วันนี้ (6 ส.ค.2569) กรมการขนส่งทางบก นำโดย นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก อยู่ระหว่างดำเนินการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับการยกร่างกฎกระทรวง ห้ามรถยนต์รับจ้างสามล้อหรือ "รถตุ๊กตุ๊ก" ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปเดินรถในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน โดยเฉพาะพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระบรมมหาราชวังและโบราณสถานสำคัญ
โดยกำหนดให้ใช้ได้เฉพาะ "ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (EV)" เท่านั้น ซึ่งกระบวนการรับฟังความคิดเห็นนี้จะมีไปจนถึงวันที่ 28 ส.ค.2569 ก่อนจะนำข้อเสนอแนะทั้งหมดไปพิจารณาปรับปรุงร่างกฎหมายให้มีความเหมาะสมต่อไป
เสียงสะท้อนจากคนขับดั้งเดิม กังวลต้นทุน-รายได้ไม่แน่นอน
ในฝั่งของผู้ให้บริการรถตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม ได้แสดงความกังวลอย่างมากต่อแนวคิดดังกล่าว โดยมองว่าการบังคับเปลี่ยนไปใช้รถ EV จะส่งผลกระทบต่อการทำมาหากินโดยตรง เนื่องจากรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ามีต้นทุนราคาสูง ซึ่งปัจจุบันคนขับรถตุ๊กตุ๊กต้องเผชิญกับสภาวะรายได้ที่ไม่แน่นอนอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าเสน่ห์ของเอกลักษณ์เสียงเครื่องยนต์และรูปแบบดั้งเดิมของรถตุ๊กตุ๊กยังคงเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง เช่น นักท่องเที่ยวจากประเทศฮอลแลนด์ที่ระบุว่าการได้นั่งรถตุ๊กตุ๊กคือไฮไลต์และประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตเมื่อมาเยือนประเทศไทย
ท่องเที่ยวหนุนยกระดับภาพลักษณ์ วอนรัฐซัปพอร์ต
ด้าน นายวัสน์พล อรรถพรธนเสฐ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย ได้แสดงมุมมองสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่รถตุ๊กตุ๊ก EV โดยเห็นว่าจะเป็นผลดีอย่างมากต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ และประเทศไทยในเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะจะช่วยปลดล็อกและแก้ไขปัญหาเรื่องเสียงดังและมลพิษทางอากาศได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหันมาใช้บริการมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม สมาคมมัคคุเทศก์ฯ เสนอแนะว่า ภาครัฐควรออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่กังวลเรื่องเงินทุน ด้วยการจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำและขยายระยะเวลาปรับตัว เพื่อให้ผู้ขับรถตุ๊กตุ๊กสามารถตั้งรับและปรับเปลี่ยนได้อย่างราบรื่น
จากข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย.2569 พบว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีรถตุ๊กตุ๊กจดทะเบียนอยู่ทั้งหมดกว่า 8,500 คัน ขณะที่ข้อมูลจากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ณ วันที่ 31 พ.ค.2569 ระบุว่ามีตัวเลขการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสามล้อแบบ EV เพียง 1,056 คันเท่านั้น
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าหากมีการผลักดันกฎหมายบังคับใช้ในอนาคต จะมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการลงทุนเปลี่ยนยานพาหนะใหม่ หน่วยงานภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องร่วมกันพิจารณาและหารืออย่างรอบด้านทุกมิติ เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการคุ้มครองอาชีพของประชาชน
อ่านข่าว :
ศาลอุทธรณ์ ภาค 4 สั่งเลือกตั้งใหม่ “นายก อบจ.ขอนแก่น” แทน “วัฒนา ช่างเหลา”
ญาติ “ฮลุน โซโล่” ยังคาใจสาเหตุการเสียชีวิต - ยืนยันยังไม่ได้รับผลชันสูตรจากจอร์เจีย
ศาลฎีกาสั่งจำคุก 4 ปี ลดโทษเหลือ 2 ปีไม่รอลงอาญา “คดีรถบัสชน นศ.แพทย์ มข.”
