“ศุภจี” ถก ผู้ส่งออกข้าว รับมือความท้าทายรอบด้าน ดันเป้า7 ล้านตัน

เศรษฐกิจ
17:06
จำนวนผู้ชม 38
Thai PBS
“ศุภจี” ถก ผู้ส่งออกข้าว  รับมือความท้าทายรอบด้าน ดันเป้า7 ล้านตัน
“พาณิชย์” หารือผู้ส่งออกข้าว เกาะติดการค้าข้าว ย้ำเป้า 7 ล้านตัน พร้อมเดินหน้าขยายตลาดใหม่ในแอฟริกา ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และใช้ประโยชน์ FTA เพิ่มโอกาสการค้า ด้านผู้ส่งออกมั่นใจความต้องการข้าวไทยในตลาดโลกยังแข็งแกร่ง ชี้ราคายังแข่งขันได้

วันนี้ (19 มิ.ย.2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เพื่อติดตามสถานการณ์การค้าและตลาดข้าว รวมถึงแนวทางผลักดันการส่งออกข้าวไทย ว่า แม้ตลาดข้าวโลกในปีนี้ จะมีความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรง และความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก แต่ข้าวไทยยังคงได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความน่าเชื่อถือในการส่งมอบสินค้า

โดยสั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เร่งประสานเครือข่ายทูตพาณิชย์ทั่วโลก ในการผลักดันการจำหน่ายข้าวไทยในตลาดศักยภาพ พร้อมทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคเอกชน เพื่อขยายโอกาสทางการค้าในตลาดสำคัญทั่วโลก

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์

กระทรวงพร้อมทำงานใกล้ชิดกับภาคเอกชน เพื่อบรรลุเป้าหมายการส่งออกข้าวไทย 7 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างคำสั่งซื้อรองรับผลผลิต และสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไทย

ทั้งนี้ กระทรวงให้ความสำคัญกับการขยายตลาดส่งออกข้าวไทย ไปยังภูมิภาคแอฟริกาและลาตินอเมริกา ซึ่งมีแนวโน้มความต้องการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ไทยมีกับประเทศคู่ค้า อาทิ เปรู และชิลี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในภูมิภาคดังกล่าว

โดยจะหารือกับรัฐมนตรีของเปรู เพื่อยกระดับการใช้ประโยชน์จาก FTA ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ได้หารือกับคณะเอกอัครราชทูตประเทศ และอุปทูตในภูมิภาคลาตินอเมริกา เพื่อร่วมกันผลักดันการส่งออกข้าวไทยแล้ว

“ศุภจี” ถก ผู้ส่งออกข้าว  รับมือความท้าทายรอบด้าน ดันเป้า7 ล้านตัน

“ศุภจี” ถก ผู้ส่งออกข้าว รับมือความท้าทายรอบด้าน ดันเป้า7 ล้านตัน

สำหรับสถานการณ์ตลาดข้าวโลกในปีนี้ แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จะส่งผลให้การส่งออกข้าวไทยไปยังอิรัก ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทยในภูมิภาคดังกล่าว ชะลอตัวลงตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา แต่ผลกระทบจากความตึงเครียดในภูมิภาค และแนวโน้มการเกิดภาวะภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ กลับทำให้หลายประเทศเร่งนำเข้าข้าว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ส่งผลให้ไทยยังสามารถขยายการส่งออกไปยังตลาดอื่นได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและแอฟริกา

ด้าน นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดข้าวโลกในปีนี้ มีความอ่อนไหวและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยราคาข้าวในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากระดับประมาณ 320-340 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ในช่วงปลายปีก่อน มาอยู่ที่ประมาณ 480 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความกังวลเรื่องภาวะเอลนีโญ และความมั่นคงทางอาหาร ส่งผลให้หลายประเทศเร่งนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะฟิลิปปินส์และมาเลเซียที่มีการสั่งซื้อในปริมาณมาก

