"สีหศักดิ์" แถลงโต้ "แอนดรูว์ส" ปมกล่าวหาไทย ชี้ไม่เป็นกลาง-ไม่ใช่รายงานของ UN

ต่างประเทศ
11:25
จำนวนผู้ชม 84
Thai PBS
"สีหศักดิ์" แถลงโต้ "แอนดรูว์ส" ปมกล่าวหาไทย ชี้ไม่เป็นกลาง-ไม่ใช่รายงานของ UN
"สีหศักดิ์" แถลงโต้ "แอนดรูว์ส" ผู้เสนอรายงานพิเศษ UN ทำรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา แต่พาดพิงไทย ชี้ไม่ใช่รายงานของ UN กังวลไม่เป็นกลาง-ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ไม่พูดความสูญเสียของไทยทั้งที่กัมพูชาเริ่มก่อน

วันนี้ (3 ส.ค.2569) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ แถลงข่าวกรณีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีรายงานข่าวเกี่ยวกับแถลงข่าวสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา โดยนายทอม แอนดรูว์ส ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ เป็นผู้จัดทำรายงาน พบว่า มีหลายประเด็นที่พาดพิงประเทศไทย และทางกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้มีแถลงการชี้แจงเบื้องต้นไปแล้ว ซึ่งในวันนี้ ตนเองอยากชี้แจงท่าทีของรัฐบาลไทย ซึ่งมีหลายประเด็นที่ไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับในหลายสิ่งที่ปรากฏในรายงานของนายแอนดรูว์ส ได้แก่

ไม่ได้เป็นรายงานของสหประชาชาติ

รายงานดังกล่าวไม่ใช่รายงานของสหประชาชาติ แต่เป็นรายงานของนายแอนดรูว์ส เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ตามอาณัติที่เขาได้รับจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) แต่รายงานนี้ยังไม่เข้าสู่กระบวนการพิจารณา UNHRC ซึ่งปกติต้องมีการอภิปรายโดยประเทศที่เป็นสมาชิก อาจจะรับทราบข้อมูล หรือมีข้อสังเกตต่าง ๆ

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ในฐานะที่เคยเป็นประธาน UNHRC การทำงานของผู้เสนอรายงาน ต้องเน้นการทำงานที่เป็นกลาง เที่ยงธรรม ไม่ลำเอียง แต่สิ่งที่เรากังวล คือ หลายประเด็นพาดพิงไทยในเรื่องความขัดแย้ง ผู้ที่ไร้ที่อยู่จากสงครามความขัดแย้ง ผู้พลัดถิ่น และแรงงานกัมพูชาที่ต้องกลับจากไทย

รายงานพาดพิงประเทศไทย แต่ไม่ได้ตรวจสอบกับฝ่ายไทยว่ามีความเห็นอย่างไร จึงห่วงการทำงานของนายแอนดรูว์ส ที่ต้องเน้นหลักความเป็นกลาง เที่ยงธรรม ไม่ลำเอียง

ชี้รายงานของ "แอนดรูว์ส" ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายกัมพูชา

ที่เป็นห่วงเป็นพิเศษ คือ ฝ่ายกัมพูชาได้ประโคมข่าวนี้ และคัดเลือกเฉพาะประเด็นพาดพิงไทยไปขยายผลต่อ โฆษณาชวนเชื่อเพื่อหวังผลทางการเมือง ทั้งที่การหารือระหว่างไทยและกัมพูชา ในการประชุมสุดยอดของอาเซียน ได้มีข้อตกลงละเว้นการโจมตีซึ่งกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ จึงสะท้อนว่ากัมพูชาไม่ได้ปฏิบัติตามที่ตกลงกัน อีกทั้งไม่อยากให้รายงานของนายแอนดรูว์ส ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายกัมพูชา

โต้แย้งข้อมูลของ "แอนดรูว์ส" ที่เกี่ยวกับไทย

รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ประเด็นแรก นายแอนดรูว์ระบุว่ามีชาวกัมพูชาไร้ที่อยู่อาศัย ไม่สามารถกลับภูมิลำเนาได้ 650,000 คน แต่แท้จริงแล้วไม่ถึงจำนวนดังกล่าว คาดว่ามีการรวมชาวกัมพูชาในหมู่บ้านที่รุกล้ำเข้ามาเขตไทย กว่า 50 ปี ซึ่งไม่เข้าข่ายผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ

อีกทั้งไทยต้องอพยพประชาชน 400,000 คนในช่วงเกิดการปะทะ แต่ไทยบริหารจัดการและดูแลพลเมืองตัวเอง โดยที่ไทยไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มสงคราม รัฐบาลกัมพูชาจึงต้องดูแลพลเมืองของตัวเองเช่นกัน ส่วนการแก้ไขปัญหาทั้งสองประเทศต้องเป็นไปตามกรอบของแถลงการณ์ร่วม เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568 และเจตนารมณ์ของผู้นำสองประเทศในการประชุมสุดยอดของอาเซียน ซึ่งได้ตกลงกันว่าจะแก้ปัญหาด้วยการหารือทวิภาคี และดำเนินมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน

สิ่งที่ประเทศไทยรับไม่ได้ คือ ทำไมไม่พูดถึงความสูญเสียของไทยเลย ทั้งพลเมืองเสียชีวิต โรงพยาบาลและโรงเรียนถูกโจมตี ทั้งที่กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มในการปะทะครั้งแรก รายงานจะให้เป็นธรรมต้องนำเสนอความสูญเสียของฝ่ายไทยด้วย

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวว่า ขอโต้แย้งที่กล่าวถึงแรงงานกัมพูชาในไทยถูกบังคับให้กลับประเทศจนสร้างภาระให้รัฐบาลกัมพูชานั้น ยืนยันว่า ไทยไม่เคยบังคับผลักดันแรงงานดังกล่าวกลับประเทศ ทั้งที่อยู่อย่างถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แต่เป็นฝ่ายกัมพูชาเองที่เรียกร้องให้แรงงานดังกล่าวกลับประเทศ แต่ไม่มีงานทำ เป็นภาระรัฐบาลที่ต้องดูแลแรงงานดังกล่าว

ในรายงานของนายแอนดรูว์ส ยังได้กล่าวถึงเสรีภาพทางการเมืองและการแสดงความเห็นในกัมพูชา รวมทั้งอาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญและข้อกังวลของประชาคมโลก นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยห่วงใยประเด็นนี้เช่นกัน และในฐานะสมาชิก UNHRC จึงอยากนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาอย่างจริงจังของ UNHRC ในประชุมสมัยหน้า และให้มีข้อมติอย่างใดอย่างหนึ่ง พร้อมทั้งเรียกร้องให้กัมพูชาจริงจังในการปราบปรามสแกมเมอร์

นายสีหศักดิ์ ยังได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงการทำหนังสือประท้วงกรณีดังกล่าว ว่า จะทำหนังสือถึงคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนที่นครเจนีวา

อ่านข่าว :

จนท.ปะทะผู้ก่อเหตุ หลังถูกยิงใส่ดัานหลัง สภ.ลำใหม่ ยะลา

สเปนทยอยส่งตัวผู้อพยพกลับโมร็อกโก ล่าสุดยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 72 คน

ช่วยเกือบ 100 ชีวิต ปลาทะเลติดลอบดักปลา กลางแนวปะการังเกาะบิดะนอก จ.กระบี่