ไทยช่วยไทย พลัส เงินสะพัดกว่า 6 หมื่นล้าน ช่วยร้านค้าขนาดเล็กกว่า 1 ล้านร้านค้า

เศรษฐกิจ
14:46
จำนวนผู้ชม 43
Thai PBS
ไทยช่วยไทย พลัส เงินสะพัดกว่า 6 หมื่นล้าน  ช่วยร้านค้าขนาดเล็กกว่า 1 ล้านร้านค้า
คลัง เผย ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) มียอดใช้จ่ายรวมกว่า 6 หมื่นล้านบาท กระจายในร้านค้าขนาดเล็กทั่วประเทศกว่า 1 ล้านร้านค้า แนะร้านค้าใช้ "นกกระซิบ" AI ในแอปฯถุงเงิน ช่วยสร้างยอดขาย

วันนี้( 8 ก.ค.2569) นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (โครงการฯ) ซึ่งมีประชาชนได้รับสิทธิตามโครงการฯ 26.04 ล้านราย โดยในเดือนมิ.ย.2569 ซึ่งเป็นเดือนแรกของการใช้สิทธิพบว่า มีผู้ใช้สิทธิตามโครงการฯ 25.69 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 99 ของผู้ที่ได้รับสิทธิทั้งหมด และได้สร้างเม็ดเงินใช้จ่ายหมุนเวียนแล้วกว่า 43,200 ล้านบาท หรือคิดเป็น 99% ของมูลค่าการใช้จ่ายกรณีผู้ได้รับสิทธิทั้งหมดใช้สิทธิเต็มจำนวน

นอกจากนี้ จากข้อมูลล่าสุด วันที่ 7 ก.ค.2569 เวลา 23.00 น. พบว่า โครงการฯ มียอดใช้จ่ายรวม 60,518 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นส่วนที่ 1 เงินที่ประชาชนใช้จ่าย 25,666 ล้านบาท ประกอบด้วยการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 24,903 ล้านบาท และใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) 763 ล้านบาท และส่วนที่ 2 เงินที่รัฐร่วมจ่าย 34,852 ล้านบาท ประกอบด้วยการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 33,872 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายผ่าน Food Delivery Platform 980 ล้านบาท

นายวินิจ กล่าวว่า สำหรับการใช้จ่ายของประชาชนพบว่า ประมาณ 76% ของยอดการใช้จ่ายทั้งหมดเป็นการใช้จ่ายกับร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านธงฟ้า และร้าน Food Delivery ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการใช้จ่ายของประชาชนส่วนใหญ่ เป็นไปเพื่อตอบสนองต่อการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ที่ต้องการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน

สำหรับการกระจายตัวของการใช้จ่าย ปัจจุบันมีร้านค้าที่พร้อมรองรับการใช้สิทธิทั้งหมด 1,083,770 ราย ในจำนวนนี้เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่รับชำระผ่าน Food Delivery Platform 106,046 ราย โดยการใช้จ่ายของประชาชน มีการกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค แบ่งเป็นการใช้จ่ายในเมืองหลัก 22 จังหวัด 37,682 ล้านบาท คิดเป็น 62% ของยอดการใช้จ่ายทั้งหมด

จังหวัดที่ใช้จ่ายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และนนทบุรี และการใช้จ่ายในเมืองรอง 55 จังหวัด 22,836 ล้านบาท คิดเป็น 38% ของยอดการใช้จ่ายทั้งหมด

โดยมีจังหวัดที่ใช้จ่ายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี อุดรธานี ราชบุรี และเชียงราย ทั้งนี้ เม็ดเงินใช้จ่ายจากโครงการฯ จะช่วยสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนและเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าทำให้สามารถจัดซื้อวัตถุดิบ มีการจ้างงานได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของธุรกิจและภาคเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องมีการขยายตัวร่วมด้วย

โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวอีกกว่า ร้านค้าสามารถใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรียกว่า นกกระซิบ ในแอปพลิเคชันถุงเงิน เพื่อช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับโครงการฯ และโครงการรัฐอื่นที่อยู่บนแอปพลิเคชันถุงเงิน รวมถึงการสรุปและวิเคราะห์ยอดขายอัตโนมัติ การแสดงช่วงเวลาที่ขายดีที่สุด การช่วยวางแผนสต็อกสินค้า การติดตามราคากลางวัตถุดิบจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และการประเมินต้นทุนกับกำไรเบื้องต้น เพื่อช่วยให้ร้านค้าตัดสินใจด้านการบริหารธุรกิจได้แม่นยำมากขึ้น

โดยพบว่าสถิติการใช้นกกระซิบ วันที่ 30 มิ.ย.2569 มีร้านค้าถุงเงินที่เข้าใช้งานนกกระซิบ Chatbot 6.4 แสนราย โดยมีคำถามที่ได้รับความสนใจ เช่น การสมัครเข้าร่วมโครงการฯ การสมัครเข้าร่วม Food Delivery Platform การใช้งานแอปพลิเคชัน การตรวจสอบราคาวัตถุดิบ เป็นต้น

ทั้งนี้ พบว่า ร้านอาหารและเครื่องดื่ม มีจำนวนร้านค้าที่เข้ามาพูดคุยกับนกกระซิบมากที่สุด และร้านค้าขนาดเล็กมีการพูดคุยกับนกกระซิบมากที่สุด นอกจากนี้ มีร้านค้าเข้าใช้งานฟีเจอร์วิเคราะห์ยอดขาย (Sales Insight) 4.4 แสนราย โดยมีการใช้งานเพื่อดูข้อมูลเชิงลึกรายวันเฉลี่ย 2.2 ครั้งต่อราย และดูข้อมูลเชิงลึกรายเดือนเฉลี่ย 1.5 ครั้งต่อราย

อ่านข่าว:

ครบเดือน "ไทยช่วยไทยพลัส" ร้านร่วมยอดพุ่ง ร้านนอกเกณฑ์โอดลูกค้าหาย

รฟท. ชวนใช้สิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" 117 สถานีร่วมโครงการ เริ่มวันนี้ - 30 ก.ย.69

คลังเล็งชง ครม.ปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่นับรวมหนี้เกษตร