จุดตั้งต้น
จากผู้ต้องหา “มีนา” แอร์โฮสเตสสาวการบินไทย ถูกควบคุมตัวขณะเดินทางเข้าประเทศที่สนามบินเมลเบิร์น ออสเตรเลีย คำให้การ พบเครือข่ายทั้งส่งของและคนรับสินค้าปลายทาง
ข้อมูลจากคำให้การพบว่า เมื่อเดินทางไปที่เมืองเมลเบิร์น สินค้าจะไปส่งมอบให้ผู้รับที่ปลายทาง โดยมีผู้รับเป็นหญิงชาวลาว ชื่อว่า “เดียร์” จุดนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด ออสเตรเลีย
กลับมาที่ฝั่งไทย มีภาพจากวงจรปิด ระบุว่า ชายส่งสินค้า สวมเสื้อมีหมวกคลุมสีดำ รถยนต์เก๋งสีดำ ยกพัสดุใส่กล่องไปส่งให้ที่คอนโดมิเนียม ขณะที่ผู้ติดต่อกับมีนา คือหญิงที่ใช้ชื่อในแอคเคาน์ เฟซบุ๊ก ว่า “โรส”
สายข่าวของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จึงแกะร่องรอยจากสายลับยาเสพติดที่มีอยู่ พบว่า มีเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มหนึ่งที่เฝ้าติดตาม มีความเคลื่อนไหวส่งพัสดุต้องสงสัยมาจากพื้นที่ชายแดนจากฝั่งลาว ไปที่จุดรับ ย่านบางเขน หลักสี่ ในกรุงเทพฯ
เส้นทาง “เฮโรอีน” จากลาวเข้าไทย ความพยายามที่จะไปให้ถึง “มีนา”
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบบ้านพักย่านหลักสี่ พบเฮโรอีน น้ำหนักรวม 8.17 กิโลกรัม ซุกซ่อน ในสินค้าพื้นเมือง 2 กล่อง มีปลายทางส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย โดยมีต้นทางจัดส่งมาจาก จ.เลย
เมื่อขยายผลตรวจสอบร้านรับส่งพัสดุ ใน จ.เลย พบพัสดุแบบเดียวกันอีก 3 กล่อง ถูกกระจายส่งเข้ากรุงเทพ 2 จุด
จุดแรก 1 บ้านพักบางกะปิ ย่านรามคำแหง ยึดพัสดุได้ 2 กล่อง บรรจุผ้าไหม ซุกซ่อนเฮโรอีนไว้ 6.23 กิโลกรัม ปลายทางระบุส่ง ไต้หวัน
จุดที่ 2 คือ ซอยรางน้ำ ควบคุมตัวผู้ครอบครองพัสดุ จำนวน 1 กล่อง ภายในบรรจุซองกาแฟและเสื้อกันหนาว ซุกซ่อนเฮโรอีน เกือบ 10 กิโลกรัม (9.98) ปลายทางระบุ ส่งออสเตรเลีย
เส้นทาง “เฮโรอีน” จากลาวเข้าไทย ความพยายามที่จะไปให้ถึง “มีนา”
ข้อมูลการสืบสวน ระบุว่า เครือข่ายนี้ ลักลอบนำเข้าเฮโรอีนมาจากลาว จากนั้นลักลอบข้ามแดนในพื้นที่เชียงคาน จ.เลย มีชายชาวไทย ร่วมกับภรรยาชาวลาว เป็นผู้รับสินค้า เข้ามากระจายจัดส่งต่อให้เครือข่ายในกรุงเทพฯ อีกทอดหนึ่ง
ต่อมา ตำรวจจับสามี-ภรรยา ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเฮโรอีน ระหว่างหลบซ่อนตัวใน จ.เลย ประกอบด้วยนายอาทิตย์ อายุ 43 ปี และ นางสาวทักษพร ชาวลาว อายุ 42 ปี
นายอาทิตย์ รับสารภาพว่า เคยส่งยาเสพติดผ่านไปรษณีย์ รวม 6 ครั้ง แบ่งเป็น อ.เชียงคาน จ.เลย จำนวน 5 ครั้ง และ อ.เอราวัณ จ.เลย 1 ครั้ง โดยอ้างว่า ได้รับค่าจ้าง ครั้งละ 8,000 บาท
ทั้ง 2 คน อยู่ระหว่างสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับคดี “มีนา” ด้วยหรือไม่
