วันนี้ (25 มิ.ย.2569) พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า รมว.กลาโหม เน้นย้ำในเรื่องของความมั่นคงชายแดน เพื่อเสริมความพร้อมรบในการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยย้ำการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ตามแนวคิด Joint All-Domain Operations (JADO) บูรณาการการทำงานทุกมิติทั้งทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ไซเบอร์ รวมถึงการใช้ความร่วมมือการทูตเชิงรุก
ส่วนการพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงตามแนวชายแดน ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยมี พล.ท.วรพจน์ แก้วพิจิตร ผู้ช่วย รมว.กลาโหม เป็นหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อดำเนินงานตามแนวคิด น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์ ครอบคลุมทั้ง 8 กองกำลังป้องกันชายแดนทั่วประเทศ โดยห้วงเวลา 15 - 17 มิ.ย. ลงพื้นที่ 14 ที่หมาย ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ของกองกำลังสุรนารี แบ่งพื้นที่รับผิดชอบใหม่โดยปรับเปลี่ยนจากเดิม 3 ฉก. (หน่วยเฉพาะกิจ) เป็น 4 ฉก.
ฉก.1
จ.ศรีสะเกษ (ตอนเหนือ) ได้แก่ ซำแต, ภูมะเขือ, ห้วยตามาเรีย, พลาญหินแปดก้อน, พื้นที่โดยรอบ อ.กันทรลักษ์
ฉก.2
จ.สุรินทร์ – จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่หลักเขตที่ 2 ผ่านพื้นที่ช่องจอม–ปราสาทตาเมือน จนสุดเขต จ.บุรีรัมย์
ฉก.3
จ.ศรีสะเกษ (ตอนใต้)ตั้งแต่ช่องทับอู จนถึงหลักเขตที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่ อ.ขุนหาญ–ภูสิงห์
ฉก.4 ( แบ่งมาจาก ฉก.1 เดิม )
จ.อุบลราชธานี ช่องบก, ช่องอานม้า,เนิน 469, และพื้นที่แนวชายแดน อ.น้ำยืน
ในแต่ละจุดของกองกำลังสุรนารี ได้เสนอความต้องการต่าง ๆ ซึ่งหลายส่วนอนุมัติงบฯ และดำเนินการไปแล้ว ในเรื่องของน้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์ ในส่วนที่ไม่ใช่ที่ทหารได้มีการบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด
หลังจากนี้เมื่อคณะทำงานได้นำเรียน รมว.กลาโหมแล้ว ทาง รมว.กลาโหม จะลงพื้นที่ใน 3 กองกำลัง โดยวันที่ 4 ก.ค. พื้นที่กองกำลังบูรพา และ กองกำลัง จันทบุรี- ตราด และวันที่ 5 ก.ค.กองกำลังสุรนารี เพื่อติดตามความคืบหน้าในการพัฒนาพื้นที่ชายแดน เพื่อให้เกิดความพร้อมอย่างเร็วที่สุด
พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในที่ประชุมสภากลาโหม ได้กล่าวถึงกลไกศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ศบค.ชด.) รับผิดชอบโดยกองบัญชาการกองทัพไทย ที่มีผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้อำนวยการศูนย์ โดยกำชับการทำงานเพื่อความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นเอกภาพ ติดตามสถานการณ์ชายแดนทุกด้าน
ทั้งปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ยาเสพติด การค้ามนุษย์ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี การบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ จึงสำคัญยิ่งมาก ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจัดตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
พร้อมย้ำถึงการบูรณาการสื่อสารของทีมโฆษกกลาโหม-เหล่าทัพ ในการจัดตั้งศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ในหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น เป็นการทำงานด้านการสื่อสารแบบเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างเอกภาพการสื่อสารด้านความมั่นคง และกำกับการใช้สื่อออนไลน์ของกำลังพลให้เหมาะสม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการรับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ
อ่านข่าว
"อนุทิน" สยบข่าวลือชายแดนตึงเครียด ยัน F-16 ขึ้นบิน แค่ซ้อมตามปกติ
"บิ๊กดุลย์" เผยยังไม่ได้รับการติดต่อจาก "เตีย เซฮา" ขอคืนบ้านหนองจาน
ทภ.2 แจงเสียงระเบิดชายแดนศรีสะเกษ ไม่พบหลักฐานกำลังพลไทยใช้อาวุธ
แท็กที่เกี่ยวข้อง:










