Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

เศรษฐกิจ
15:24
จำนวนผู้ชม 47
Thai PBS
Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย  เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

นับตั้งแต่ต้นปีลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน สถานการณ์ความขัดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพะสงครามตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับประเทศไทยเอง ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมของคามขัดแย้งดังกล่าว โดยเฉพาะการขนส่งและการส่งออกสินค้าไทย สำหรับสถานการณ์ตลาดข้าวโลกในปีนี้ แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลให้การส่งออกข้าวไทย

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย  เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

โดยเฉพาะตลาดอีรัก ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทยในภูมิภาคดังกล่าว ชะลอตัวลงตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา แต่ผลกระทบจากความตึงเครียดในภูมิภาคและแนวโน้มการเกิดภาวะภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ กลับทำให้หลายประเทศเร่งนำเข้าข้าวเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ส่งผลให้ไทยยังสามารถขยายการส่งออกไปยังตลาดอื่นได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและแอฟริกา

วิกฤตซ้อนวิกฤตส่งออกข้าวไทย

ดังนั้นการส่งออกข้าวที่จุดชนวนวิกฤตซ้อนวิกฤตส่งออกข้าวไทย ในมิติของ Logistic Disruption สะท้อนจากช่วง ม.ค.-เม.ย.69 ไทยส่งออกข้าวได้เพียง 2.2 ล้านตัน หดตัว -9% ตลาดอิรักลดลงถึง -75%นอกจากนี้ ผลของสงครามจะทำให้ข้าวไทยมีความเสี่ยงเผชิญ Twin Crisis ทั้งจากอุปสงค์และอุปทานผลผลิตข้าวที่ลดลงในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ การส่งออกข้าวไปอิรักในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่เพียง 0.1 ล้านตัน ลดลงจาก 0.4 ล้านตันในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือลดลง -75%

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย  เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

ไทยไม่มีการส่งออกข้าวไปตลาดอิรักตั้งแต่ช่วงมีนาคมเป็นต้นมา จากปัญหาการขนส่งและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่กระทบเส้นทางส่งออกในตะวันออกกลาง ทำให้การส่งออกข้าวไทยไปอิรักติดขัด

ศูนย์วิจัยกรุงไทย ยังวิเคราะห์อีกว่า ปัญหาสงครามตะวันออกกลาง ไม่ได้สร้างผลกระทบต่อการส่งออกข้าวไทยในมิติ Logistic Disruption เท่านั้น แต่จะจุดชนวนให้อุตสาหกรรมข้าวไทยเผชิญ Twin Crisis ซ้ำเติมปัญหาด้านความสามารถในการแข่งในตลาดส่งออก โดยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 จนถึงปี 2570 อุตสาหกรรมข้าวไทยกำลังเผชิญความท้าทายทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน (Twin Crisis) กดดันให้ปริมาณส่งออกข้าวไทยยังอยู่ในระดับต่ำ

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย  เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

จับตา ข้าวไทย เผชิญ Supply Crisis

ในช่วงครึ่งปีหลังนี้การส่งออกข้าวไทยยังคง เผชิญกับปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะด้าน Supply Side ที่อุตสาหกรรมข้าวไทยกำลังเผชิญกับปัญหาด้านอุปทานที่จำกัด (Supply Crisis) จากต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะต้นทุนปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผลของสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่ภาวะเอลนีโญกำลังกระทบต่อผลผลิตข้าวไทยมากขึ้น ทั้งด้านปริมาณผลผลิต คุณภาพ และผลผลิตต่อไร่ ส่งผลให้ผลผลิตข้าวไทยมีความเปราะบางเพิ่มขึ้น

และด้าน Demand Side โลกกำลังซื้อข้าวจากไทยน้อยลง เพราะไทยแข่งขันได้ยากขึ้น เนื่องจากผลผลิตข้าวอินเดียที่ยังอยู่ในระดับสูง กดดันการแข่งขันของข้าวไทย จากราคาที่ถูกกว่า ประกอบกับราคาข้าวไทยที่สูงกว่าคู่แข่ง อย่างเวียดนามและอินเดีย ส่วนหนึ่งมาจากค่าเงินบาทแข็งค่า ส่งผลให้เวียดนามและอินเดียสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้น

