มีข่าวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศจะประเมินผลงานคนในพรรคทั้งที่เป็นรัฐมนตรี คนมีตำแหน่งทางการเมือง และประธาน กมธ.ในสภาผู้แทนฯ ที่พรรคมี 14 คณะ ในรอบ 1 ปี
หากไม่มีผลงาน จะต้องถูกปรับออก เพื่อเอาคนใหม่ไปทำหน้าที่แทน
ถือเป็นการขยับ ส่งสัญญาณขันน็อต เร่งเครื่องเอาจริงเอาจังของพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาล ขณะเดียวกัน ยังถือเป็นการประชาสัมพันธ์โดยตรงอย่างได้ผลถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ
เพราะแม้รัฐบาลชุดนี้จะสร้างผลงานให้เป็นที่ปรากฏ คนพูดถึงทั้งประเทศเรื่องโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" แต่โครงการอื่น ดูเหมือนจะไม่ปังเท่า
ไม่ว่าจะเป็นแลนด์บริดจ์ เรื่องแก้เอ็ม 2.5 เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ หรือแม้แต่ล่าสุด TH-AI พาสปอร์ต ที่ยิ่งแจงยิ่งมีช่องโหว่
ความจริงรัฐบาล "อนุทิน 2" มีต้นทุนด้านความเชื่อมั่นจากประชาชนสูง เพราะมีเกณฑ์การเลือกเฟ้นคนเข้าเป็นรัฐมนตรีที่เข้มข้น และยังปรากฏคนรุ่นใหม่ใน ครม. จำนวนไม่น้อย
แต่รัฐมนตรี "ลูกเทพ" ที่ถูกคาดหวังแต่ต้น กลับยังไม่สามารถสร้างผลงานที่โดดเด่น หรือเห็นการเปลี่ยนแปลงไปจากการเมืองแบบเดิม ๆ จากก่อนหน้านี้ได้
คนที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับจากผลสำรวจผ่านโพลสำนักต่าง ๆ ได้ กลับเป็นนายอนุทิน และกลุ่มรัฐมนตรีเทคโนแครต หรือ 3 แม่ครัว ซึ่งรวมทั้ง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เรื่อง "กิโยตินกฎหมาย" ได้
ขณะที่กลุ่มรัฐมนตรีบ้านใหญ่ และ "รัฐมนตรีลูกเทพ" กลับแทบไม่มี "ปล่อยของ" ให้เห็น
ขณะที่โพลของสถาบันพระปกเกล้า เผยแพร่กลางเดือน เม.ย.2569 เสียงประชาชนส่วนใหญ่ 50.8% ระบุยังไม่มีกลุ่มใดเป็นความหวังชัดเจน มีเพียง 37.2% ที่คาดหวังจากรัฐมนตรีคนนอก แต่ที่คาดหวังจากคนรุ่นใหม่ที่เป็นรัฐมนตรี กลับมีเพียง 6.8%
ไม่ต่างจากสวนดุสิตโพล เรื่องประเด็น "ดัชนีการเมืองไทย" เดือน พ.ค.2569 คนจากฝ่ายรัฐบาลที่มีผลงานโดดเด่นที่สุด อันดับ 1.นายอนุทิน 37% อันดับ 2.นายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ จากเพื่อไทย 29% อันดับ 3 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ 16% อันดับ 4.น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีวัฒนธรรม ทายาทบ้านใหญ่อุทัยธานี 10.7% และอันดับ 5 นายสีหศักดิ์ 7%
ไม่ต่างจากผลสำรวจในเดือน เม.ย. ของสวนดุสิต ซึ่งผลปรากฏรายชื่อและอันดับที่ออกมา ใกล้เคียงกับเดือน พ.ค. เพียงแค่อันดับ 3 ในโพล เป็นนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ 17% ก่อนชื่อจะหลุด 5 อันดับแรกในเดือน พ.ค. และมีชื่อนายเอกนิติ มาเป็นอันดับ 3 แทน
ไม่มีรัฐมนตรีบ้านใหญ่และ "รัฐมนตรีลูกเทพ" ติดอยู่ในโผ ยกเว้น สส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีวัฒนธรรม ที่มีออร่า ในตัวมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว
การเปิดประเด็น เรื่องจะวัดเคพีไอ 1 ปี รัฐมนตรี "ลูกเทพ" จึงอยู่ในข่ายที่จะถูกจับจ้องเป็นพิเศษ หลังจากได้รับแรงส่งจาก "บ้านใหญ่"
แต่กระนั้น ยังอาจถูกมองเป็นบทสะท้อนได้เช่นกันว่า การปรับ ครม. หรือจะเลือกใครเข้าออกเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล เป็นเรื่องอำนาจของนายอนุทิน ไม่ใช่เพียงเฉพาะนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีอำนาจเต็มในพรรคภูมิใจไทยด้วย
หลังมีกระแสข้าราชการและนักการเมืองพรรคเดียวกัน แต่คนละสาย เริ่มมีอาการ "ปีนเกลียว" เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ยังอาจมีนัยอีกประการที่มองข้ามไม่ได้ คือเป็นการส่งสัญญาณ "เลื่อยขา" เก้าอี้รัฐมนตรี จาก "คนกันเอง" ทำนอง หากไร้ฝีมือ ยังมีคนอื่นที่มีความสามารถพร้อมจะเข้าทำหน้าที่แทนอยู่
เพราะพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ได้ขยับฐานะจากพรรคระดับกลาง ขึ้นเป็นพรรคการเมืองใหญ่อย่างสมบูรณ์แบบ จากการเข้ามาเติมจากทั้ง "บ้านใหญ่" และกลุ่มการเมืองจากพรรคอื่นๆ
เมื่อเป็นพรรคใหญ่ ย่อมเป็นธรรมดาที่จะมีกลุ่ม มีก๊ก มีมุ้ง เพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดทั้งการแข่งขัน แย่งชิง และต่อรอง
ดังได้เห็นตัวอย่างจากพรรคการเมืองใหญ่ในอดีตหลายพรรค เคยเกิดปัญหานี้มาแล้ว
พรรคภูมิใจไทยก็คงไม่มีข้อยกเว้น
อ่านข่าว :
นายกฯ ยันดึง EEC คุมเอง ไม่ได้ขัดแย้งหรือลดบทบาท "พิพัฒน์"
"พิพัฒน์" สยบลือรอยร้าว ภท. ชี้คุยกันก่อนแล้วนายกฯ ดึง EEC คุมเอง
มติ ภท.ให้สมาชิกถอนชื่อร่างแก้ รธน.เพื่อไทย หวั่นขัดคําวินิจฉัยศาล

