เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2569 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ร่วมกับสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สนธิกำลังร่วมปฏิบัติภารกิจปล่อย “เสือปิ่น” เสือโคร่งเพศเมีย รหัส HKT236F กลับคืนสู่ป่าธรรมชาติ ที่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่ายางแดง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เมื่อเวลา 22.00 น. (21 มิ.ย.) ที่ผ่านมา หลังเคลื่อนย้ายมาดูแลรักษาและฟื้นฟูสภาพร่างกายในกรงเลี้ยงกึ่งธรรมชาติ ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมให้เสือโคร่งสามารถดำรงชีวิตในป่าธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย และลดผลกระทบต่อชุมชนรอบแนวเขตป่าอนุรักษ์
ปล่อย "เสือปิ่น" คืนป่าห้วยขาแข้ง หลังฟื้นฟูร่างกาย-น้ำหนักเพิ่มขึ้น
นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 เปิดเผยว่า “เสือปิ่น” เป็นเสือโคร่งเพศเมีย อายุ 13 ปี มีน้ำหนักแรกรับ 95 กิโลกรัม เนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ก.พ.2569 เสือปิ่นได้เดินออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์มายังบริเวณ อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร ซึ่งในครั้งนั้นเจ้าหน้าที่จับตัว และนำไปปล่อยคืนป่า ณ หน่วยพิทักษ์ป่ายางแดง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งแล้ว
ต่อมาวันที่ 10 มี.ค.2569 พบว่า เสือปิ่นได้เดินออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์อีกครั้ง บริเวณบ้านปางสัก ต.แม่เปิน อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ และได้สร้างความเสียหายแก่สัตว์เลี้ยงของราษฎรในพื้นที่ ต.แม่เล่ย์ อ.แม่วงก์ จ.กำแพงเพชร คณะเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าควบคุมสถานการณ์และเคลื่อนย้ายเสือปิ่นมาดูแลรักษา พร้อมฟื้นฟูสภาพร่างกายภายในกรงฟื้นฟูฯ ของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.2569 เป็นต้นมา
ปล่อย "เสือปิ่น" คืนป่าห้วยขาแข้ง หลังฟื้นฟูร่างกาย-น้ำหนักเพิ่มขึ้น
ในระหว่างการฟื้นฟูเป็นเวลา 3 เดือน เจ้าหน้าที่ได้จัดการเลี้ยงดูเสือปิ่นภายใต้สภาพแวดล้อมกึ่งธรรมชาติ เพื่อคงพฤติกรรมตามสัญชาตญาณสัตว์ป่า และไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยได้รับการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด พร้อมรับการฉีดวัคซีน และได้อาหารที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ กระทั่งก่อนดำเนินการปล่อยในครั้งนี้ สัตวแพทย์รักษาบาดแผลภายนอกจนหายดี รวมทั้งเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจวิเคราะห์ และชั่งน้ำหนัก
ล่าสุดพบว่า เสือปิ่นมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 119 กิโลกรัม ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงเต็มที่ คณะเจ้าหน้าที่จึงเริ่มเคลื่อนย้ายออกจากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ในเวลา 18.00 น. ไปยังหน่วยพิทักษ์ป่ายางแดง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และปล่อยคืนสู่ธรรมชาติอย่างปลอดภัย ในเวลา 22.00 น.โดยติดตั้งปลอกคอวิทยุดาวเทียม เพื่อติดตามเส้นทางการเคลื่อนที่และพฤติกรรมอย่างแม่นยำ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทั้งสัตว์ป่าและชุมชน
การส่งเสือปิ่นกลับคืนสู่ผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้งในครั้งนี้ เป็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมจากการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน มุ่งมั่นรักษาสมดุลของระบบนิเวศควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่รอบแนวเขตป่า
ขั้นตอนหลังจากปล่อยเสือปิ่น คณะเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามสัญญาณจากปลอกคอ ร่วมกับบินอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ตรวจสอบสถานะในทันที เพื่อให้มั่นใจว่า เสือปิ่นมีความปลอดภัยและปรับตัวได้ดี ซึ่งจากนี้ทีมงานของกลุ่มงานวิชาการและสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ จะยังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและพฤติกรรมของเสือโคร่งตัวดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับเครือข่ายชุมชนรอบผืนป่าในการสร้างความเข้าใจ เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน
ปล่อย "เสือปิ่น" คืนป่าห้วยขาแข้ง หลังฟื้นฟูร่างกาย-น้ำหนักเพิ่มขึ้น
สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ นำโดยผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 พร้อมด้วย สพ.ญ.พิมพ์ชนก สรงมงคล หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง, นางอัจฉรา ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ, นายสมโภช ดวงจันทราศิริ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ, นายณัฐพงษ์ คงกระพันธ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ ตลอดจนเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานวิชาการ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า นำโดยนายสุทธิพงษ์ แกมทับทิม หัวหน้ากลุ่มงานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า และคณะเจ้าหน้าที่
ปล่อย "เสือปิ่น" คืนป่าห้วยขาแข้ง หลังฟื้นฟูร่างกาย-น้ำหนักเพิ่มขึ้น
อ่านข่าว :
วุฒิสภามติ 140:17 เห็นชอบ "จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช" นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
นายกฯ สั่งฟาดเต็มที่ ลั่นกระทรวงมหาดไทยรับไม่ได้ปมโกงสอบท้องถิ่น
เส้นทางสู่ดาวนิงสตรีตเจาะลึก "แอนดี เบิร์นแฮม" ตัวเต็งนายกฯ อังกฤษคนใหม่