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย  เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

ต้นทุนปุ๋ยที่สูง และภาวะภัยแล้งจากภาวะเอลนีโญจะกดดัน Supply ข้าวไทย การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาปุ๋ยตลาดโลกเพิ่มขึ้น ขณะที่ไทยพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยถึง 95% ของปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีในประเทศยิ่งซ้ำเติมต้นทุนการเพาะปลูกข้าวไทยที่อยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว

ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกรุงไทย ประเมินว่า หากราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้น 30-50% เกษตรกรมีแนวโน้มลดการใช้ปุ๋ยซึ่งจะกระทบผลผลิตต่อไร่ และส่งผลให้ผลผลิตข้าวลดลงราว 1.5-2.5% สอดคล้องกับงานศึกษาของฟิลิปปินส์ โดย ADB ที่ชี้ว่าราคาปุ๋ยที่เพิ่มขึ้น 30-100% จะทำให้ผลผลิตข้าวลดลง 0.4-1.8%

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย  เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

นอกจากนี้ ภาวะเอลนีโญที่คาดว่าจะเริ่มตั้งแต่กลางปี 2569 ต่อเนื่องถึงครึ่งแรกปี 2570 ยังเพิ่มความเสี่ยงภัยแล้งและปริมาณน้ำไม่เพียงพอ โดยค่า SOI ซึ่งแสดงความรุนแรงของเอลนีโญมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับผลผลิตข้าวไทยราว 0.44 สะท้อนว่าเอลนีโญที่รุนแรง มีแนวโน้มกดดันผลผลิตข้าวไทยลดลง

“อินเดีย”ผู้นำส่งออกข้าวของโลกตลอดกาล

ในขณะที่อินเดียจะยังเป็นผู้นำการส่งออกข้าวของโลก จากราคาที่สามารถแข่งขันได้ กดดันความต้องการนำเข้าข้าวไทย โดยเฉพาะผลผลิตข้าวอินเดียยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะกดดันการแข่งขันของข้าวไทย จากราคาข้าวอินเดียที่ถูกกว่า โดย USDA คาดว่าในปี 2569 ปริมาณการส่งออกข้าวอินเดียจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอยู่ที่ราว 25 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 6%จากผลผลิตข้าวอินเดียที่ยังอยู่ในระดับสูงจากทั้งสต็อกข้าว ที่มีอยู่จำนวนมากและผลผลิตใหม่ที่ยังขยายตัว

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย  เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

แม้อินเดียจะเผชิญความเสี่ยงเอลนีโญเช่นเดียวกับไทย แต่ด้วยแนวโน้มฤดูมรสุมที่มาเร็วกว่าปกติยังช่วยหนุนการเพาะปลูกข้าวในหลายพื้นที่ ส่งผลให้อินเดียมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากเอลนีโญน้อยกว่าหลายประเทศในภูมิภาค จึงมีโอกาสไม่มากที่อินเดียจะกลับมาระงับการส่งออกข้าวอีกครั้ง

ในขณะที่ค่าเงินบาทเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของการส่งออกข้าวไทย สอดคล้องกับมุมมองของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยที่มองว่า หากเงินบาทแข็งค่า อาจทำให้ตั้งราคาส่งออกลำบากและแพงกว่าคู่แข่ง โดยหากค่าเงินแข็งทุก 1 บาท จะทำให้ราคาส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น 15 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน ส่งผลให้ราคาข้าวไทยในเชิงเปรียบเทียบสูงกว่าคู่แข่ง เช่น เวียดนามที่ค่าเงินมีทิศทางอ่อนค่า 3 ทำให้ผู้นำเข้าบางประเทศอาจหันไปซื้อจากเวียดนามแทน

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย  เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

ในทางกลับกัน หากเงินบาทอ่อนค่า ราคาข้าวไทยจะถูกลงในสายตาผู้ซื้อ ทำให้การส่งออกเพิ่มขึ้นและรายได้สุทธิของผู้ส่งออกสูงขึ้น โดยผลการวิเคราะห์ข้อมูลในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแสดงว่า ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาท และปริมาณการส่งออกข้าวไทยมีค่า Correlation ราว 0.6 ทำให้ในระยะข้างหน้าหากค่าเงินบาทยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง อาจทำให้ปริมาณส่งออกข้าวไทยมีแนวโน้มลดลง

