วันนี้ (6 ส.ค.2569) นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ ทำให้ทรัพย์สินทางปัญญากลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ เกษตรสมัยใหม่ ปัญญาประดิษฐ์ อาหารแห่งอนาคต และเทคโนโลยีสีเขียว
โดยกรมฯ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เตรียมจัดงาน IP x Venture Rise Thailand 2026 : From Innovation to Income นวัตกรรม สร้างรายได้ ระหว่างวันที่ 27-29 ส.ค.2569 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อสร้างเวทีเชื่อมโยงทรัพย์สินทางปัญญา งานวิจัย นวัตกรรม และแหล่งเงินทุนไว้ในงานเดียว มุ่งผลักดันผลงานวิจัยของไทยสู่ภาคธุรกิจและการลงทุน เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ
การสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง จำเป็นต้องอาศัยระบบนิเวศที่เชื่อมโยงตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การคุ้มครองและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจและแหล่งเงินทุน เพื่อให้งานวิจัยสามารถก้าวข้ามจากห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิต การลงทุน และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง
อธิบดีกรมทรัพย์สินฯ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา กรมฯมุ่งผลักดันให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นมากกว่าการคุ้มครองสิทธิ แต่เป็นสินทรัพย์ที่สามารถสร้างมูลค่าและต่อยอดทางธุรกิจได้จริง งาน IP Fair เป็นการเพื่อเปิดโอกาสให้ผลงานวิจัย และนวัตกรรมที่มีศักยภาพเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจ นักลงทุน และแหล่งทุน
โดยปีนี้ทั้ง 2 หน่วยงานจึงยกระดับความร่วมมือสู่การจัดงานร่วมกัน เพื่อรวมจุดแข็งของทั้ง 2 เวทีไว้ในงานเดียว เปิดโอกาสให้นักวิจัย ผู้ประกอบการ นักลงทุน และเจ้าของเทคโนโลยี ได้พบปะ สร้างเครือข่าย และต่อยอดผลงานสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
กรมมั่นในว่า งาน IP x Venture Rise Thailand 2026 จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจจากทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมของคนไทย เชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ประกอบการ นักลงทุน และเจ้าของเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ขยายโอกาสการลงทุน และผลักดันทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในประเทศและตลาดโลก
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยเสริมกลไกการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีศักยภาพสามารถต่อยอดสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และช่วยลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
โดยในงานจะรวบรวมผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีศักยภาพกว่า 250 ผลงาน จากมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และแพลตฟอร์มตลาดกลางทรัพย์สินทางปัญญา (IP Mart) ครอบคลุม 5 กลุ่มเทคโนโลยี ได้แก่ เทคโนโลยีด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Tech) เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ (Agri Tech) เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-Driven Technology) เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านอาหาร (Food Tech) และเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Clean Tech) และเปิดพื้นที่ Business Matching ให้นักวิจัยและผู้พัฒนาเทคโนโลยีได้นำเสนอผลงานต่อผู้ประกอบการ นักลงทุน และกองทุน เพื่อสร้างโอกาสในการร่วมลงทุน ถ่ายทอดเทคโนโลยี และต่อยอดนวัตกรรมสู่ธุรกิจใหม่บนฐานทรัพย์สินทางปัญญา
อ่านข่าว:
"เนื้อครามสกลนคร” สินค้า GI “คราม”ธรรมชาติภูมิปัญญาท้องถิ่นสืบทอดรุ่นสู่รุ่น
“ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุน” พาณิชย์ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ ร่วมต้านสินค้าละเมิด
"ทรัพย์สินทางปัญญา" พลิกศักยภาพ สินค้าไทยสร้างมูลค่าใหม่ หนุนเศรษฐกิจเติบโต
