เส้นทาง “เฮโรอีน” จากลาวเข้าไทย ความพยายามที่จะไปให้ถึง “มีนา”

อาชญากรรม
15:06
จำนวนผู้ชม 144
Thai PBS
เส้นทาง “เฮโรอีน” จากลาวเข้าไทย ความพยายามที่จะไปให้ถึง “มีนา”

จุดตั้งต้น

จากผู้ต้องหา “มีนา” แอร์โฮสเตสสาวการบินไทย ถูกควบคุมตัวขณะเดินทางเข้าประเทศที่สนามบินเมลเบิร์น ออสเตรเลีย คำให้การ พบเครือข่ายทั้งส่งของและคนรับสินค้าปลายทาง

ข้อมูลจากคำให้การพบว่า เมื่อเดินทางไปที่เมืองเมลเบิร์น สินค้าจะไปส่งมอบให้ผู้รับที่ปลายทาง โดยมีผู้รับเป็นหญิงชาวลาว ชื่อว่า “เดียร์” จุดนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด ออสเตรเลีย

กลับมาที่ฝั่งไทย มีภาพจากวงจรปิด ระบุว่า ชายส่งสินค้า สวมเสื้อมีหมวกคลุมสีดำ รถยนต์เก๋งสีดำ ยกพัสดุใส่กล่องไปส่งให้ที่คอนโดมิเนียม ขณะที่ผู้ติดต่อกับมีนา คือหญิงที่ใช้ชื่อในแอคเคาน์ เฟซบุ๊ก ว่า “โรส”

สายข่าวของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จึงแกะร่องรอยจากสายลับยาเสพติดที่มีอยู่ พบว่า มีเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มหนึ่งที่เฝ้าติดตาม มีความเคลื่อนไหวส่งพัสดุต้องสงสัยมาจากพื้นที่ชายแดนจากฝั่งลาว ไปที่จุดรับ ย่านบางเขน หลักสี่ ในกรุงเทพฯ

เส้นทาง “เฮโรอีน” จากลาวเข้าไทย ความพยายามที่จะไปให้ถึง “มีนา”

เส้นทาง “เฮโรอีน” จากลาวเข้าไทย ความพยายามที่จะไปให้ถึง “มีนา”

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบบ้านพักย่านหลักสี่ พบเฮโรอีน น้ำหนักรวม 8.17 กิโลกรัม ซุกซ่อน ในสินค้าพื้นเมือง 2 กล่อง มีปลายทางส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย โดยมีต้นทางจัดส่งมาจาก จ.เลย

เมื่อขยายผลตรวจสอบร้านรับส่งพัสดุ ใน จ.เลย พบพัสดุแบบเดียวกันอีก 3 กล่อง ถูกกระจายส่งเข้ากรุงเทพ 2 จุด

จุดแรก 1 บ้านพักบางกะปิ ย่านรามคำแหง ยึดพัสดุได้ 2 กล่อง บรรจุผ้าไหม ซุกซ่อนเฮโรอีนไว้ 6.23 กิโลกรัม ปลายทางระบุส่ง ไต้หวัน

จุดที่ 2 คือ ซอยรางน้ำ ควบคุมตัวผู้ครอบครองพัสดุ จำนวน 1 กล่อง ภายในบรรจุซองกาแฟและเสื้อกันหนาว ซุกซ่อนเฮโรอีน เกือบ 10 กิโลกรัม (9.98) ปลายทางระบุ ส่งออสเตรเลีย

เส้นทาง “เฮโรอีน” จากลาวเข้าไทย ความพยายามที่จะไปให้ถึง “มีนา”

เส้นทาง “เฮโรอีน” จากลาวเข้าไทย ความพยายามที่จะไปให้ถึง “มีนา”

ข้อมูลการสืบสวน ระบุว่า เครือข่ายนี้ ลักลอบนำเข้าเฮโรอีนมาจากลาว จากนั้นลักลอบข้ามแดนในพื้นที่เชียงคาน จ.เลย มีชายชาวไทย ร่วมกับภรรยาชาวลาว เป็นผู้รับสินค้า เข้ามากระจายจัดส่งต่อให้เครือข่ายในกรุงเทพฯ อีกทอดหนึ่ง

ต่อมา ตำรวจจับสามี-ภรรยา ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเฮโรอีน ระหว่างหลบซ่อนตัวใน จ.เลย ประกอบด้วยนายอาทิตย์ อายุ 43 ปี และ นางสาวทักษพร ชาวลาว อายุ 42 ปี

นายอาทิตย์ รับสารภาพว่า เคยส่งยาเสพติดผ่านไปรษณีย์ รวม 6 ครั้ง แบ่งเป็น อ.เชียงคาน จ.เลย จำนวน 5 ครั้ง และ อ.เอราวัณ จ.เลย 1 ครั้ง โดยอ้างว่า ได้รับค่าจ้าง ครั้งละ 8,000 บาท

