จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

เศรษฐกิจ
12:17
จำนวนผู้ชม 43
Thai PBS
จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

เริ่มส่งสัญญาณชัดเจนขึ้นสำหรับสถานการณ์เอลนีโญ ที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตนี้ โดยภาคการเกษตรจะได้รับผลกระทบหนักสุด หนึ่งในสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ว่า “เอลนีโญ” กำลังกลับมา คือ การที่ดัชนี Southern Oscillation Index (SOI) ปรับลดลงสู่ระดับติดลบต่อเนื่อง โดยล่าสุดในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2569 ดัชนี SOI อยู่ที่ -11 และ -14 ตามลำดับ หรือเฉลี่ยอยู่ที่ -13 สะท้อนว่าภาวะเอลนีโญเริ่มก่อตัวชัดเจนมากขึ้น

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน  ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

นอกจากนี้ อีกสัญญาณที่น่ากังวล คือความถี่ของการเกิดเอลนีโญที่เพิ่มขึ้น โดยก่อนเกิดเอลนีโญรุนแรงในปี 2558-2559 ไทยเคยเผชิญเอลนีโญในปี 2552-2553 หรือห่างราว 5 ปี แต่หลังจากนั้นเอลนีโญเกิดซ้ำในปี 2562-2563 และ 2566-2567 หรือเฉลี่ยทุก 3 ปี และล่าสุดในปี 2569 หรือภายใน 2 ปี ส่งผลให้ภาคเกษตรมีเวลาฟื้นตัวน้อยลง

อย่างไรก็ตาม คาดเอลนีโญจะกระทบภาคเกษตรช่วงครึ่งหลังปี 69 ต่อเนื่องถึงครึ่งปีแรกของปี 70 ซึ่งจะทำให้ผลผลิตเกษตรเสียหายมากสุดตั้งแต่ 100,000 ล้านบาท (Worst case) ที่ฝนทิ้งช่วงตั้งแต่ปลายปี 69 ถึงต้นปี 70 และราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้น 100% ส่วนความเสียหายระดับกลาง มูลค่า 62,000 ล้านบาท (Base case) ซึ่งฝนทิ้งช่วงตั้งแต่ปลายปี 69 ถึงต้นปี 70 และราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้น 70% และเสียหายน้อยสุด มูลค่า 38,000 ล้านบาท (Base case) ในกรณีฝนทิ้งช่วงปลายปี 69 และราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 40% ซึ่งจะกระทบกับเศรษฐกิจไทย (GDP) 0.51-0.19%

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน  ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

“ข้าว -อ้อย-มันสำปะหลัง” กระทบหนักสุด

ศูนย์วิจัยกรุงไทย วิเคราะห์ว่าหากเกิดวิกฤตเอลนีโญ สินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบหนักสุด คือข้าว ซึ่งในกรณีเสียหายรุนแรง (Worst case) คาดว่าผลผลิตจะหายประมาณ 9.74 ล้านตัน มูลค่าเสียหาย 75,000 ล้านบาท แต่กรณีเสียหายปานกลาง (Base case) ผลผลิตหาย ราว 5.4 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 43,046 ล้านบาท และกรณีเสียหายน้อยสุด ผลผลิตหายราว 4.1 ล้านตัน มูลค่า 32,000 ล้านบาท

สินค้าเกษตร รองลงมา คืออ้อย ในกรณีเสียหายรุนแรง (Worst case) คาดว่าผลผลิตจะหายประมาณ 16.3 ล้านตัน มูลค่าเสียหาย 14,500 ล้านบาท แต่กรณีเสียหายปานกลาง (Base case) ผลผลิตหาย ราว 12 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 10,700 ล้านบาท และกรณีเสียหายน้อยสุด ผลผลิตหายราว 3.6 ล้านตัน มูลค่า 3,200 ล้านบาท

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน  ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

และมันสำปะหลัง ในกรณีเสียหายรุนแรง (Worst case) คาดว่าผลผลิตจะหายประมาณ 4.2 ล้านตัน มูลค่าเสียหาย 10,800 ล้านบาท แต่กรณีเสียหายปานกลาง (Base case) ผลผลิตหาย ราว 3.1 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 8,000 ล้านบาท และกรณีเสียหายน้อยสุด ผลผลิตหายราว 1 ล้านตัน มูลค่า 2,500 ล้านบาท