ย้อนคดีส่งเฮโรอีนจากชายแดนลาว ก่อนที่จะมีคดีแอร์โฮสเตส “มีนา” ตำรวจไทย เคยตรวจยึดยาเสพติด ประเภทเฮโรอีน ซุกซ่อนในเบาะรองนั่งมาแล้ว อย่างน้อย 2 คดี ทั้งที่ จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.แพร่ ที่รูปแบบการลำเลียงยาเสพติดคล้ายกัน คืออาศัยพัสดุ สิ่งของเครื่องใช้ และผู้เดินทาง เป็นช่องทางส่งออกไปต่างประเทศ
คดี จ.แพร่
วันที่ 15 พ.ค.2569 ตำรวจ สภ.เด่นชัย จ.แพร่ ตรวจยึดเฮโรอีนน้ำหนัก กว่า 6 กิโลกรัม หลังจากผุ้ประกอบการรับส่งพัสดุระหว่างประเทศ สังเกตเห็นความผิดปกติของเบาะรองนั่ง ที่ถูกซีลไว้อย่างแน่นหนา แต่เมื่อตรวจสอบ ผ่าออกดูพบเฮโรอีนซุกซ่อนภายในซับในของเบาะ
การสืบสวนพบว่า พัสดุดังกล่าวมีต้นทางจาก จ.นครพนม ชายแดนติดกับประเทศลาว และมีการติดต่อว่าจ้างผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ในลักษณะรับฝากส่งสินค้าไปต่างประเทศ โดยใช้บริษัทขนส่งเป็นตัวกลางลำเลียง
ป.ป.ส.ยังตรวจสอบพบว่า เครือข่ายนี้ ส่งสินค้าอีกส่วนหนึ่งไปยังเขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ และสามารถตรวจยึดยาเสพติด ได้เฮโรอีน กว่า 90 กิโลกรัม แต่ยังยืนยันไม่ได้ คดีนี้ เชื่อมโยงกับคดีมีนาหรือไม่
คดีเฮโรอีนที่ จ.ฉะเชิงเทรา
ตำรวจขยายผลจากการตรวจยึดยาเสพติดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2569 เข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา พบกล่องพัสดุ 2 กล่อง ภายในบรรจุเบาะรองนั่ง 44 ชิ้น ซึ่งทุกชิ้น ถูกดัดแปลงซุกซ่อนเฮโรอีน รวมของกลางน้ำหนัก กว่า 10 กิโลกรัม
มูลค่าภายในประเทศกว่า 10 ล้านบาท และหากส่งถึงปลายทางที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย จะมีมูลค่าสูงถึง 70 ล้านบาท
เส้นทาง “เฮโรอีน” จากลาวเข้าไทย ความพยายามที่จะไปให้ถึง “มีนา”
ผู้ต้องหาในคดีนี้ รับสารภาพว่า ได้รับค่าจ้าง 5 หมื่นบาท เพื่อนำยาเสพติดไปฝากผู้เดินทาง หรือ เจ้าหน้าที่สายการบิน เพื่อลำเลียงต่อไปยังประเทศออสเตรเลีย ซึ่งพบต้นทาง เชื่อมโยงกับ จ.เพชรบูรณ์ ก่อนนำมาพักไว้ใน จ.ฉะเชิงเทรา รอส่งออกต่างประเทศ
ทั้งสองคดี จะเห็นพฤติกรรมของเครือข่ายค้ายาเสพติด ที่แบ่งหน้าที่เป็นทอด ๆ ตั้งแต่การลำเลียงยาเสพติดเข้าพื้นที่ / การซุกซ่อนในสิ่งของเครื่องใช้ / การใช้ระบบขนส่งพัสดุเป็นฉากบังหน้า ไปจนถึงการอาศัยผู้เดินทาง หรือบุคคลที่สามารถนำสัมภาระขึ้นเครื่องบินได้ เป็นผู้ลำเลียงออกนอกประเทศ
อ่านข่าว :
คุม "สามีชาวไทย-ภรรยาชาวลาว" คนส่งพัสดุซุกเฮโรอีน สอบปากคำที่ ป.ป.ส.
กกล.ผาเมือง ปะทะคาราวานยาเสพติด วิสามัญฯ 4 คน ยึดยาบ้า 7.6 แสนเม็ด-เฮโรอีน 4 กก.
ยกระดับความปลอดภัย "สนามบินไทย" ใช้ Zero Trust ปิดช่องลอบขนยาเสพติด
เปิด 2 คดีเฮโรอีนซุกเบาะรองนั่ง ก่อนแอร์โฮสเตสไทยถูกจับที่ออสเตรเลีย










