กางวิสัยทัศน์ "โจ ชัยวัฒน์" แก้ปัญหา "ทุจริต-การเดินทาง-น้ำท่วม" ให้คนกรุง

การเมือง
17:01
จำนวนผู้ชม 29
Thai PBS
กางวิสัยทัศน์ "โจ ชัยวัฒน์" แก้ปัญหา "ทุจริต-การเดินทาง-น้ำท่วม" ให้คนกรุง
"โจ ชัยวัฒน์" กางวิสัยทัศน์แก้ปัญหา "ทุจริต-การเดินทาง-น้ำท่วม" ให้คนกรุง พร้อมสร้างพื้นที่ทุกเขต กิจกรรมแก้ปัญหาคนโสด-คนเหงา

วันนี้ (18 มิ.ย.2569) 6 พันธมิตรสื่อ Thai PBS, ช่อง 3, PPTV, ไทยรัฐ, มติชน และ THE STANDARD ร่วมกับ 4 ภาคีเครือข่ายภาคประชาชน จัดเวที "Think Tank Bangkok ระดมสมองสู่อนาคตกรุงเทพฯ" กับวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ของ กทม.ทั้งเรื่องปากท้อง ความปลอดภัย และการบริหารจัดการเมืองหลวง ของ 3 ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.

ได้แก่ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัคร หมายเลข 5 จากพรรคประชาธิปัตย์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัคร หมายเลข 9 ผู้สมัครอิสระ, นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัคร หมายเลข 10 จากพรรคประชาชน โดยนายชัยวัฒน์ ยังตอบคำถามในกลายประเด็นจากเวทีดังกล่าว

ศูนย์เด็กเล็กเปิดถึง 6 โมงเย็น ลงทุนศูนย์ฯละ 2 ล้าน

นายชัยวัฒน์ ตอบคำถามกรณีการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะศูนย์ดูแลเด็กและเยาวชน โดยระบุว่า ปัญหาการดูแลเด็กเป็นปัญหาใหญ่ เพราะวัยหนุ่มสาวไม่กล้าจะมีลูก และตนเองเป็นพ่อลูกหนึ่งทราบดีว่าเลี้ยงเด็กนั้นยากและค่อนข้างแพง ซึ่งหากถามว่า คนอยู่ในกรุงเทพฯ จะไม่มีสิทธิมีลูกหรือเปล่า ตนเองคิดว่าไม่

ถ้าผมเป็นผู้ว่าฯ จะทำให้ กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ดูแลเด็กเล็กได้ดีกว่านี้ ดูแลตั้งแต่เกิด มีนโยบายเบบี้บ็อก 2,000 บาท ให้ผู้ปกครองเลือกสิ่งของที่จำเป็นให้กับเด็ก ดึงแม่ให้เข้าสู่ระบบโดยเร็วที่สุด เข้ากรุ๊ปไลน์ที่มีพยาบาลดูแลช่วยในการดูแลตั้งแต่อยู่ในครรภ์

นายชัยวัฒน์ ยังกล่าวว่า ถ้าได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ จะทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ดูแลเด็กเล็กได้ดีกว่านี้ ศูนย์เด็กเล็กจะรองรับเด็กตั้งแต่อายุ 6 เดือน และเปิดบริการถึง 6 โมงเย็น เพื่อให้พ่อแม่ไปทำงานได้อย่างอุ่นใจมากขึ้น และเปิดช่วงเสาร์ - อาทิตย์ เพื่อให้เด็กไปทำกิจกรรมมากกว่าอยู่แต่หน้าจอมือถือ

และจากการลงพื้นที่พบว่า ศูนย์เด็กเล็กหลายแห่งมาตรฐานยังไม่ได้ และขาดแคลนงบประมาณ ซึ่งจะมีนโยบายในการลงทุน และยกเป็นเรื่องสำคัญ โดยจะลงทุน 2 ล้านบาทต่อศูนย์ฯ ทั้งพัฒนาสถานที่ บุคลากร อุปกรณ์ และยกระดับสวัสดิการให้ครูพี่เลี้ยงมีสวัสดิการที่ดีขึ้นและเหมาะสม

