วันนี้ (20 มิ.ย.2569) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในวันที่ 28 มิ.ย.2569 เวลา 08.00 – 17.00 น. ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้มีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั้งในรูปแบบการสื่อสารแบบออนไลน์ และออฟไลน์ โดยการสำรวจมีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ จะไปเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.2569 ร้อยละ 76.3 และคิดว่าปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งครั้งนี้ อันดับหนึ่งคือ ตัวผู้สมัคร ร้อยละ 85.4 อันดับสองคือ พรรคการเมืองที่สังกัด กลุ่มการเมืองที่สังกัด อิสระ ร้อยละ 14.6
อยากได้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มีคุณสมบัติ อันดับหนึ่งคือ มีการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ ร้อยละ 19.3 อันดับสองคือ มีความขยันทุ่มเทในการทำงาน ร้อยละ 18.4 อันดับสามคือ มีความซื่อสัตย์โปร่งใส ร้อยละ 18 อันดับสี่คือ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ร้อยละ 13.4 อันดับห้าคือ มีการปฏิบัติงานให้เห็นเป็นรูปธรรม ร้อยละ 13.1 และอันดับสุดท้ายคือ มีการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ร้อยละ 17.8 และคิดว่าจะตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อันดับหนึ่งคือ ผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 57.5 อันดับสองคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 15.9 อันดับสามคือ ผู้สมัครสังกัดพรรคการเมือง ร้อยละ 14.5 และอันดับสุดท้ายคือ ผู้สมัครจากกลุ่มทางการเมือง ร้อยละ 12.1
คิดว่านโยบายที่อยากให้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ความสำคัญ อันดับหนึ่งคือ ด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมอาชีพ ร้อยละ 24.8 อันดับสองคือ ด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิต ร้อยละ 23.5 อันดับสามคือ ด้านความสะอาดและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 23 อันดับสี่คือ ด้านศิลปวัฒนธรรมและการพัฒนาเมือง ร้อยละ 12.3 อันดับห้าคือ ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 8
และปัญหาที่อยากให้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนมากที่สุด อันดับหนึ่งคือ ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 19.8 อันดับสองคือ ปัญหาการคอร์รัปชัน ร้อยละ 18.8 อันดับสามคือ ปัญหาการจัดการน้ำเสีย ร้อยละ 13.2 อันดับสี่คือ ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย ร้อยละ 11.9 อันดับห้าคือ ปัญหาการกีดขวางทางเท้า (ฟุตบาท) ร้อยละ 10.5
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่าตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.2569 อันดับหนึ่งคือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 54.6 อันดับสองคือ ไม่ประสงค์ลงคะแนน ร้อยละ 11.3 อันดับสามคือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ร้อยละ 5.4 อันดับสี่คือ นายอนุชา บูรพชัยศรี ร้อยละ 4.1 อันดับห้าคือ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ร้อยละ 3.1 โดยไม่คิดว่าจะตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จากพรรคการเมืองเดียวกัน กลุ่มการเมืองที่สังกัด ร้อยละ 32.7
สำหรับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) อยากได้บุคคลที่มีคุณสมบัติ อันดับหนึ่งคือ มีความขยันทุ่มเทในการทำงาน ร้อยละ 28.3 อันดับสองคือ ยังมีความซื่อสัตย์โปร่งใส ร้อยละ 18.5 อันดับสามคือ มีการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ ร้อยละ 17.1 อันดับสี่คือ มีการปฏิบัติงานให้เห็นเป็นรูปธรรม ร้อยละ 14.8 อันดับห้าคือ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ร้อยละ 12.5 และอันดับสุดท้ายคือ มีการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ร้อยละ 8.8
คิดว่าตัดสินใจในการเลือกผู้สมัคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร อันดับหนึ่งคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 26 อันดับสองคือ ผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 33.3 อันดับสามคือ ผู้สมัครจากกลุ่มทางการเมือง ร้อยละ 12.8 และอันดับสุดท้ายคือ ผู้สมัครสังกัดพรรคการเมือง ร้อยละ 27.9
ทั้งนี้การตัดสินใจในการเลือกผู้สมัคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร อันดับหนึ่งคือ ผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 39.6 อันดับสองคือ ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 21.6 อันดับสามคือ ผู้สมัครพรรคประชาชน ร้อยละ 19.5 อันดับสี่คือ ผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 5.3 อันดับห้าคือ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 5.1
อ่านข่าว :
"ชัชชาติ" ยังนำโค้งสองสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. "มัลลิกา" อันดับ 2 "ชัยวัฒน์" อันดับ 3
กางวิสัยทัศน์ "โจ ชัยวัฒน์" แก้ปัญหา "ทุจริต-การเดินทาง-น้ำท่วม" ให้คนกรุง
อนุชา ชู กรุงเทพฯ เมืองแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มองไปไกลกว่าแก้น้ำท่วม-รถติด

