"ชัชชาติ" ชูขยายศูนย์ดูแลเด็กเล็กทั่วกรุง-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-เมืองเดินได้

การเมือง
17:53
จำนวนผู้ชม 25
Thai PBS
"ชัชชาติ" ชูขยายศูนย์ดูแลเด็กเล็กทั่วกรุง-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-เมืองเดินได้
"ชัชชาติ" โชว์วิสัยทัศน์พัฒนา กทม. ขยายศูนย์ดูแลเด็กเล็กทั่วกรุง ดึงเครือข่ายเอกชนร่วม เพิ่มพื้นที่สีเขียว พร้อมปรับปรุงทางเท้า เป็น "เมืองเดินได้"

วันนี้ (18 มิ.ย.2569) 4 ภาคีเครือข่ายภาคประชาชน และ 6 พันธมิตรสื่อ Thai PBS, ช่อง 3, PPTV, ไทยรัฐ, มติชน และ THE STANDARD จัดเวที "Think Tank Bangkok ระดมสมองสู่อนาคตกรุงเทพฯ" กับวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาทั้งเรื่องปากท้อง ความปลอดภัย และการบริหารจัดการเมืองหลวง ของ 3 ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัคร หมายเลข 5, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัคร หมายเลข 9, นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัคร หมายเลข 10

"ชัชชาติ" ชูศูนย์ดูแลเด็กเล็กทั่วกรุง-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-เมืองเดินได้

"ชัชชาติ" ชูศูนย์ดูแลเด็กเล็กทั่วกรุง-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-เมืองเดินได้

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่า กทม. กล่าวถึงนโยบายด้านการดูแลเด็กเล็กใน กทม.เมื่อพ่อ-แม่ ผู้ปกครองยังต้องทำงาน ว่า เด็กเล็กอายุ 0-6 ขวบเป็นวัยสำคัญ โดย กทม.มีเด็กกลุ่มนี้ประมาณ 250,000 คน ซึ่งต้องเน้นทำงานร่วมกับเอกชน ขยายการให้บริการศูนย์เด็กเล็ก พร้อมทั้งสนับสนุนค่าจ้างพนักงาน อาสาสมัคร ค่าน้ำค่าไฟ รวมทั้งจ่ายโอทีกับคนที่ต้องอยู่เกินเวลา เพื่อรอผู้ปกครองเด็กมารับหลังเลิกงาน

ทั้งนี้ ตั้งเป้าเพิ่มศูนย์เด็กอ่อนเป็น 13 แห่ง รับดูแลเด็กตั้งแต่ 2 ขวบ เนื่องจากปัจจุบัน กทม.มีโรงเรียนอนุบาล 429 แห่ง รองรับเด็ก 60,000 คน ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 80,000 คน และศูนย์ที่ร่วมมือกับเอกชน 258 แห่ง รองรับ 80,000 คน แต่มีสัดส่วนเด็กไม่เข้ารับบริการอีก 110,000 คน โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 0-3 ขวบที่อาจต้องอยู่กับเอกชนอื่น ๆ หรือบ้าน ปู่ ย่า ตา ยาย

นอกจากนี้ จะต้องพัฒนาคุณภาพศูนย์เด็กเล็ก ใช้หลักสูตร EF รวมทั้งสนับสนุนให้อาสาฯ ได้ทุนศึกษาต่อ และตรวจสอบคุณภาพศูนย์ฯ อย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญนำพ่อ-แม่ เป็นแนวร่วมช่วยเลี้ยงเด็ก ด้วยการพูดคุยและอบรมพ่อแม่ และเพิ่มพื้นที่สาธารณะสำหรับเด็ก เช่น สนามเด็กเล่น

นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงมาตรการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย ว่า หาบเร่แผงลอยเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอาหารราคาไม่แพง อร่อย และคุณภาพดี ที่ผ่านมาได้จัดระเบียบทั้งจุดผ่อนผัน นำผู้ค้าที่ยังขายในจุดผิดกฎหมาย เข้าสู่ระบบให้ได้มากที่สุด จ่ายค่าธรรมเนียมปีละ 500 บาท โดยพยายามจัดหาที่ให้พ่อค้าแม่ค้า ยกตัวอย่างถนนคอนแวนต์ ที่สีลม

ส่วนในอนาคต มองว่าอาจมีรูปแบบต่าง ๆ เพิ่มขึ้น เช่น ทำตลาดอัตลักษณ์เพิ่มขึ้น จากเดิมมีที่ข้าวสาร และเยาวราช อาจขยายไปสำเพ็ง รวมถึงตลาดชุมชน และเพิ่มจุดผ่อนผันแบบมินิ ไม่เกิน 4-5 ร้านค้า ตามหน้าร้านสะดวกซื้อ หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหา คือ ต้องทำถูกกฎหมาย และนำเข้าระบบ ไม่ให้มีกลุ่มอิทธิพลมาเรียกเก็บเงินผู้ค้า

ต้องหาที่และมีระเบียบที่ชัดเจนให้เขาอยู่ได้ แต่ต้องไม่เบียดบังสิทธิคนเดินเท้า

ส่วนกรณีการเดินทางใน กทม.นั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า คอนเซ็ปต์ที่ทำมาตลอด คือ เมืองเดินได้ เพราะการเดินได้แสดงถึงความเจริญของเมือง ที่ผ่านมาพัฒนาทางเท้า 1,150 กม. และจะทำให้ได้อย่างน้อย 2,000 กม. รวมทั้งเพิ่มไฟแสงสว่างให้ทั่วทุกพื้นที่

รัศมี 1 กม.จากรถไฟฟ้าต้องเดินได้ คนแก่เดินได้ วิลแชร์ไปได้

ส่วนรถโดยสารสาธารณะ หรือรถเมล์ เป็นตัวเสริมของรถไฟฟ้า กทม.จะไปเจรจาขนส่งทางบก และคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง แต่คงรับหนี้ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ไม่ไหว เพราะสูงถึง 1.5 แสนล้านบาท แต่อาจช่วยเติมเต็ม เช่น เรื่องป้ายรถเมล์มี 5,000 จุด แต่มีศาลาที่พักเพียง 2,500 จุด ต้องทำเพิ่ม รวมถึงฟีดเดอร์ขนส่งจากป้ายรถเมล์ไปยังรถไฟฟ้า

"ชัชชาติ" ชูศูนย์ดูแลเด็กเล็กทั่วกรุง-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-เมืองเดินได้

"ชัชชาติ" ชูศูนย์ดูแลเด็กเล็กทั่วกรุง-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-เมืองเดินได้

ส่วนวินจักรยานยนต์รับจ้าง 5,300 วิน 79,000 คน ในจำนวนนี้มีวินที่อยู่บนทางเท้า 1,100 วิน แต่วินใหม่ได้ห้ามตั้งบริเวณดังกล่าวแล้ว โดยจะปรับปรุงจุดแก้มลิงสำหรับวินรถจักรยานยนต์และไรเดอร์ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยจะพัฒนา "วินต้นแบบ" 20% ทุกเขต

นายชัชชาติ กล่าวถึงการป้องกันคอร์รัปชัน ว่า จะต้องมีรายละเอียดโครงการต่าง ๆ อย่างชัดเจน ที่ผ่านมากรณีเครื่องออกกำลังกาย ได้ตั้งกรรมการสอบวินัยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสำนักงบประมาณ และเปลี่ยนวิธีการว่าการเสนองบประมาณ ต้องมีกระดาษครบถ้วน ไม่ใช่กระดาษแผ่นเดียว ส่วนงบแปรบัญญัติเป็นเรื่องปกติ ทุกแห่งมี แต่ถ้าคุยไม่จบ ส่วนการต่อรองขึ้นอยู่กับผู้ว่าฯ กทม.ถ้าไม่ให้ ก็ไม่ได้โครงการ อีกทั้งผู้ว่าฯ มีอำนาจยุบสภา ซึ่งทุกอย่างขึ้นกับความเอาจริงเอาจัง

ส่วนเรื่องส่วย ยอมรับว่ามีจริง เพราะตลอดระยะเวลา 3 ปี มีเรื่องร้องเรียนทุจริตของ กทม. โดยเทศกิจ 117 เรื่อง และสอบสวนพบทุจริตจริง 43 เรื่อง โดยไล่ออกไปแล้วบ้าง ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้น

นายชัชชาติ ยังกล่าวปิดท้ายเกี่ยวกับนโยบายสำคัญในการพัฒนา กทม. 4 ด้าน ได้แก่ คุณภาพชีวิตต้องดี, เมืองโครงสร้างพื้นฐานต้องดี, ระบบต้องโปร่งใสมีประสิทธิภาพ และเศรษฐกิจเมืองต้องไปได้ เพราะเมือง คือ ตลาดแรงงาน

ถ้า 4 นี้ตัวไปได้ คุณภาพชีวิตเราจะดีขึ้น ประสิทธิภาพเมืองจะดีขึ้น