รบ.อัดงบ 1,750 ล้านบาท ผุด "ไทยเที่ยวไทยพลัส" หวังกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี

เศรษฐกิจ
06:53
จำนวนผู้ชม 732
Thai PBS
รบ.อัดงบ 1,750 ล้านบาท ผุด "ไทยเที่ยวไทยพลัส" หวังกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี
ท่องเที่ยวฯ เตรียมเสนอใช้งบกลาง 1,750 ล้านบาท เดินหน้า "ไทยเที่ยวไทยพลัส" สนับสนุนค่าที่พัก ค่าเดินทางกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาคเอกชนมองควรนำงบฯ ไปใช้ช่วงโลว์ซีซันเพื่อช่วยผู้ประกอบการมากกว่า ส่วน กพท. เร่งติดตามต้นทุนสายการบิน หลังราคาน้ำมันอากาศยานพุ่ง

วันนี้ (20 ก.ค.2569) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมนำเสนอแผนขออนุมัติใช้งบกลางวงเงินรวม 1,750 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้ ผ่านโครงการใหม่ในชื่อ "ไทยเที่ยวไทยพลัส"

รายละเอียดของโครงการประกอบไปด้วย การสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านที่พักอาศัย ในอัตราร้อยละ 50 สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท ซึ่งกำหนดสิทธิไว้จำนวน 500,000 สิทธิ ควบคู่ไปกับการแจกคูปองดิจิทัล (Digital Coupon) มูลค่า 500 บาท/สิทธิ เพื่อให้ประชาชนนำไปใช้จ่ายเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว

ตั้งเป้าหมายที่จะเปิดระบบให้ประชาชนเริ่มลงทะเบียนและใช้สิทธิได้ในช่วงปลายปีนี้ผ่านทางแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ซึ่งทางกระทรวงฯ คาดว่า จะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า 32,000 ล้านบาท

นอกเหนือจากมาตรการด้านที่พักแล้ว รัฐบาลยังได้เตรียมมาตรการเสริมในการสนับสนุนค่าโดยสารตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและกระจายรายได้สู่ภูมิภาค โดยจะสนับสนุนส่วนลดจำนวน 400 บาท/ที่นั่ง/เที่ยว สำหรับการเดินทางไปยังจังหวัดที่เป็นเมืองหลัก และสนับสนุนจำนวน 600 บาท/ที่นั่ง/เที่ยว สำหรับการเดินทางไปยังจังหวัดที่เป็นเมืองรอง ซึ่งมาตรการส่วนลดตั๋วเครื่องบินนี้ตั้งเป้าหมายที่จะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางสะสมราว 200,000 คน หรือคิดเป็นปริมาณที่นั่งโดยสารประมาณ 400,000 ที่นั่ง

เอกชนแนะโยกงบฯ อุ้มช่วงโลว์ซีซัน

ทางด้าน นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่า ช่วงเวลาที่จะดำเนินโครงการซึ่งตรงกับช่วงฤดูท่องเที่ยวหลักหรือไฮซีซัน (High Season) นั้น อาจจะไม่ตอบโจทย์ในการฟื้นฟูและเยียวยาภาคการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง เนื่องจากเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางจำนวนมากอยู่แล้ว

รัฐบาลควรพิจารณานำงบประมาณก้อนนี้ ไปใช้กระตุ้นในช่วงฤดูท่องเที่ยวซบเซาหรือโลว์ซีซัน (Low Season) จะมีความคุ้มค่ามากกว่า หลังพบสถิติอัตราการเข้าพักแรมทั่วประเทศในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 52 เท่านั้น และยังมีแนวโน้มจะปรับตัวลดลงต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสที่ 3

ทั้งนี้ หากรัฐบาลยังคงจำเป็นต้องดำเนินโครงการในช่วงปลายปีนี้ ทางสมาคมฯ เสนอให้มีการจำกัดเงื่อนไขให้สามารถใช้สิทธิได้เฉพาะการเดินทางใน "วันธรรมดา" เพื่อช่วยกระจายปริมาณนักท่องเที่ยวและลดความหนาแน่นในช่วงวันหยุด

ด้าน พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรง ทำให้น้ำมันอากาศยานพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง จากระดับเดิมที่ 85-90 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ทะยานขึ้นไปกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

อย่างไรก็ตาม หากการปะทะรอบใหม่นี้ไม่ยืดเยื้อ อัตราค่าโดยสารก็มีโอกาสปรับตัวลดลงมาได้ ซึ่งทาง กพท. จะติดตามต้นทุนและงบการเงินของแต่ละสายการบินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ราคาค่าโดยสารมีความเหมาะสม เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

นอกจากนี้ กพท. ได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางในการช่วยลดต้นทุนให้แก่สายการบิน เช่น การพิจารณาลดค่าธรรมเนียมสนามบิน และค่าธรรมเนียมการเดินอากาศ เพื่อประคองธุรกิจการบินและลดแรงกดดันที่จะส่งผลต่อราคาตั๋วเครื่องบิน พร้อมทั้งร่วมผลักดันให้สายการบินขยายเส้นทางบินตรงสู่เมืองรองมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ (Low-cost Airline) ที่จะต้องบริหารจัดการให้มีสัดส่วนผู้โดยสารเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของความจุในแต่ละเที่ยวบิน

อ่านข่าว :

ขนส่งเปิดตรวจข้อมูลทะเบียนรถฟรี แก้ปัญหา ปชช.ถูกตัดสิทธิบัตรคนจน

สภาพอากาศวันนี้ ทั่วไทยฝนลดลง ทะเลอันดามัน-อ่าวไทย คลื่นสูงกว่า 2 เมตร

ประมวลภาพ "สเปน" แชมป์ฟุตบอลโลก 2026 "โรดรี" คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม