วันนี้ (2 ก.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายสันติธร ยิ้มละไม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบส่วนกลาง
สามารถดำเนินการหาข้อสรุปเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็วภายในกรอบเวลา 7 วัน ตามคำสั่งการอย่างเข้มงวด การตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เข้าจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ในพื้นที่ จ.นนทบุรี
นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ได้ทำการสืบสวนเพียงลำพัง แต่เป็นการทำหน้าที่บูรณาการข้อมูลร่วมกับ 7 องค์กรพันธมิตรที่ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาตั้งแต่สมัยที่ตนดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทยในสมัยแรกเมื่อปี พ.ศ.2566
ในอดีตเคยมีกระแสข่าวทำนองนี้ จนตนต้องสั่งชะลอและยกเครื่องมาตรฐานจัดสอบใหม่ โดยมีการจัดทำข้อกำหนดขอบเขตงาน (TOR) และเปลี่ยนตัวมหาวิทยาลัยผู้จัดสอบ จนกระทั่งทิ้งช่วงเป็นเวลานานกว่า 2 ปี จึงได้มีการเปิดจัดสอบรอบที่ 2 ในช่วงปลายปี พ.ศ.2568 ทว่ากลุ่มผู้ทุจริตกลับย่ามใจและคิดว่าไม่มีการตรวจสอบเข้มข้นแล้ว จึงได้ลักลอบกระทำการทุจริตเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลในเครือข่ายให้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น
กางหลักฐานดิจิทัล สุ่มตรวจพบแปลงคะแนนดิบ สร้างกระดาษคำตอบปลอม
ด้าน นายสันติธร ยิ้มละไม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงถึงรายละเอียดเชิงลึกทางเทคนิคว่า คณะกรรมการได้ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงจากหลักฐานดิจิทัลและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องรวมเกือบ 15 คน รวมถึงเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) มาร่วมตรวจสอบกระดาษคำตอบจากศูนย์สอบทั้ง 10 ศูนย์ทั่วประเทศ
เบื้องต้นพบพฤติการณ์ทุจริตเด่นชัด โดยเอกชนผู้รับจ้าง ไม่ได้จัดส่งไฟล์ข้อมูลภาพถ่ายกระดาษคำตอบที่ปรากฏคะแนนสอบให้กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในทันทีหลังตรวจเสร็จ แต่เมื่อคณะกรรมการเข้าสุ่มตรวจสอบแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกข้อมูลภาพถ่ายกระดาษคำตอบ เปรียบเทียบกับประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการ จำนวน 79 คน
พบข้อมูลน่าตกใจว่า มีผู้เข้าสอบถึง 48 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ที่มีคะแนนในสำเนากระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผล โดยมีการแก้ไขคะแนนทั้งภาค ก และ ภาค ข เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อผลักดันให้ผ่านเกณฑ์ภาค ก. เกินร้อยละ 60 และปัดคะแนนภาค ข. ให้สูงเป็นพิเศษถึงร้อยละ 90
นอกจากนี้ นายกฯ ยังระบุเพิ่มเติมว่า ตนได้เห็นหลักฐานกระดาษคำตอบดังกล่าวด้วยตนเอง เช่น ผู้เข้าสอบรายหนึ่งทำคะแนนจริงได้เพียง 45 คะแนน แต่ในประกาศระบุว่าได้ 77 คะแนน อีกรายได้คะแนนจริง 33 คะแนน แต่ประกาศผลเป็น 70 คะแนน และรายที่สามได้คะแนนจริง 52 คะแนน แต่ถูกปัดขึ้นเป็น 74 คะแนน
เมื่อตรวจสอบกระดาษคำตอบที่พบความผิดปกติเหล่านี้ ปรากฏว่ารอยฝนวงกลมไม่มีการเลยช่องเลยแม้แต่น้อย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าเป็นกระดาษคำตอบที่ถูกจัดพิมพ์ขึ้นมาใหม่จากระบบเพื่อสร้างหลักฐานเท็จ
ยิ่งไปกว่านั้น ภายหลังจากที่คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.สถ.) เห็นชอบรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค ไปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักฐานดิจิทัลยังตรวจพบว่า มีมือมืดลักลอบเข้าไปแก้ไขปรับเปลี่ยนไฟล์ข้อมูลคะแนนในระบบคอมพิวเตอร์อีกครั้งก่อนที่จะมีการเผยแพร่ประกาศอย่างเป็นทางการ
