วันนี้ (17 ส.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เตรียมแจ้งประเทศพันธมิตร ต้องเลือกข้างในการแข่งขัน ด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับประเทศจีน จะส่งผลกระทบต่อการเจรจาภาษีหรือไม่ โดยนายอนุทิน ระบุว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะเมื่อขึ้นโต๊ะเจรจาจะมีเงื่อนไข และต้องดูรายละเอียดของคำว่า "เลือกข้าง" ว่าแปลว่าอะไร และต้องถึงระดับไหนจึงจะเรียกว่าเลือกข้าง
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา ซึ่งได้มีการพูดคุยกับปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา โดยรัฐบาลย้ำว่าเรื่องความมั่งคงทางการทหารและการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจาทางการค้า พร้อมยืนยันว่าไม่มีการกดดันจากสหรัฐฯ
"ยศชนัน" ชี้ไทยต้องสร้างพื้นฐานข้อมูลให้เป็นแต้มต่อ
ขณะที่นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทย หากต้องการได้เปรียบที่สุดจะต้องเป็นกลาง และมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความเข้มแข็งในเรื่องพื้นฐาน ไม่เช่นนั้นจะถูกต่อรองอยู่ตลอด
เรื่องเหล่านี้ควรเป็นตัวตั้ง จากนั้นก็ไปดูว่าเรื่องไหนยอมได้หรือไม่ ไม่ใช่ไปดูว่าเรายอมใครหรือไม่ยอมใคร แต่ต้องอยู่ที่พื้นฐานของเราจริงๆ ว่าเรื่องไหนเป็นของเรา และมีความเข้มแข็งในเรื่องใด จากนั้นจะนำไปสู่เรื่องการตั้งแผนต่างๆ ซึ่งเป็นแผนที่เคยทำอยู่แล้ว และต้องเร่งทำให้เข้มแข็งโดยเร็วที่สุด
นายยศชนัน ระบุว่า ความรู้พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญมาก และการลงทุนเรื่องนี้อย่างจริงจังจะต้องเกิดขึ้น โดยเรื่องโครงสร้างพื้นฐานควรทำเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่ AI เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีเรื่องข้อมูลทั้งหมดด้วย ซึ่งรัฐบาลคิดคนเดียวไม่ได้ ภาคเอกชนต่างๆ ต้องเข้ามาร่วม แต่ตรงไหนเสี่ยงรัฐบาลจะเริ่มทำให้ก่อน ตรงไหนเริ่มเห็นผลทางธุรกิจ ภาคเอกชนก็จะเข้ามาเชื่อมโยง ดังนั้นเรื่องความจำเป็นในการเก็บข้อมูลต่างๆ และความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ จึงมีความเชื่อมโยงกันหมด
ถ้าพูดถึงเรื่อง AI แล้วถามว่าต้องร่วมหรือไม่ร่วม แต่พื้นฐานจริงๆ คือเรื่องของฮาร์ดแวร์ ความปลอดภัยและข้อมูลต่างๆ เพราะฉะนั้นถ้าเรามีฐานข้อมูล ก็จะมีข้อมูลว่า AI ตัวใดจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกับใคร หรือตัวไหนที่จะสามารถร่วมมือกับใครได้บ้าง
"ถ้าเรามีพื้นฐานแน่น ก็จะตอบง่ายว่าเรื่องนี้ควรจะไปกับคนไหน หรือจะไปกับคนนี้ในเรื่องไหน แต่ถ้าเราไม่มีพื้นฐานก็จะกลัว และความกลัวจะเกิดขึ้น ฉะนั้นเรื่องนี้มองว่าควรจะต้องลงทุนจริงๆ และทุกคนต้องมาร่วมกัน ใช้คอนเนคชันทั้งรัฐและเอกชน ผ่านการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เพราะมองว่า AI เป็นสับเซตของเทคโนโลยี และอยากให้มองในภาพรวมว่า จะเป็นโอกาสของประเทศไทย ที่ทุกคนตระหนักและมองเห็นว่าจะต้องทำอย่างจริงจัง" นายยศชนัน กล่าว
ส่วนจะให้ความมั่นใจกับนักลงทุนอย่างไรนั้น นายยศชนัน ระบุว่า ขอให้มั่นใจ เพราะเราทำ กรอ. 4 ขา คือ 1.ด้านลงทุน กำกับดูแลโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง, 2.ด้านการขาย กำกับดูแลโดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์, 3.ด้านคนและเทคโนโลยี ซึ่งตนเป็นผู้กำกับดูแล จะเชื่อมโยงกับด้านการลงทุนและการค้าขาย
ฉะนั้นต้องเตรียมความพร้อมอย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นกับนักลงทุนและเข้ามาลงทุนกับไทย ดึงดูดและถ่ายทอดเทคโนโลยีออกมาได้ โดยไม่เสียเปรียบประเทศใด ซึ่งสามารถมองเรื่องกฎระเบียบในการใช้ กรอ.เป็นตัวขับเคลื่อน และ 4.ด้านการพัฒนาและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นผู้ดูแล
อ่านข่าว :
ชง "กิติภณ" นั่ง ผอ.สำนักข่าวกรองฯ แทน "ฐนัตถ์" เกษียณอายุราชการ
บอร์ด ท.ท.ช.เคาะเก็บ "ค่าเหยียบแผ่นดิน" นักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท/คน
