วันนี้ (23 มิ.ย.2569) นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ส.ป.ก.มีความพร้อมในการบริหารจัดการพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายตามมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ โดยจะดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด และจัดสรรให้เฉพาะเกษตรกรผู้มีคุณสมบัติและมีสิทธิตามกฎหมาย เพื่อให้การใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และป้องกันการเปลี่ยนมือหรือการนำที่ดินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
การดำเนินการดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ระหว่างหน่วยงานของรัฐกับประชาชนที่ดำรงอยู่มาเป็นเวลานาน รวมถึงลดข้อพิพาทและความขัดแย้งด้านสิทธิในที่ดิน โดยจากการตรวจสอบข้อมูลผ่านภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า พื้นที่จำนวนหนึ่งมีประชาชนเข้าอยู่อาศัย และทำกินมาตั้งแต่ก่อนการประกาศเขตป่าอนุรักษ์
นายเศรษฐเกียรติ กล่าวต่อว่า การจัดสรรที่ดินจะดำเนินการเฉพาะผู้มีคุณสมบัติตามกฎหมาย และไม่เปิดช่องให้มีการเปลี่ยนมือไปสู่กลุ่มทุน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
การพิจารณาปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานครั้งนี้ มีที่มาจากข้อร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ระหว่างที่ดินของรัฐกับที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน โดยสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้รับเรื่องร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง และร่วมลงพื้นที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
ทั้งนี้ แนวทางการแก้ไขปัญหาเป็นไปตามการจัดทำแผนที่ One Map และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) จะร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้การพิสูจน์สิทธิเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม
สำหรับมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เห็นควรให้เสนอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 และดำเนินการในพื้นที่กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 5 รวมประมาณ 155,865 ไร่ เพื่อส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปบริหารจัดการตามภารกิจและกฎหมายที่รับผิดชอบ
ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 พื้นที่ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ประมาณ 53,416 ไร่ กลุ่มที่ 2 พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี ประมาณ 8,328 ไร่ กลุ่มที่ 3 พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ. และ คจก.) ประมาณ 87,500 ไร่ และกลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุสนามฝึกซ้อมรบ ประมาณ 6,621 ไร่
ส่วนพื้นที่กลุ่มที่ 4 ซึ่งเป็นพื้นที่ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก. และนอกโครงการเพื่อความมั่นคง เนื้อที่ประมาณ 109,420 ไร่ ที่ประชุมมีมติให้คงสถานะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานต่อไป และดำเนินการตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 เพื่อตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิการครอบครองของประชาชน ที่อยู่มาก่อนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมีข้อมูลผู้ผ่านการสำรวจแล้วประมาณ 5,200 ราย และตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
พร้อมกันนี้ คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ยังมีมติให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมป่าไม้ สำรวจพื้นที่ป่าที่มีความสมบูรณ์เพิ่มเติม เพื่อพิจารณาผนวกเข้าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติทับลานอีกประมาณ 86,966.29 ไร่ เพื่อรักษาพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในภาพรวมของประเทศต่อไป
อ่านข่าว
กมธ.ที่ดินฯ เตรียมเชิญหน่วยงาน-ชัยวัฒน์ ให้ข้อมูลปมทับลาน 25 มิ.ย.
"อช.ทับลาน" ออกประกาศ ห้ามซื้อขาย-เปลี่ยนมือผู้ทำประโยชน์ในพื้นที่อุทยานฯ
มูลนิธิสืบฯ ชี้ปมเพิกถอน 1.5 แสนไร่ ห่วงเป็น "ทับลานโมเดล"
กรมอุทยานฯ ยันปมเพิกถอนทับลาน 1.5 แสนไร่ ไม่ตัดผืนป่าธรรมชาติ
มติบอร์ดอุทยานฯ เพิกถอน “ทับลาน” 1.5 แสนไร่ ยันไม่กระทบมรดกโลก
คกก.อุทยานฯ มีมติเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานบางส่วน
“มูลนิธิสืบฯ” จับตา คกก.อุทยานฯ เพิกถอนพื้นที่ "อุทยานฯ ทับลาน" หวั่นทำแบบเหมาเข่ง