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย  เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

3 Scenario Analysis กระทบส่งออกข้าวไทยปี69-70

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกรุงไทย คาดว่าปี 2569 ปริมาณส่งออกข้าวไทยจะอยู่ในระดับต่ำราว 6.7 ล้านตัน หรือลดลง -15% ส่วนในปี 2570 คาดว่าปริมาณส่งออกอยู่ประมาณ 7.2 ล้านตัน หรือปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 7%

โดย Scenario Analysis แบ่งออกเป็น 3 กรณี ภายใต้สมมติฐานที่แตกต่างกัน ดังนี้ กรณี Base Case ไทยเผชิญกับเอลนีโญกำลังปานกลาง และสงครามตะวันออกกลางคลี่คลายในช่วงปลายปี 2569 และคาดว่าผลผลิตข้าวในอินเดีย จะได้รับผลกระทบจากเอลนีโญน้อยกว่าไทย

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย  เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

ทั้งนี้คาดว่าผลของเอลนีโญจะกระทบผลผลิตข้าวไทยตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2569 ถึงครึ่งแรกปี 2570 ประกอบกับคาดว่าผลผลิตต่อไร่ จะได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นราว 70% จากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้คาดว่า ผลผลิตข้าวปี 2569 อยู่ที่ราว 28.8 ล้านตัน ลดลง -20%ก่อนฟื้นกลับมาอยู่ที่ 31.6 ล้านตันในปี 2570 หรือเพิ่มขึ้น 10%

คาดว่าในปี 2569 จะส่งออกข้าวได้ราว 6.7 ล้านตัน -15% ก่อนจะฟื้นตัวเป็น 7.2 ล้านตันในปี 2570 หรือเพิ่มขึ้น 7% โดยได้รับผลกระทบจากปริมาณผลผลิตข้าวที่ลดลง ประกอบกับการแข่งขันในตลาดส่งออกที่ยังคงรุนแรงจากอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศน้อยกว่าไทย

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย  เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

นอกจากนี้ สงครามตะวันออกกลางยังส่งผลให้ไทยไม่สามารถส่งออกข้าวไปยังตลาดอิรักได้ราว 1 ล้านตัน ขณะที่ในปี 2570 คาดว่ากำลังซื้อในตลาดอิรักจะทยอยฟื้นตัว ช่วยหนุนปริมาณการส่งออกให้ปรับเพิ่มขึ้นได้บางส่วน

กรณี Worst Case ไทยเผชิญกับเอลนีโญกำลังแรง และสงครามตะวันออกกลางไม่คลี่คลาย และคาดว่าผลผลิตข้าวในอินเดียได้รับผลกระทบน้อยจากเอลนีโญ โดยคาดว่าผลของเอลนีโญจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าวไทยในระดับรุนแรง ตั้งแต่ครึ่งปีหลังปี 2569 จนถึงสิ้นปี 2570 ประกอบกับคาดว่าผลผลิตต่อไร่ จะได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นราว 100% และเสี่ยงขาดแคลน จากสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลให้ผลผลิตข้าวไทยในปี 2569 อยู่ที่ราว 28.6 ล้านตัน หรือลดลง -21%ส่วนในปี 2570 ผลผลิตจะลดลงต่อเนื่องอยู่ที่ 27.8 หรือลดลง -3%

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย  เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

โดยคาดว่าในปี 2569 ปริมาณส่งออกข้าวไทยจะอยู่ที่ 6.3 ล้านตันในปี หรือลดลง -20% YoY และลดลงต่อเนื่องสู่ 6.1 ล้านตันในปี 2570 หรือลดลง -4% จากผลกระทบของภาวะเอลนีโญที่ทำให้ผลผลิตข้าวไทยลดลง ประกอบกับการแข่งขันในตลาดโลกที่รุนแรง โดยเฉพาะจากอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากเอลนีโญน้อยกว่าไทย นอกจากนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยังส่งผลให้ไทยสูญเสียตลาดส่งออกข้าว ไปยังอิรักราว 1 ล้านตัน