ทั้ง 2 คน อยู่ระหว่างสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับคดี “มีนา” ด้วยหรือไม่

ย้อนคดีส่งเฮโรอีนจากชายแดนลาว ก่อนที่จะมีคดีแอร์โฮสเตส “มีนา” ตำรวจไทย เคยตรวจยึดยาเสพติด ประเภทเฮโรอีน ซุกซ่อนในเบาะรองนั่งมาแล้ว อย่างน้อย 2 คดี ทั้งที่ จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.แพร่ ที่รูปแบบการลำเลียงยาเสพติดคล้ายกัน คืออาศัยพัสดุ สิ่งของเครื่องใช้ และผู้เดินทาง เป็นช่องทางส่งออกไปต่างประเทศ

คดี จ.แพร่

วันที่ 15 พ.ค.2569 ตำรวจ สภ.เด่นชัย จ.แพร่ ตรวจยึดเฮโรอีนน้ำหนัก กว่า 6 กิโลกรัม หลังจากผุ้ประกอบการรับส่งพัสดุระหว่างประเทศ สังเกตเห็นความผิดปกติของเบาะรองนั่ง ที่ถูกซีลไว้อย่างแน่นหนา แต่เมื่อตรวจสอบ ผ่าออกดูพบเฮโรอีนซุกซ่อนภายในซับในของเบาะ

การสืบสวนพบว่า พัสดุดังกล่าวมีต้นทางจาก จ.นครพนม ชายแดนติดกับประเทศลาว และมีการติดต่อว่าจ้างผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ในลักษณะรับฝากส่งสินค้าไปต่างประเทศ โดยใช้บริษัทขนส่งเป็นตัวกลางลำเลียง

ป.ป.ส.ยังตรวจสอบพบว่า เครือข่ายนี้ ส่งสินค้าอีกส่วนหนึ่งไปยังเขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ และสามารถตรวจยึดยาเสพติด ได้เฮโรอีน กว่า 90 กิโลกรัม แต่ยังยืนยันไม่ได้ คดีนี้ เชื่อมโยงกับคดีมีนาหรือไม่

คดีเฮโรอีนที่ จ.ฉะเชิงเทรา

ตำรวจขยายผลจากการตรวจยึดยาเสพติดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2569 เข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา พบกล่องพัสดุ 2 กล่อง ภายในบรรจุเบาะรองนั่ง 44 ชิ้น ซึ่งทุกชิ้น ถูกดัดแปลงซุกซ่อนเฮโรอีน รวมของกลางน้ำหนัก กว่า 10 กิโลกรัม

มูลค่าภายในประเทศกว่า 10 ล้านบาท และหากส่งถึงปลายทางที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย จะมีมูลค่าสูงถึง 70 ล้านบาท

เส้นทาง “เฮโรอีน” จากลาวเข้าไทย ความพยายามที่จะไปให้ถึง “มีนา”

เส้นทาง “เฮโรอีน” จากลาวเข้าไทย ความพยายามที่จะไปให้ถึง “มีนา”

ผู้ต้องหาในคดีนี้ รับสารภาพว่า ได้รับค่าจ้าง 5 หมื่นบาท เพื่อนำยาเสพติดไปฝากผู้เดินทาง หรือ เจ้าหน้าที่สายการบิน เพื่อลำเลียงต่อไปยังประเทศออสเตรเลีย ซึ่งพบต้นทาง เชื่อมโยงกับ จ.เพชรบูรณ์ ก่อนนำมาพักไว้ใน จ.ฉะเชิงเทรา รอส่งออกต่างประเทศ

ทั้งสองคดี จะเห็นพฤติกรรมของเครือข่ายค้ายาเสพติด ที่แบ่งหน้าที่เป็นทอด ๆ ตั้งแต่การลำเลียงยาเสพติดเข้าพื้นที่ / การซุกซ่อนในสิ่งของเครื่องใช้ / การใช้ระบบขนส่งพัสดุเป็นฉากบังหน้า ไปจนถึงการอาศัยผู้เดินทาง หรือบุคคลที่สามารถนำสัมภาระขึ้นเครื่องบินได้ เป็นผู้ลำเลียงออกนอกประเทศ

อ่านข่าว :

คุม "สามีชาวไทย-ภรรยาชาวลาว" คนส่งพัสดุซุกเฮโรอีน สอบปากคำที่ ป.ป.ส.

กกล.ผาเมือง ปะทะคาราวานยาเสพติด วิสามัญฯ 4 คน ยึดยาบ้า 7.6 แสนเม็ด-เฮโรอีน 4 กก.

ยกระดับความปลอดภัย "สนามบินไทย" ใช้ Zero Trust ปิดช่องลอบขนยาเสพติด

เปิด 2 คดีเฮโรอีนซุกเบาะรองนั่ง ก่อนแอร์โฮสเตสไทยถูกจับที่ออสเตรเลีย