วันนี้ (23 มิ.ย.2569) สถานการณ์การแพร่กระจายของกุ้งเครย์ฟิช หรือกุ้งก้ามแดง ในกว๊านพะเยา จ.พะเยา กำลังได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วน หลังพบติดขึ้นมากับลอบของชาวประมง จนหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันชาวประมงสามารถดักจับกุ้งชนิดนี้ได้ในปริมาณประมาณ 1-2 กก.ต่อการเก็บลอบแต่ละครั้ง และนำไปขายต่อในท้องตลาด มีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 200-250 บาท
แม้ว่ากุ้งชนิดนี้จะเป็นที่ต้องการของตลาดและสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้าน แต่ในอีกด้านหนึ่ง หลายภาคส่วนกลับมีความกังวลว่า หากกุ้งเครย์ฟิชเกิดการแพร่ระบาดและขยายพันธุ์เพิ่มมากขึ้นไปกว่านี้ อาจส่งผลกระทบโดยตรง ทำให้สัตว์น้ำพื้นถิ่นดั้งเดิมลดลง จนส่งผลเสียต่อระบบนิเวศโดยรวมในพื้นที่กว๊านพะเยา
ทางด้าน นายภูธนะ ชมภูมิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้ออกมาขับเคลื่อนมาตรการรณรงค์ให้ประชาชนและชาวบ้านช่วยกันจับกุ้งเครย์ฟิชเหล่านี้ขึ้นมาจากแหล่งน้ำ เพื่อนำมาแปรรูปเป็นอาหาร ซึ่งเป็นแนวทางในการช่วยลดจำนวนประชากรของกุ้งในธรรมชาติให้น้อยลง พร้อมทั้งได้ออกคำสั่งเด็ดขาด ห้ามมิให้บุคคลใดนำกุ้งเครย์ฟิชไปปล่อยลงในกว๊านพะเยาหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่น ๆ ผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษปรับตามกฎหมายสูงสุด 2,000,000 บาท
สำหรับบุคคลที่มีความประสงค์จะเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่นประเภทนี้ จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างถูกต้อง โดยการยื่นเรื่องขออนุญาตและแจ้งต่อสำนักงานประมงจังหวัดให้รับทราบล่วงหน้า
เร่งกำจัด "กุ้งเครย์ฟิช" หลังระบาดกว๊านพะเยา คาดหลุดจากผู้เลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม
นอกจากนี้ นายอภินันท์ สุวรรณรักษ์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ให้ข้อมูลทางวิชาการระบุว่า กุ้งเครย์ฟิชที่กระจายอยู่ในกว๊านพะเยาขณะนี้ คาดว่า น่าจะมีสาเหตุมาจากการนำมาปล่อยทิ้งของผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม
กุ้งชนิดนี้จัดเป็นสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นที่รุกราน หรือเอเลี่ยนสปีชีส์ มีลักษณะเด่นคือมีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถเจริญเติบโตขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีพฤติกรรมเป็นสัตว์นักล่าที่กินอาหารได้หลากหลายประเภท ทั้งพืชน้ำ ปลาขนาดเล็ก กบ กุ้ง และหอย ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำ
ยิ่งไปกว่านั้น กุ้งเครย์ฟิชยังมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้เป็นอย่างดี ทำให้เสี่ยงที่จะแพร่กระจายตัวไปตามลำน้ำสาขาต่าง ๆ จนอาจจะเชื่อมต่อและหลุดรอดเข้าไปสู่แม่น้ำโขงได้ในอนาคต ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขอความร่วมมือควบคุมดูแลจำนวนประชากรของกุ้งชนิดนี้ รวมถึงต้องมีการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบที่มีต่อความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่อย่างต่อเนื่องต่อไป
อ่านข่าว :
ส่อแววเศร้า ตร.พบ จม.อ้าง "แนนซี" แม่ผู้ประกาศสหรัฐฯ เสียชีวิตหลังถูกลักพาตัว
"เมสซี" ทุบสถิติทำประตูมากสุด หลังเหมา 2 ลูก พาอาร์เจนตินาเข้ารอบบอลโลก 2026
"อิหร่าน" ยืนยันไม่ได้ตกลงเรื่องนิวเคลียร์ระหว่างเจรจาสหรัฐฯ

