วันนี้ (10 ก.ค.2569) กลุ่มซีพีแถลงชี้แจงปมรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยันไม่ได้ขอยกเลิกสัญญา พร้อมเปิดเผยข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง-การเงิน เร่งหารือภาครัฐหาทางออกร่วมกันเพื่อประโยชน์ประเทศ
จากกรณีที่มีกระแสข่าวแพร่สะพัดในลักษณะที่ระบุว่า กลุ่มซีพีมีความประสงค์ที่จะยกเลิกสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จนนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคมว่าภาคเอกชนปฏิเสธที่จะดำเนินโครงการต่อนั้น
ล่าสุด นายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ออกมาแถลงแสดงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า กลุ่มซีพีมีความตั้งใจจริง และยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ ที่จะผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ของประเทศชิ้นนี้ให้ประสบความสำเร็จ
นายสฤษดิ์ ระบุว่า ปัญหาสำคัญที่ทำให้โครงการเกิดความล่าช้า ไม่ได้มีสาเหตุมาจากความต้องการที่จะยกเลิกสัญญาของภาคเอกชน แต่เกิดจากข้อจำกัดและอุปสรรคหลายประการในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างที่ล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวถือเป็นปัจจัยสำคัญ ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อกรอบเวลาการก่อสร้างและการจัดหาเงินทุน
นายสฤษดิ์ กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาภาคเอกชนจะพยายามประสานงาน และหารือร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่าในหลายพื้นที่ที่ได้รับการส่งมอบมาแล้ว มีข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับลำรางสาธารณะและสภาพพื้นที่จริง ที่ไม่สามารถทำการก่อสร้างได้ทันที ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขในระดับนโยบายจากหลากหลายหน่วยงานร่วมกัน ปัญหาเรื้อรังเหล่านี้ จึงไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถแก้ไขได้ โดยคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง
จากการส่งมอบพื้นที่ที่ล่าช้าและยังไม่มีความพร้อมในทางปฏิบัตินั้น ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ เข้าสู่กระบวนการจัดหาแหล่งเงินทุน หรือ Project Finance ของโครงการ เนื่องจากสถาบันการเงินและแหล่งทุนต่าง ๆ จำเป็นต้องประเมินความเสี่ยงจากความพร้อมของพื้นที่ก่อสร้าง ตลอดจนขีดความสามารถในการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้
เมื่อพื้นที่ก่อสร้างยังคงมีปัญหา ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และการระดมทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญ ที่ทำให้แบบจำลองทางการเงินต้องหยุดชะงัก
นอกจากนี้ นายสฤษดิ์ ยังเปิดเผยถึงอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีข้อเท็จจริง เปลี่ยนแปลงไปจากเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) ในช่วงเริ่มต้นโครงการ นั่นคือสมมติฐานด้านปริมาณผู้โดยสารของสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเดิมทีมีการคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตในอัตราที่สูงมาก
แต่จากข้อมูลสถิติในปัจจุบันพบว่า เมื่อภาครัฐมีการขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิ ส่งผลให้ประมาณการตัวเลขผู้โดยสารของสนามบินอู่ตะเภาปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ความเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแบบจำลองทางการเงิน และการคืนทุนของโครงการ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายรับทราบร่วมกัน และอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุง เพื่อให้โครงการมีความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
อย่างไรก็ดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า การชี้แจงในครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวโทษการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานภาครัฐใด ๆ เพราะเข้าใจดีว่าทุกฝ่ายต่างมุ่งหวังที่จะเห็นโครงการเดินหน้า แต่เมื่อเผชิญกับข้อเท็จจริงหน้างาน ที่แตกต่างจากข้อมูลเดิมใน TOR ทุกฝ่ายจึงต้องร่วมมือกันแก้ไข
ทั้งนี้ หากท้ายที่สุดแล้วข้อจำกัดทางกฎหมาย และปัญหาการส่งมอบพื้นที่ไม่สามารถแก้ไขได้จริงจนนำไปสู่ทางตัน การพิจารณาทางเลือกตามกระบวนการที่ระบุไว้ในสัญญา ก็อาจเป็นทางออกในอนาคต แต่ยืนยันว่าการใช้สิทธิ์เลิกสัญญา ไม่ใช่เป้าหมายที่เอกชนต้องการให้เกิดขึ้น สิ่งที่พยายามทำมาตลอดคือการหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้โครงการระดับชาติสำเร็จลุล่วงไปได้
อ่านข่าวอื่น :
ดีเดย์ 10 ก.ค. บังคับใช้ "สมุดพกผู้รับเหมา" ดัดหลังบริษัททิ้งงาน-ไร้มาตรฐาน
นายกฯ ย้ำไฮสปีด 3 สนามบินต้องเดินหน้าต่อ เอกชนยกเลิกสัญญาเองไม่ได้
"สิริพงศ์" ยันไม่พบอาคารทรุดเพิ่ม คาด 7-12 วันอุดรอยรั่วอุโมงค์รถไฟฟ้าสำเร็จ