ภาคเกษตรไทยเป็นภาคเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงปี 2569–2570 มากที่สุด เนื่องจากพึ่งพาทรัพยากรน้ำสูงถึง 3 ใน 4 ของการใช้น้ำทั้งหมดของประเทศ และมีความเปราะบางต่อภาวะฝนทิ้งช่วง และภัยแล้งมากกว่าภาคเศรษฐกิจอื่น

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน  ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

สำหรับปริมาณน้ำใช้การได้ของไทยล่าสุด พบว่าปริมาณน้ำในเขื่อนใช้การได้ โดยรวมทั้งประเทศ เริ่มปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะภาคกลาง โดยข้อมูล 6 มิ.ย.2569 ปริมาณน้ำใช้การได้ของภาคกลางอยู่ที่ราว 28% ต่ำกว่าระดับวิกฤติ ซึ่งอยู่ที่ราว 30% โดยสถานการณ์ดังกล่าวจะสร้างความเสี่ยงต่อผลผลิตสินค้าเกษตรสำคัญ โดยเฉพาะข้าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งข้าวนาปีจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงปลายปี 2569 รวมทั้งข้าวนาปรัง ที่เพาะปลูกในภาคกลางเป็นหลัก ที่จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2570

ชี้ “เอลนีโญ” รอบนี้จะกระทบเศรษฐกิจไทย?

ศูนย์วิจัยกรุงไทย วิเคราะห์อีกว่า เอลนีโญรอบนี้ อาจกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย ผ่านผลกระทบต่อภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ซึ่งผลกระทบหลักจะส่งผ่านสภาพอากาศที่แห้งแล้ง ซึ่งทำให้ปริมาณฝนและปริมาณน้ำใช้การอยู่ในระดับต่ำ กระทบการเพาะปลูก และผลผลิตของพืชหลายชนิด ขณะเดียวกันเกษตรกรยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งอาจทำให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยลง และยิ่งซ้ำเติมผลผลิตทางการเกษตรให้ปรับลดลงมากขึ้น

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน  ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

โดยผลกระทบดังกล่าวมีแนวโน้มส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทย คือ รายได้ภาคเกษตรที่ลดลง จากปริมาณผลผลิตที่หดตัว ซึ่งจะกดดันกำลังซื้อและการบริโภคของครัวเรือนเกษตร และ ต้นทุนวัตถุดิบสินค้าเกษตรที่สูงขึ้น กระทบอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป ซึ่งอาจผลักดันเงินเฟ้อหมวดอาหารและลดกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวม ทั้งสองช่องทางจะกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในระยะถัดไป

สำหรับรายได้เกษตรกรในปี 2569-70 มีแนวโน้มลดลงจากปี 2568 แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 10 ปีย้อนหลัง จากผลผลิตที่ลดลงมากกว่าราคาที่เพิ่มขึ้น โดยดัชนีรายได้เกษตรกรในปี 2569 คาดจะลดลงราว -8% จากผลผลิตที่ลดลงมากกว่าราคาที่ปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะข้าวที่ผลผลิตคาดว่าจะลดลงราว -18% จากผลกระทบของเอลนีโญ ส่วนในปี 2570 คาดลดลงต่อเนื่อง -2% ซึ่งเกิดจากแรงกดดันทั้งด้านผลผลิต และราคาพร้อมกัน โดยเฉพาะผลผลิตอ้อยที่ลดลงราว -5% จากผลของเอลนีโญ

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน  ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

โรงสี “ไม่รอด” ข้าวเปลือกลด รายได้ลดตาม

ศูนย์วิจัยกรุงไทย ประเมินว่าเอลนีโญรอบนี้ จะสร้างความเสียหายต่อภาคเกษตรไทยราว 6.2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 0.31% ของ GDP (กรณี Base Case) คาดว่าจะเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2569 ต่อเนื่องถึงกลางปี 2570