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

แม้อิรักเป็นตลาดส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของไทยจะได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทำให้การส่งมอบสินค้าชะลอตัว แต่เชื่อว่าหลังสถานการณ์คลี่คลายจะสามารถกลับมาส่งออกได้ตามปกติ ขณะที่หลายประเทศได้เข้ามาซื้อข้าวไทยเพื่อชดเชยความต้องการในตลาดโลก ประกอบกับความต้องการใช้ปลายข้าวในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากภาวะขาดแคลนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้ราคาข้าวไทยปรับตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ เพื่อผลักดันการส่งออกข้าวภายในโควตาไปยังตลาดยุโรปให้เพิ่มขึ้น ขอเสนอให้เจรจาสัดส่วนโควตาการส่งออกต้นข้าวให้มากขึ้น เนื่องจากส่วนใหญ่ส่งออกต้นข้าวไปตลาดยุโรปมากกว่าปลายข้าว ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะหยิบยกประเด็นดังกล่าวหารือกับฝ่ายยุโรปต่อไป

“ศุภจี” ถก ผู้ส่งออกข้าว  รับมือความท้าทายรอบด้าน ดันเป้า7 ล้านตัน

“ศุภจี” ถก ผู้ส่งออกข้าว รับมือความท้าทายรอบด้าน ดันเป้า7 ล้านตัน

ด้านนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กรมฯ เร่งส่งเสริมตลาดและผลักดันการส่งออกข้าวไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในภูมิภาคเอเชีย ยุโรป อเมริกา และโอเชียเนีย เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และกระตุ้นให้เกิดคำสั่งซื้อรองรับผลผลิตข้าวไทย พร้อมขับเคลื่อนผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

โดยกรมฯจะเร่งรัดการเจรจาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) กับ COFCO ของรัฐบาลจีน อีก 460,000 ตัน ขณะเดียวกันได้วางแผนเปิดเกมรุกนำคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนเดินทางพบผู้นำเข้าข้าวรายสำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายตลาดส่งออกข้าวไทย ล่าสุดได้เดินทางไปพบหน่วยงานนำเข้าข้าวของสาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 7–10 มิ.ย. 2569 และมีแผนเดินทางไปฟิลิปปินส์และมาเลเซียในช่วงต้นเดือนส.ค. 2569 รวมถึงเตรียมนำผู้ประกอบการข้าวหอมมะลิไทยและข้าวประณีตรายย่อยเจรจาธุรกิจกับผู้นำเข้าจีน ที่ เมืองกวางโจว ในเดือนก.ค. 2569

กรมฯ มั่นใจว่าการดำเนินงานเชิงรุกควบคู่กับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน จะช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยและสนับสนุนให้การส่งออกข้าวไทยในปี 2569 บรรลุเป้าหมาย 7 ล้านตันตามที่ตั้งไว้

“ศุภจี” ถก ผู้ส่งออกข้าว  รับมือความท้าทายรอบด้าน ดันเป้า7 ล้านตัน

“ศุภจี” ถก ผู้ส่งออกข้าว รับมือความท้าทายรอบด้าน ดันเป้า7 ล้านตัน

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนม.ค.–พ.ค.2569 ไทยส่งออกข้าวปริมาณ 2.74 ล้านตัน ลดลง 10.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ไทยยังสามารถขยายการส่งออกข้าวไปยังภูมิภาคแอฟริกาและเอเชียได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นภูมิภาคส่งออกข้าวสำคัญ 2 อันดับแรกของไทย และยังมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์ตลาดโลกที่ท้าทาย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดโลกต่อคุณภาพข้าวไทยและศักยภาพของไทยในฐานะแหล่งผลิตและส่งออกข้าวคุณภาพที่สำคัญของโลก

อ่านข่าว:

พณ.เร่งเจาะตลาดเข้าญี่ปุ่น หวังดันยอดส่งออกข้าวไทยพุ่ง เป้า 7 ล้านตัน

ส่งออกข้าวไทย 2 เดือน ร่วง 15% อิรักหยุดซื้อ-ค่าระวางเรือพุ่ง

"ข้าวอินทรีย์ไทย" ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ตลาดจีน อานิสงส์เทรนด์ รักสุขภาพ-กำลังซื้อสูง

“บาทแข็ง” ดันข้าวไทยแพงสุดในโลก ผู้ส่งออก ชี้ปีนี้เหลือ 7 ล้านตัน ต่ำสุดรอบ 5 ปี