที่ทำถูกต้อง

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ส่วนพื้นอื่นที่ ส.ป.ก.ต้องรับไปดูแล จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และเจตนารมณ์ของ ส.ป.ก. หากบุคคลใดไม่มีคุณสมบัติจะไม่ได้รับสิทธิ

สำหรับแผนผนวกพื้นที่ป่าไม้เพิ่มเติม ส่วนของกรมป่าไม้ที่เหลืออยู่ มีแผนที่จะผนวกเข้ามา โดยพื้นที่ใดมีศักยภาพเป็นอุทยานฯ จะผนวกเป็นอุทยานฯ ส่วนพื้นที่ใดที่เหมาะสมให้เป็นป่าชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์และร่วมกันดูแลรักษา ก็จะประกาศเป็นป่าชุมชน ซึ่งเนื้อที่ประมาณ 87,000 ไร่ ดังนั้น

ตัวเลขพื้นที่ที่หายไปประมาณ 150,000 ไร่ จึงไม่ใช่พื้นที่ป่าที่หายไปจริง แต่ต้องดูบริบทและประวัติศาสตร์ของพื้นที่ประกอบด้วย กระบวนการแก้ปัญหานี้ใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศผ่านกลไก One Map และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ไม่ได้เลือกปฏิบัติเฉพาะที่ทับลาน แต่มีการชั่งน้ำหนักผลดีผลเสีย ก่อนดำเนินการเสมอ

อ่านข่าว :

วิกฤต "ปลาหมอคางดำ" โผล่ยึดบ่อกุ้ง 50 ไร่ เกษตรกรขาดทุนหนัก

“รักชนก” ยันไร้ดีลการเมือง แจงคุย “ไชยชนก” กลางห้องประชุมร่วมรัฐสภา

DSI อายัดทรัพย์หลอกลงทุน Forex คาดมีคนบันเทิง-นักการเมืองเอี่ยว