วันนี้ (9 ก.ค.2569) ภาคการท่องเที่ยวของ จ.สงขลา กำลังกลายเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้ตอนล่างอย่างเป็นรูปธรรม โดยจากข้อมูลสถิติล่าสุดในช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค.2569 จ.สงขลามียอดนักท่องเที่ยวสะสมสูงถึง 3,125,475 คน/ครั้ง สามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนสะพัดในระบบเศรษฐกิจฐานรากไปแล้วกว่า 20,636.15 ล้านบาท
เมื่อทำการจำแนกโครงสร้างรายได้พบว่า มูลค่าส่วนใหญ่เกิดจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 11,757.02 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากฝั่งนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่ที่ 8,879.13 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความคึกคักของภาคบริการ แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า จ.สงขลา มีศักยภาพสูงในการดึงดูดเงินตราต่างประเทศ ให้เข้ามาหมุนเวียนและกระจายตัวสู่ผู้ประกอบการในชุมชนได้โดยตรง
สงขลาโมเดล ชูเสน่ห์พหุวัฒนธรรม-ซอฟต์พาวเวอร์ "โนรา" กระจายรายได้ฐานราก
พลิกโฉมเมืองบ่อยาง จาก "เมืองผ่าน" สู่ "เดสติเนชันคุณภาพ"
จากเดิม จ.สงขลา มักถูกมองว่าเป็นเพียงเมืองทางผ่านเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดอื่น ปัจจุบันทิศทางการพัฒนาพื้นที่กำลังถูกยกระดับและขับเคลื่อนให้กลายเป็น "จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพ" เพื่อเพิ่มระยะเวลาพำนักและมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวให้สูงขึ้น
เป้าหมายดังกล่าว อาศัยการชูจุดเด่นของทุนทางประวัติศาสตร์ และรากเหง้าทางวัฒนธรรมในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณ "ย่านเมืองเก่าสงขลา" และแลนด์มาร์กสำคัญอย่างแหลมสมิหลา รวมถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา
ซึ่งพื้นที่เหล่านี้มีต้นทุนทางวัฒนธรรม ที่สามารถนำมาเจียระไนต่อยอดให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะศิลปะการแสดงท้องถิ่นอย่าง "โนรา" ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่งจะกลายเป็นจุดขายหลักในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในอนาคต
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและเคยประสบกับเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่มาก่อนหน้านี้นั้น ล่าสุดสัญญาณการท่องเที่ยวส่งสัญญาณบวกและฟันฝ่าวิกฤตกลับมาได้อย่างเด่นชัด
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ยืนยันว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางกลับเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง และคนในท้องถิ่นมีความตื่นตัวและเตรียมความพร้อมในการรองรับระบบบริการอย่างเต็มพิกัด
แม้ว่าในปัจจุบัน ตัวเลขสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวภาพรวม จะยังไม่กลับไปแตะระดับสูงสุด เท่ากับช่วงเวลาก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์อุทกภัยใหญ่ แต่พบว่าส่วนต่างของตัวเลขเริ่มแคบลงเรื่อย ๆ จนใกล้เคียงกับสถิติเดิม ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามาตรการเรียกความเชื่อมั่น และการบริหารจัดการพื้นที่ สามารถทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจ ที่จะเดินทางกลับมาเยือนจังหวัดสงขลาเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ
สงขลาโมเดล ชูเสน่ห์พหุวัฒนธรรม-ซอฟต์พาวเวอร์ "โนรา" กระจายรายได้ฐานราก
ชูเสน่ห์ "พพุวัฒนธรรมดั้งเดิม" ดึงนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม
สิ่งที่สร้างความมั่นใจให้แก่ภาคการท่องเที่ยวคือ มาตรการและความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ช่วงฤดูฝน ซึ่งฝ่ายบริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการวางระบบเตรียมความพร้อมรับมือต่อเหตุการณ์ทางธรรมชาติไว้ในทุกด้านเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าสู่พื้นที่ได้อย่างอุ่นใจและปลอดภัย
จ.สงขลา นับเป็นพื้นที่พิเศษที่มีความโดดเด่นในเรื่องของ "สังคมพหุวัฒนธรรมดั้งเดิม" ที่เป็นการหลอมรวมกันอย่างลงตัวของกลุ่มชนสายเลือดไทย, มลายู และจีน มาอย่างยาวนาน
สถาปัตยกรรมตึกรามบ้านช่องอันเป็นเอกลักษณ์ และวิถีชุมชนที่น่ารักล้วนเป็นสิ่งดึงดูดใจ โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวในยุทธศาสตร์วัฒนธรรมอย่าง "โรงสีแดง" ย่านเมืองเก่า ซึ่งเป็นจุดสะท้อนอารยธรรมและการอยู่ร่วมกันของคนหลากวัฒนธรรมในอดีต ส่งผลให้สงขลากลายเป็นเป้าหมายสำคัญ ของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาซึมซับ และสัมผัสกับอารยธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง
อ่านข่าวอื่น :
วอลเลย์บอลหญิงไทย ดวล ญี่ปุ่น เนชันส์ลีก 2026 นัดที่ 2
"ชัชชาติ" เปิดแผน 100 วันแรก เดินหน้า 261 โครงการ ลั่นปราบทุจริตอันดับ 1
สงขลาคึกคัก! นทท. 3 ล้าน-เงินสะพัด 2 หมื่นล้าน รบ.เชื่อมั่นรับมือฤดูฝนได้