กางวิสัยทัศน์ "โจ ชัยวัฒน์" แก้ปัญหา "ขนส่ง-ทุจริต-น้ำท่วม" ให้คนกรุง

กางวิสัยทัศน์ "โจ ชัยวัฒน์" แก้ปัญหา "ขนส่ง-ทุจริต-น้ำท่วม" ให้คนกรุง

จัดพื้นที่ขายอาหารราคาถูก 50 เขต ติดบอดี้แคมเทศกิจเพื่อความโปร่งใส

นายชัยวัฒน์ ยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาหาบเร่แผงลอย โดยมองว่า เรื่องหาบเร่แผงลอย นอกจากจะเป็นเรื่องปากท้องของผู้ค้าแล้ว แต่ยังเป็นเรื่องค่าครองชีพของคนกรุงเทพฯ ด้วยหากย้อนดูข้อมูลปี 2555 ค่าอาหารอยู่ที่จานละ 30 บาท ขณะที่ในปี 2569 ซึ่ง 14 ปีผ่านไป ค่าอาหารขึ้นมาเป็นจานละ 65 บาท ปรับขึ้นมา 110% ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำจาก 300 บาท เป็น 400 บาท ขึ้นมา 33% เท่านั้น

คนกรุงเทพฯ ยังต้องการเข้าถึงอาหารที่ราคาไม่แพง ซึ่งก็คือแผงลอยต่าง ๆ มันคือ การทำให้คนกรุงเทพฯ ยังมีค่าครองชีพที่ถูกและเข้าถึงได้ ถ้าผมเป็นผู้ว่าฯ กทม. สิ่งที่จะไม่ทำคือ การไล่ที่โดยสัญญาว่าจะหาที่ให้ แต่สุดท้ายปล่อยให้ไม่มีพื้นที่ค้าขาย

นอกจากนี้ จะสร้างพื้นที่ค้าขาย โดยสร้างฟู้ดคอร์ทที่ราคาไม่แพงในพื้นที่ 50 เขต ทั่ว กทม. โดยทีมงาน กทม.จะสำรวจและพื้นที่ทั้งของเอกชนและของรัฐ โดยพื้นที่ของเอกชนจะให้สิทธิประโยชน์ เช่น ด้านภาษี หรือใช้ตึกแถวที่ยังว่างของเอกชน ซึ่งเอกชนก็จะได้ค่าเช่าหรือพื้นที่ของ กทม.ที่มีศักยภาพ ก็จะมีทั้งฟู้ดคอร์ท รวมไปถึงการขายสิ่งของต่าง ๆ

นอกจากนี้ จะจัดระบบการจอง และการบริหารพื้นที่แผงลอยให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทั้งหมดนี้จะต้องรับฟังผู้ค้าหาบเร่แผงลอยด้วยว่า จะจัดระบบอย่างไร ใครควรจะเข้ามาขาย เช่น ให้ผู้ค้ารายเดิมก่อนหรือให้คนในพื้นที่ ซึ่งจะต้องรับฟังความคิดเห็นจากคนในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง

เรื่องสำคัญที่สุดคือ ในยุคผมจะต้องไม่มีส่วยเทศกิจ จะต้องโปร่งใส เทศกิจจะต้องติดตั้งบอดี้แคมในการทำงาน จะนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อตรวจสอบการทำงานของเทศกิจ ซึ่งจะช่วยให้มีพื้นที่ค้าขายมากขึ้นโดยไม่ต้องจ่ายส่วย และจะทำให้คนกรุงเทพฯ เข้าถึงอาหารที่ช่วยลดค่าครองชีพได้

พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ 2 ระดับ

นายชัยวัฒน์ ยังกล่าวว่าถึงการแก้ไขปัญหาการขนส่งมวลชนโดยระบุว่า เรื่องระบบขนส่งสาธารณะจะทำทั้ง 2 ระดับ คือ ระดับที่ กทม.สามารถทำได้ภายในอำนาจ และ สิ่งที่กทม.จะต้องทำนอกเหนืออำนาจของ กทม. โดยที่ทำได้คือการจัดสรรรถเมล์ ให้เข้ามาวิ่งในเส้นทางที่ได้รับอนุญาต จากกรมการขนส่งทางบกแล้ว

ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรถเมล์มาวิ่ง ทั้งนี้เพื่อเพิ่มฟีดเดอร์รถเมล์เชื่อมตรอก ซอก ซอย ต่าง ๆ ไปยังรถไฟฟ้าโดย กทม.จะสนับสนุนงบประมาณ นอกจากนี้ จะใช้ศักยภาพในการเดินทางทางเรือในคลองให้มากขึ้นเพราะ กทม.มีคลองที่จะใช้เดินทางได้จำนวนมาก

ถ้าผมเป็น ผู้ว่าฯ กทม.จะฟื้นเรือเมล์ 3 สาย คือ คลองภาษีเจริญ คลองพระโขนง คลองแสนแสบ ถึงนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ซึ่งจะทำให้มีการเชื่อมโยงระหว่างรถไฟฟ้า รถ ราง เรือ จะทำให้มีการเชื่อมต่อการเดินทางที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ที่สำคัญมาก ๆ อีกอย่าง คือการเดินเท้าที่จะสะดวกมากขึ้น โดยผู้สูงอายุจะต้องเดินได้โดยไม่ต้องสะดุดหกล้ม และพัฒนาจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะให้ดีขึ้น นอกจากนี้ จะทำศาลาวินมอเตอร์ไซค์ในจุดที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ควรมีจุดนั่งรอ มีจุดพักคอย มีหลังคากันแดดกันฝนให้ผู้มาใช้บริการสามารถนั่งรอได้

