“นายกฯ” เปิดประชุม “ดาตาเซนเตอร์” นัดแรก สั่งเร่งกำหนดนิยามทางกฎหมาย - จัดระเบียบ

การเมือง
09:53
จำนวนผู้ชม 82
Thai PBS
“นายกฯ” เปิดประชุม “ดาตาเซนเตอร์” นัดแรก สั่งเร่งกำหนดนิยามทางกฎหมาย - จัดระเบียบ

วันนี้ (4 ก.ย.2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาตาเซนเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ กล่าวว่า ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือกำหนดทิศทาง และก่อนโยบายดาตาเซนเตอร์ของประเทศไทย ให้มีความชัดเจนเป็นระบบและสอดคล้องกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน ดาตาเซนเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล แต่การเติบโตของดาตาเซนเตอร์ มาพร้อมการท้าทาย เช่น การใช้ไฟฟ้า น้ำ ที่ดินและสาธารณูปโภคผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงความปลอดภัยทางไซเบอร์

เนื่องจากเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ที่รองรับการจัดเก็บและประเมินผลสำหรับอุตสาหกรรมในอนาคตจำนวนมาก ต้องถือว่า นี่เป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศในการเข้ามาลงทุนในกิจการดาตาเซนเตอร์ จากศักยภาพที่มีอยู่และความพร้อมต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งความพร้อมในด้านของโครงสร้างพื้นฐานและบทบาทของประเทศไทย ในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนนี้

อย่างไรก็ตาม โอกาสเข้ามาพร้อมกับความท้าทายที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้า น้ำ ที่ดิน สาธารณูปโภคในปริมาณสูง รวมทั้งประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความมั่นคงความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่จะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับกฎหมายมาตรฐานและผลประโยชน์ของประเทศ

ขณะนี้จะเห็นว่า สังคมมีความกังวลต่อดาตาเซนเตอร์ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตชุมชนเมือง ซึ่งต้องยอมรับว่า เป็นหนึ่งในหลายสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล ขณะที่กฎหมายยังไปไม่ถึง และยังพัฒนาไม่ถึง จึงเป็นหน้าที่ของภาครัฐ ที่ต้องเร่งกำหนดมาตรการและลดความ เหมาะสมเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น

นายกฯ กล่าวต่อว่า เป้าหมายของประเทศไทยไม่ต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือเพียงแต่เป็นหนึ่งในการลงทุนเพื่อเป็นเพียงสถานที่ตั้งของดาตาเซนเตอร์เท่านั้น แต่การลงทุนแบบนี้ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศดึงดูดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้เข้าสู่ประเทศไทยจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีพัฒนาบุคลากรไทยสร้างระบบนิเวศดิจิทัลและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

หลายประเทศผ่านจุดนี้มาแล้ว และกำลังแข่งขันการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นประเทศใกล้บ้าน อย่างประเทศฮ่องกงและสิงคโปร์ล้วนผ่านช่วงเวลาต้องทบทวนกฎระเบียบ ออกแบบระบบที่เหมาะสม จนเกิดประโยชน์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมาอย่างต่อเนื่อง

ขอฝากให้คณะกรรมการชุดนี้พิจารณาประเด็นสำคัญอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการกำหนดนิยามและสถานะทางกฎหมายของดาตาเซนเตอร์ให้ชัดเจน การกำหนดมาตรฐาน การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน การคุ้มครองข้อมูลและความมั่นคงไซเบอร์ ตลอดจนการสนับสนุนระบบนิเวศ เอไอและคลาวด์ของประเทศ

ตนเชื่อว่า หากกำหนดทิศทางได้อย่างเหมาะสม ประเทศไทยจะสามารถใช้ประโยชน์จากการ ที่มีโอกาสเพิ่มการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัล และนวัตกรรมของภูมิภาคควบคู่กับการพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืน

นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจและนำความกังวลของประชาชนมารับฟัง และหาทางออกทั้งทางผู้ว่าฯ กทม. ที่ได้ดำเนินการในส่วนที่พบการสร้างดาตาเซนเตอร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งตรงนี้มันจะมีหลายประเภท สร้างแบบถูกต้องทั้งหมด ก็ไม่ว่ากัน แต่สร้างแบบแอบ ๆ เข้ามามีของแฝงเข้ามาเพื่อเป็นการลดต้นทุน และใช้ใบอนุญาตที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายในการลักลอบใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายมาดำเนินกิจการ

สิ่งเหล่านี้ถามว่า ใหม่สำหรับเราหรือไม่ ไม่ใหม่ เพราะมีคนทำเช่นนี้มาโดยตลอด แต่เราต้องจับทางเขาให้ได้และต้องแก้ไขและใส่กฎระเบียบที่มีความรัดกุมและที่สำคัญคือ ต้องปลอดภัยกับประชาชนให้มากที่สุด สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หมายความว่า วันนี้ที่เรามา จะไม่ทำดาตาเซนเตอร์อีกแล้ว ไม่ใช่ แต่เราต้องมาจัดระเบียบ เพราะขณะนี้เศรษฐกิจแบบนี้บูมขึ้นมา

บางทีคนก็เหมือนจะขายใบอนุญาต ไปขอใบจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ของกระทรวงมหาดไทย ขอเผื่อไว้ก่อน ที่รู้คร่าว ๆ ขอมาเกือบ 20,000 เมกะวัตต์ เท่ากับจำนวนการใช้ไฟของประเทศเลย เป็นหลักธุรกิจแบบไทย ๆ ไปขอไว้ก่อน ขอมาถ้าใช้ก็เอามาหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ หากไม่ใช้ก็ปล่อยให้มันหมดอายุแล้วหายไป คณะกรรมการชุดนี้ที่ได้ตั้งไปแล้ว คงจะต้องทำความชัดเจน และมีข้ออธิบายให้กับประชาชน เพราะขณะนี้ประชาชนคิดว่า แค่เฉพาะเรื่องดาตาเซนเตอร์จะต้องมีการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าอีกเป็น 10,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเขาก็มีความกังวล

นายกฯ ระบุว่า การประชุมครั้งนี้ จะนำไปสู่การรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ และมากำหนดเป็นนโยบายกำกับดูแลกิจการดาตาเซนเตอร์ ซึ่งตนได้เน้นย้ำนายเอกนิติว่า เนื่องจากจะมีการใช้พลังงานจำนวนมาก มีการใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติเป็นจำนวนมาก และมีการใช้ที่ดินในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนมาก เราคงต้องทำให้มันสอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทย ทำเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero)

ฉะนั้นการที่จะใช้ไฟจำนวนมากขนาดนี้ ต้องไปใช้กรีนเอ็นเนอร์จี (พลังงานสะอาด) มากกว่าพลังงานฟอสซิล (น้ำมัน) เช่น กักตุนน้ำมันสำรอง ก็อาจจะต้องแก้ไข ถ้าใช้พลังงานสะอาดมาก ๆ และพลังงานธรรมชาติมาก ๆ จะเป็นพลังงานลมหรือพลังงานโซลาร์ การดาวน์ของพลังงาน ก็จะน้อยกว่าแบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเจนเนอเรเตอร์ อยากจะควบคุมไปให้หมดเลย เพื่อจะได้ตอบโจทย์ทุกอย่าง ให้อยู่ภายใต้กฎขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ด้วย

ตนพร้อมที่จะรับข้อพิจารณาจากท่านทั้งหลาย เพื่อนำไปสู่การออกประกาศแก้ระเบียบ หรือแม้กระทั่งไปถึงการออกพระราชบัญญัติหรือเปล่า อันนี้ต้องขึ้นอยู่กับความเห็นของที่ประชุม จากนั้นนายกฯได้มอบหมายให้นายเอกนิติในฐานะประธานกรรมการ ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป

อ่านข่าว :

จ่อแจ้งความ Data Center ย่านพระราม 9 พบเก็บดีเซล 2 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต

กกร.ปรับเป้า GDP ปี 69 โต 2.1-2.5% เร่ง Data Center เชื่อมลงทุนต่างชาติ ฝ่าเศรษฐกิจ K-Shape

ถอดรหัส Data Center ทำไมไทยต้องเป็น "สมองกลดิจิทัล" แห่งใหม่ของอาเซียน

พลังงาน-ทองคำ-เทคโนโลยีหนุน สนค.เผยราคาส่งออก-นำเข้า ก.ค.โตชะลอ

สศช.จับตาดาต้าเซ็นเตอร์ 7.2 แสนล้าน หวั่นแย่งทรัพยากร ชงเกณฑ์คุม Hyperscale

จับตาเกณฑ์ล้อมคอกธุรกิจ Data Center ในไทย

"เอกนัฏ" พร้อมทบทวนค่าไฟที่อยู่อาศัย จ่อคลอด "ค่าไฟ Data Center" อัตราใหม่