และกรณี Best Case ไทยเผชิญกับเอลนีโญกำลังอ่อน และสงครามตะวันออกกลางคลี่คลายตั้งแต่ช่วงกลางปี 2569 และคาดว่าผลผลิตข้าวในอินเดียจะได้รับผลกระทบจากเอลนีโญมากกว่าไทย โดยคาดว่าผลของเอลนีโญจะกระทบผลผลิตข้าวไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เป็นหลัก

ประกอบกับคาดว่า ผลผลิตต่อไร่จะได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นราว 40% จากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้คาดว่า ผลผลิตข้าวปี 2569 อยู่ที่ราว 29.0 ล้านตัน ลดลง -19%Y ก่อนฟื้นกลับมาอยู่ที่ 32.7 ล้านตันในปี 2570 หรือเพิ่มขึ้น 13% ซึ่งคาดว่าในปี 2569 ไทยจะส่งออกข้าวได้ราว 7.6 ล้านตันในปี 2569 หรือลดลง -3%YoY ก่อนปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 7.7 ล้านตันในปี 2570 หรือเพิ่มขึ้น 0.5% โดยได้รับผลกระทบ จากปริมาณผลผลิตข้าวที่ลดลง ประกอบกับการแข่งขันในตลาดส่งออกที่รุนแรง

โดยเฉพาะจากอินเดีย รวมถึงผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้ไทยสูญเสียโอกาสส่งออกข้าวไปยังตลาดอิรักราว 0.5 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำลังซื้อในตลาดอิรักจะทยอยฟื้นตัวในปี 2570 ซึ่งจะช่วยหนุนให้ปริมาณการส่งออกข้าวของไทยปรับดีขึ้นเล็กน้อย

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

พาณิชย์เจาะตลาดข้าวไทยในเกาหลีใต้

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า เกาหลีใต้ เป็นประเทศที่มีศักยภาพในการนำเข้าข้าว เพื่อไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม มีความต้องการข้าวในเชิงอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับขณะนี้เกาหลีใต้ กำลังเผชิญกับวิกฤติอุปทานในประเทศตึงตัว ราคาจำหน่ายข้าวในประเทศสูงขึ้น และรัฐบาลต้องนำข้าวในสต็อกออกมาระบายเพื่อบรรเทาสภาวะการณ์ดังกล่าว จึงเป็นจังหวะและโอกาสที่เหมาะสมในการส่งเสริม และผลักดันข้าวไทยไปเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น

เกาหลีใต้ผลิตข้าวได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ ประกอบกับต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง จึงนำเข้าข้าวจากต่างประเทศประมาณ 408,700 ตัน/ปี ซึ่งเป็นปริมาณตามที่ได้ตกลงภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) โดยข้าวที่นำเข้าส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร

เผย “ข้าวไทย” เป็นที่ต้องการสูงในเกาหลี

ไม่ว่าจะเป็น การผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว แป้ง ขนม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนที่เหลือประมาณ 10 – 20% นำไปใช้เพื่อการบริโภค (Table Use) ประกอบกับปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและจำนวนประชากรจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อพยพเข้ามาอาศัยในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการข้าวในร้านอาหาร และโรงแรมเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวไทย ซึ่งจากผลสำรวจความต้องการข้าวของหน่วยงาน aT พบว่า ขณะนี้ข้าวไทยเป็นที่นิยมและชื่นชอบอย่างแพร่หลายในเกาหลีใต้

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย  เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า แต่ละปีไทยส่งออกข้าวไปเกาหลีใต้ ประมาณ 17,500 – 54,000 ตัน โดยในปี 2569 (ม.ค. - เม.ย) ไทยส่งออกข้าวไปเกาหลีใต้แล้วประมาณ 4,900 ตัน โดยส่วนใหญ่ เป็นการส่งออกข้าวกล้อง รองลงมาเป็นข้าวขาวและที่เหลือเป็นข้าวหอมมะลิไทยและข้าวหอมไทย