เพิ่มพื้นที่สร้างกิจกรรม แก้ปัญหาคนโสด

นายชัยวัฒน์ ยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาคนโสดและคนเหงา โดยระบุว่า ปัญหาความเหงา ปัญหาคนโสด เป็นปัญหาใหญ่มาก เพราะจะทำให้คนเกิดน้อยลง ขาดแรงงานที่จะมาเลี้ยงดูเศรษฐกิจ โดย กทม.จะเข้ามาแก้ไข เพราะ กทม.ขาดพื้นที่ที่คนเหงาจะมาเจอกัน และขาดเวลาที่คนเหงาจะมาเจอกัน แต่จะมาเชื่อมโยงกันมากขึ้นจากกิจกรรมที่ทำร่วมกัน

ถ้าเป็นผู้ว่าฯ กทม.จะมีนโยบายพัฒนาย่านต่าง ๆ ของ กทม.โดยคนในพื้นที่จะพัฒนาจุดขายในย่านของตนเองขึ้นมา เช่น หมู่บ้านศิลปินคลองบางหลวง จะให้คนมาทำกิจกรรมด้านศิลปะร่วมกัน ซึ่งสามารถสร้างได้ และกระจายในทุกเขต ไม่ว่าจะเป็นดนตรี กีฬา ซึ่งคนจะมาทำกิจกรรมร่วมกันได้ กรณีไม่มีเวลาจะต้องแก้ปัญหาการจราจรให้คลี่คลาย แก้ปัญหาขนส่งสาธารณะ รถ ราง เรือ คอนเซปต์ เมืองแคร์คน คืนเวลาให้กับคน

ลอกท่อ 100 % แยกระบบน้ำเสีย-น้ำฝน

นายชัยวัฒน์ ยังกล่าวว่า ปัญหาโรคร้อน และภูมิอากาศแปรปรวน กระทบต่อคนกรุงเทพฯ โดยตรง คือปรากฏการณ์ที่ฝนตกหนักรุนแรง และฉับพลันในระยะเวลาอันสั้นหรือ (Rainbomb) ปัญหาฝนตก น้ำท่วม ซึ่งขโมยเวลาของคนกรุงเทพฯไป และในระยะยาว คือ ปัญหาน้ำท่วมเมืองหลวง ซึ่งมีงานวิจัยออกมาว่า ในปี 2050 พื้นที่ 1 ใน 3 ของกรุงเทพฯ จะถูกน้ำท่วม หากเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐบาล เพื่อให้ กทม.เป็นเจ้าภาพ และมีแผนสร้างโครงการในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในอนาคตอย่างไร

กางวิสัยทัศน์ "โจ ชัยวัฒน์" แก้ปัญหา "ขนส่ง-ทุจริต-น้ำท่วม" ให้คนกรุง

กางวิสัยทัศน์ "โจ ชัยวัฒน์" แก้ปัญหา "ขนส่ง-ทุจริต-น้ำท่วม" ให้คนกรุง

ขณะที่ปัญหาน้ำท่วมเป็นปัญหาของการระบายน้ำ โดยจะเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำ โดยจะลอกท่อ 100 % ทุกปี เพราะที่ผ่านมามีการลอกท่ออยู่ที่ 50% ซึ่งจะช่วยระบายน้ำได้หากฝนตกเป็นปริมาณมากในระยะสั้น และในระยะยาว จะแยกรางระบายน้ำฝนออกจากรางระบายน้ำเสีย เพราะปัจจุบัน กทม.มีความสามารถในการบำบัดน้ำเสียอยู่ที่ 50% เพราะหากน้ำเข้าไปก็ต้องระบายน้ำออกไปให้เร็วที่สุด

หากแยกออกจากกันจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำได้ ขณะที่น้ำหนุนจะร่วมมือกับรัฐบาลในการบริหารจัดการน้ำ และอุดจุดฟันหลอ 10 จุดให้หมดภายใน 4 ปี ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ป้องกันปัญหาคอร์รัปชัน ตั้งแต่ต้นทางด้วย AI

