"อนุทิน" ยันไร้แรงกดดันเลือกข้างศึก AI สหรัฐฯ-จีน ชี้ไม่กระทบเจรจาการค้า

การเมือง
09:24
จำนวนผู้ชม 95
Thai PBS
"อนุทิน" ยันไร้แรงกดดันเลือกข้างศึก AI สหรัฐฯ-จีน ชี้ไม่กระทบเจรจาการค้า

วันนี้ (17 ส.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ​ รมว.​มหาดไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เตรียมแจ้งประเทศพันธมิตร ต้องเลือกข้างในการแข่งขัน ด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับประเทศจีน จะส่งผลกระทบต่อการเจรจาภาษีหรือไม่ โดยนายอนุทิน ระบุว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะเมื่อขึ้นโต๊ะเจรจาจะมีเงื่อนไข และต้องดูรายละเอียดของคำว่า "เลือกข้าง" ว่าแปลว่าอะไร และต้องถึงระดับไหนจึงจะเรียกว่าเลือกข้าง

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา ซึ่งได้มีการพูดคุยกับปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา​ โดยรัฐบาลย้ำว่าเรื่องความมั่งคงทางการทหารและการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจาทางการค้า พร้อมยืนยันว่าไม่มีการกดดันจากสหรัฐฯ

"ยศชนัน"​ ชี้ไทยต้องสร้างพื้นฐานข้อมูล​ให้เป็นแต้มต่อ

ขณะที่นายยศชนัน​ วงศ์สวัสดิ์​ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทย หากต้องการได้เปรียบที่สุดจะต้องเป็นกลาง และมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความเข้มแข็งในเรื่องพื้นฐาน​ ไม่เช่นนั้นจะถูกต่อรองอยู่ตลอด

เรื่องเหล่านี้ควรเป็นตัวตั้ง จากนั้นก็ไปดูว่าเรื่องไหนยอมได้หรือไม่ ไม่ใช่ไปดูว่าเรายอมใครหรือไม่ยอมใคร แต่ต้องอยู่ที่พื้นฐานของเราจริงๆ ว่าเรื่องไหนเป็นของเรา และมีความเข้มแข็งในเรื่องใด จากนั้นจะนำไปสู่เรื่องการตั้งแผนต่างๆ ซึ่งเป็นแผนที่เคยทำอยู่แล้ว และต้องเร่งทำให้เข้มแข็งโดยเร็วที่สุด

นายยศชนัน​ ระบุว่า​ ความรู้พื้นฐาน​วิทยาศาสตร์​และเทคโนโลยี​เป็นเรื่องสำคัญมาก​ และการลงทุนเรื่องนี้อย่างจริงจังจะต้องเกิดขึ้น โดยเรื่องโครงสร้างพื้นฐานควรทำเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่ AI เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีเรื่องข้อมูลทั้งหมดด้วย ซึ่งรัฐบาลคิดคนเดียวไม่ได้​ ภาคเอกชนต่างๆ ต้องเข้ามาร่วม​ แต่ตรงไหนเสี่ยงรัฐบาลจะเริ่มทำให้ก่อน ตรงไหนเริ่มเห็นผลทางธุรกิจ​ ภาคเอกชนก็จะเข้ามาเชื่อมโยง​ ดังนั้นเรื่องความจำเป็นในการเก็บข้อมูลต่างๆ และความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ จึงมีความเชื่อมโยงกันหมด

ถ้าพูดถึงเรื่อง AI​ แล้วถามว่าต้องร่วมหรือไม่ร่วม แต่พื้นฐานจริงๆ คือเรื่องของฮาร์ดแวร์ ความปลอดภัยและข้อมูลต่างๆ​ เพราะฉะนั้นถ้าเรามีฐานข้อมูล ก็จะมีข้อมูลว่า AI ตัวใดจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกับใคร หรือตัวไหนที่จะสามารถร่วมมือกับใครได้บ้าง

"ถ้าเรามีพื้นฐานแน่น ก็จะตอบง่ายว่า​เรื่องนี้ควรจะไปกับคนไหน หรือจะไปกับคนนี้ในเรื่องไหน แต่ถ้าเราไม่มีพื้นฐานก็จะกลัว และความกลัวจะเกิดขึ้น​ ฉะนั้นเรื่องนี้มองว่าควรจะต้องลงทุนจริงๆ และทุกคนต้องมาร่วมกัน ใช้คอนเนคชัน​ทั้งรัฐและเอกชน​ ผ่านการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ​ (กรอ.)​ เพราะมองว่า AI เป็นสับเซตของเทคโนโลยี​ และอยากให้มองในภาพรวมว่า จะเป็นโอกาสของประเทศไทย ที่ทุกคนตระหนักและมองเห็นว่าจะต้องทำอย่างจริงจัง" นายยศชนัน​ กล่าว

ส่วนจะให้ความมั่นใจกับนักลงทุนอย่างไรนั้น นายยศชนัน​ ระบุว่า ขอให้มั่นใจ​ เพราะเราทำ กรอ.​ 4 ขา​ คือ​ 1.ด้านลงทุน กำกับดูแลโดยนายเอกนิติ​ นิติ​ทัณฑ์​ประภาศ​ รองนายก​รัฐมนตรี ​และ​ รมว.คลัง, 2.ด้านการขาย​ กำกับดูแลโดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์, 3.ด้านคนและเทคโนโลยี ซึ่งตนเป็นผู้กำกับดูแล จะเชื่อมโยงกับด้านการลงทุนและการค้าขาย

ฉะนั้นต้องเตรียมความพร้อมอย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นกับนักลงทุนและเข้ามาลงทุนกับไทย ดึงดูดและถ่ายทอดเทคโนโลยีออกมาได้ โดยไม่เสียเปรียบประเทศใด ซึ่งสามารถมองเรื่องกฎระเบียบในการใช้ กรอ.​เป็นตัวขับเคลื่อน​ และ 4.ด้านการพัฒนาและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ​ โดยมี นายปกรณ์​ นิลประพันธ์​ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นผู้ดูแล

อ่านข่าว :

ชง "กิติภณ" นั่ง ผอ.สำนักข่าวกรองฯ แทน "ฐนัตถ์" เกษียณอายุราชการ

บอร์ด ท.ท.ช.เคาะเก็บ "ค่าเหยียบแผ่นดิน" นักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท/คน

พ่อใหญ่ โคเรีย