สอดคล้องกับการประเมินของ Columbia Climate School และองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ส่งผลให้ผลผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญลดลง โดยข้าวได้รับผลกระทบมากที่สุด และเมื่อผลผลิตข้าวมีความเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหายมากที่สุด ธุรกิจโรงสีจึงได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่อย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดัน ด้านความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากภาวะภัยแล้งในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ที่ทำให้ผลผลิตข้าวลดลงและอุปทานข้าวเปลือกตึงตัว

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน  ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

ทั้งนี้คาดว่าปริมาณข้าวเปลือกที่เข้าสู่โรงสีจะลดลงราว 18% ส่งผลให้ต้นทุนรับซื้อข้าวเปลือกเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จาก 7,305 บาทต่อตัน เป็นราว 8,000 บาทต่อตัน ขณะที่ราคาขายส่งข้าวสารปรับเพิ่มได้เพียง 7% เนื่องจากถูกจำกัดด้วยการแข่งขันจากตลาดส่งออก ส่งผลให้ส่วนต่างกำไรถูกบีบตัวลง อีกทั้งต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นยังซ้ำเติมภาระต้นทุน โดยคาดว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานของโรงสีขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก จะลดลงจากปีก่อน -0.7% -0.6% และ -0.3% ตามลำดับ

ภาวะเอลนีโญที่มีแนวโน้มกลับมารุนแรงในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ต่อเนื่องถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2570 จะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรไทยอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากภาคเกษตรเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีการใช้น้ำสูงถึง 3 ใน 4 ของการใช้น้ำทั้งหมดของประเทศ ขณะที่พื้นที่เพาะปลูกกว่า 80% อยู่นอกเขตชลประทานและพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก จึงมีความเปราะบางต่อปัญหาภัยแล้งมากกว่าภาคเศรษฐกิจอื่น

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน  ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกรุงไทย แนะทุกภาคส่วนต้องเร่งยกระดับการบริหารจัดการความเสี่ยง และการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่ผันผวนมากขึ้น โดยภาคธุรกิจเกษตรแปรรูปควรสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบผ่าน Contract Farming หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และประยุกต์ใช้ Climate Tech เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารจัดการผลผลิต

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน  ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

จับตา “เอลนีโญ” เกษตรเสียหายแสนล้าน ข้าวหาย 9 ล้านตัน GDP หด 0.51%

ขณะที่เกษตรกรควรปรับรูปแบบการเพาะปลูกให้ใช้น้ำน้อยลง เช่น การทำนาเปียกสลับแห้ง (AWD) ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงเลือกพันธุ์พืชทนแล้งและติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด ด้านภาครัฐควรเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ด้านน้ำในพื้นที่นอกเขตชลประทาน สนับสนุนการวิจัยพันธุ์พืชทนสภาพอากาศสุดขั้ว และพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าและฐานข้อมูล Climate Risk เพื่อเสริมความยืดหยุ่นของภาคเกษตรไทยในระยะยาว

ดังนั้น วิกฤต “เอลนีโญ” นอกจากฉุดผลผลิตสินค้าเกษตรเสียหายแสนล้าน ยังกระทบไปถึงเศรษฐฏิจไทย (GDP) ไม่โตอีก ซึ่ง “ข้าว” เสียหายหนักสุด 7 หมื่นล้าน ผลผลิตลด 9 ล้านตัน กระทบโรงสีข้าว ศูนย์วิจัยกรุงไทย แนะเกษตรกรปลูกพืชทนแล้ง ให้ข้อมูลเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ น่าจะเป็นทางริดให้กับเกษตรกรในช่วงภัยแล้ง ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ระดับหนึ่ง

อ่านข่าว:

แม่น้ำลี้ แห้งขอด ชาวบ้านห่วงผลพวง "ซูเปอร์เอลนีโญ“ ทำผลผลิตแห้งตาย

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

ก.เกษตรฯ ปั้น "ข้าวคาร์บอนต่ำ" ยกระดับข้าวไทย แข่งขันตลาดโลก