นายชัยวัฒน์ ยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน โดยระบุว่า หลายปัญหามาจากเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน เช่น ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะเจาะจง ซึ่งทำได้ดีกว่านี้ได้ เช่น คัดเลือกผู้เสนอราคามาแข่งและเลือกซื้อจากผู้ที่เสนอราคาต่ำที่สุด และจากข้อมูลพบว่า หน่วยงานท้องถิ่นจัดซื้อของต่ำกว่าราคากลางน้อยที่สุด คือ 1.บุรีรัมย์ จัดซื้อต่ำกว่าราคากลาง 1% และอันดับ 2 ซื้อต่ำกว่าราคากลาง 2% ซึ่งตัวเลขนี้บอกอะไรได้อย่างมาก ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุด คือ ป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นตั้งแต่ต้น

เสนอการทำกรุงเทพฯ ให้โปร่งใส AI จับโกง ผู้ว่าฯ กทม.มีอำนาจ ในการหยุดยั้งยับยั้ง การใช้งบประมาณในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การขึ้นงบประมาณเข้ามา การสืบราคากลาง การออก TOR การประมูล ในทุกขั้นตอนตั้งแต่ก่อนจะเข้าสภา กทม. และหลังจากออกจาก สภา กทม. และที่จะทำได้เลย คือการทำให้ข้อมูลงบประมาณตั้งแต่ต้นทาง โดยวิเคราะห์ข้อมูลได้ด้วยคอมพิวเตอร์ หรือ AI คือ สิ่งที่ผู้ว่าจะแสดงเจตจำนงว่าจะเอาจริงในการแก้ไขปัญหาการทุจริตได้ดีที่สุด

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ กทม.ยังมีอำนาจในการสร้างระบบที่ดีได้ คือ สร้างระบบที่คนทำดีควรได้รับการส่งเสริมให้เติบโต คนที่ทำไม่ดีจะต้องถูกตรวจสอบและนำออกไป

ผลักดัน กม.เพิ่มอำนาจ กทม.

นายชัยวัฒน์ ยังกล่าวว่า การกระจายอำนาจเป็นสิ่งที่พรรคนำเสนอมาโดยตลอด และการกระจายอำนาจให้ กทม. โดยเสนอ พ.ร.บ.บริหารกรุงเทพมหานคร เข้าไปยังสภาแล้ว โดยหัวใจสำคัญ จากเดิมที่เป็นแนว Positive ที่กฎหมายจะกำหนดว่า กทม.จะทำอะไรได้บ้าง หากไม่มีกำหนดไว้จะไม่มีอำนาจ โดยเปลี่ยนเป็น Negative ซึ่งจะกำหนดว่าอะไรที่ กทม.ทำไม่ได้ เช่น เรื่องที่รัฐบาลกลางควรจะต้องทำเช่น เรื่องความมั่นคง เรื่องต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลกลางจะต้องทำ

กางวิสัยทัศน์ "โจ ชัยวัฒน์" แก้ปัญหา "ขนส่ง-ทุจริต-น้ำท่วม" ให้คนกรุง

กางวิสัยทัศน์ "โจ ชัยวัฒน์" แก้ปัญหา "ขนส่ง-ทุจริต-น้ำท่วม" ให้คนกรุง

แต่เรื่องการดูแลปัญหาของคนกรุงเทพฯ และปัญหาทับซ้อนจะต้องแก้ที่ตัวกฎหมาย แต่กว่าจะรอกฎหมายผ่านสภาฯ ผู้ว่าฯ ต้องเป็นผู้นำมากกว่านี้ในการทำเรื่องใหญ่ แก้ปัญหาให้จบ โดยไม่คำนึงว่า อยู่นอกเหนืออำนาจของผู้ว่า ผู้ว่าควรเป็นตัวแทนคนกรุงเทพฯ และเป็นเดือดเป็นร้อน แทนคนกรุงเทพฯ โดยใช้กฎหมาย และใช้กลไกด้านอื่น ๆ แก้ปัญหาให้คนกรุงเทพฯ

อ่านข่าว

"ชัชชาติ" ชูขยายศูนย์ดูแลเด็กเล็กทั่วกรุง-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-เมืองเดินได้

อนุชา ชู กรุงเทพฯ เมืองแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มองไปไกลกว่าแก้น้ำท่วม-รถติด

เปิดวิสัยทัศน์ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กับภารกิจเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้คนกรุง

“พื้นที่ชุมนุมสาธารณะ” ความคาดหวังผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ ในมุมนักกิจกรรม

ขยะล้นเมือง โจทย์ใหญ่ผู้ว่าฯ กทม. 2569 เปิดนโยบายผู้สมัครแก้ปัญหาสะสม

เจาะลึกนโยบายผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ชำแหละแผนสู้ศึกวิกฤตฝุ่นเรื้อรัง PM2.5