สั่งฟันวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ-ป.ป.ช. อายัดข้อสอบ 8 แสนแผ่น
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเน้นย้ำถึงจุดยืนว่า หากปล่อยให้บุคคลที่ทุจริตไม่เป็นคนดีเข้าสู่ระบบราชการ จะสร้างความเสียหายและทำให้ระบบบริหารงานบุคคลวุ่นวายอย่างมาก
ในส่วนของการดำเนินการทางวินัย เบื้องต้นพบว่า มีข้าราชการพลเรือนสามัญในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยร้ายแรงจำนวน 5 คน ซึ่งมหาดไทยจะสั่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงทันที
ขณะที่กลุ่มผู้ร่วมขบวนการรายอื่น ๆ พบว่ามีทั้งเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้าง บริษัทเอกชนภายนอก และบุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน คณะกรรมการสอบสวนส่วนกลางจะร่วมมือกับอีก 6 หน่วยงานภาคีรวมถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากพบหลักฐานการซื้อขายตำแหน่งจะดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินและยึดทรัพย์ทันที
นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังระบุว่า ขณะนี้ทาง ป.ป.ช. ได้ทำการอายัดหลักฐานสำคัญอัน ได้แก่ กระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบทั้งหมดจำนวนกว่า 800,000 แผ่นเอาไว้เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดกรอบเวลาสืบสวนขยายผลประมาณ 3-6 เดือน ซึ่งจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การสอบครั้งนี้เท่านั้น แต่จะมีการสืบสวนขยายผลย้อนหลังตรวจสอบการจัดสอบในอดีตที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน
ปมขัดแย้งบอร์ด ก.สถ. สวนทางนโยบายดึงดันบรรจุ นายกฯ ยันล้างบางย้อนหลัง
สำหรับประเด็นความสับสนที่มีกระแสข่าวว่า มีการจัดพิธีบรรจุแต่งแต่งข้าราชการท้องถิ่นไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ทั้งที่มีเรื่องร้องเรียนการทุจริต ปลัดกระทรวงมหาดไทยชี้แจงว่า ฝ่ายนโยบายของกระทรวงมหาดไทยได้เล็งเห็นถึงปัญหาและมีคำสั่งให้ชะลอการบรรจุแต่งตั้งไว้ก่อนพร้อมแจ้งไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกนำเข้าสู่วาระการพิจารณาของคณะกรรมการ ก.สถ. ซึ่งโครงสร้างประกอบด้วยบุคคลภายนอกที่เป็นตัวแทนร่วมด้วย ในที่ประชุมฝ่ายข้าราชการประจำได้เสนอให้ชะลอ แต่กรรมการสัดส่วนบุคคลภายนอกกลับไม่เห็นด้วยและใช้มติเสียงข้างมากให้เดินหน้าบรรจุแต่งตั้งตามปกติจนเกิดข้อถกเถียงในสังคม
นายกฯ กล่าวปิดท้ายในประเด็นนี้ว่า ประชาชนต้องเข้าใจบริบทว่าในอดีตช่วงที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย การสั่งการหรือขับเคลื่อนงานอาจจะยังไม่เป็นเอกภาพเท่าที่ควร ทว่าในปัจจุบันเมื่อรัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่และมีเอกภาพแล้ว จะไม่มีการละเว้นเด็ดขาด
ตนได้สั่งการให้ตนเองในฐานะ รมว.มหาดไทย แจ้งต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด หากผลการตรวจสอบย้อนหลังพบว่าผู้ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งคนใดมีที่มาของคะแนนไม่ถูกต้องหรือมีความเกี่ยวข้องกับการทุจริต จะต้องแสดงความเสียใจด้วยเพราะจะต้องถูกเพิกถอนชื่อและให้ออกจากราชการทันที โดยระบุว่าทุกคนที่กระทำความผิดย่อมรู้ตัวดีอยู่แล้ว และรัฐบาลจะลุยเช็กบิลกระบวนการนี้ให้ถึงที่สุดเพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่สังคม
อ่านข่าวอื่น :
คณะอนุกรรมการเมืองเก่าฯเชียงใหม่ ถกป้ายขนาดใหญ่ เสี่ยงผลประเมินมรดกโลก
ศาลสั่งจำคุก 12 ปี "อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร" ร่วม "สีกากอล์ฟ" ยักยอกเงินบริจาค
"อนุทิน" ลั่นขนยาเข้าออสเตรเลียไม่มีทางรอด ถกใหญ่ปิดจุดรั่ว 3 ก.ค.