ทั้งนี้ ด้วยเกาหลีใต้นำเข้าข้าวด้วยวิธีการเปิดประมูล โดยมีหน่วยงาน aT ทำหน้าที่เปิดประมูล ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรฯ ของเกาหลีใต้ ดังนั้น การนำคณะผู้ส่งออกข้าวไทยเดินทางเยือนเกาหลีใต้เพื่อพบกับกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงาน at ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐของเกาหลีใต้ ที่มีบทบาทสำคัญในการนำเข้าข้าวของเกาหลีใต้ นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะนำไปสู่ความร่วมมือการเป็นพันธมิตรทางการค้าข้าวที่ดีระหว่างไทย – เกาหลีใต้

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย  เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคม 2569 ไทยส่งออกข้าวปริมาณ 2.74 ล้านตัน ลดลง 10.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ไทยยังสามารถขยายการส่งออกข้าวไปยังภูมิภาคแอฟริกาและเอเชียได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นภูมิภาคส่งออกข้าวสำคัญ 2 อันดับแรกของไทย และยังมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดโลกที่ท้าทาย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดโลกต่อคุณภาพข้าวไทย และศักยภาพของไทยในฐานะแหล่งผลิตและส่งออกข้าวคุณภาพที่สำคัญของโลก

ผู้ส่งออก ชี้ราคาข้าวปีนี้ยังแข่งขันได้

ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดข้าวโลกในปีนี้มีความอ่อนไหว และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยราคาข้าวในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากระดับประมาณ 320-340 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในช่วงปลายปีก่อน มาอยู่ที่ประมาณ 480 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความกังวลเรื่องภาวะเอลนีโญและความมั่นคงทางอาหาร ส่งผลให้หลายประเทศเร่งนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะฟิลิปปินส์และมาเลเซียที่มีการสั่งซื้อในปริมาณมาก

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

แม้อิรักซึ่งเป็นตลาดส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของไทย จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค จนทำให้การส่งมอบสินค้าชะลอตัว แต่เชื่อว่าหลังสถานการณ์คลี่คลายจะสามารถกลับมาส่งออกได้ตามปกติ ขณะที่หลายประเทศได้เข้ามาซื้อข้าวไทย เพื่อชดเชยความต้องการในตลาดโลก ประกอบกับความต้องการใช้ปลายข้าวในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากภาวะขาดแคลนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้ราคาข้าวไทยปรับตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ เพื่อผลักดันการส่งออกข้าวภายในโควตาไปยังตลาดยุโรปให้เพิ่มขึ้น ขอเสนอให้เจรจาสัดส่วนโควตาการส่งออกต้นข้าวให้มากขึ้น เนื่องจากส่วนใหญ่ส่งออกต้นข้าวไปตลาดยุโรปมากกว่าปลายข้าว ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะหยิบยกประเด็นดังกล่าวหารือกับฝ่ายยุโรปต่อไป

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย  เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง

คงต้องลุ้นว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ ไทยจะสามารถส่งออกข้าวได้ตามเป้าที่ตังไว้ 7 ล้านตันได้ ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งอัตราแปลกเปลี่ยน ค่าขนส่งที่พุ่งสุง ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ หรือแม้แต่ราคาข้าวของคู่แข่งที่ถูกกว่าไทย แม้ว่า ทั้งหน่วยงานรัฐและผู้ส่งออก จะช่วยกันขยายตลาดข้าวอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม แต่ด้วยปัจจัยที่ควบคุมได้อาจทำให้การส่งออกข้าวในครึ่งปีหลังหืดจับได้

อ่านข่าว:

“ศุภจี” ถก ผู้ส่งออกข้าว รับมือความท้าทายรอบด้าน ดันเป้า7 ล้านตัน

พณ.เร่งเจาะตลาดเข้าญี่ปุ่น หวังดันยอดส่งออกข้าวไทยพุ่ง เป้า 7 ล้านตัน

ส่งออกข้าวไทย 2 เดือน ร่วง 15% อิรักหยุดซื้อ-ค่าระวางเรือพุ่ง

“บาทแข็ง” ดันข้าวไทยแพงสุดในโลก ผู้ส่งออก ชี้ปีนี้เหลือ 7 ล้านตัน ต่ำสุดรอบ 5 ปี