วันนี้ (20 ก.ค.2569) นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วัชระพล ขาวขำ ถึงผลการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) อย่างใกล้ชิดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อหามาตรการแก้ไขปัญหาสภาพคล่อง หนี้สะสม และภาวะนมล้นตลาดอย่างยั่งยืน โดยพบว่าปัจจุบัน อ.ส.ค. มีนมค้างสต็อกสูงถึง 1.9 ล้านหีบ
ได้มอบนโยบายเร่งด่วนให้ อ.ส.ค. เร่งบริหารจัดการระบายสินค้าออกสู่ตลาดล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าต้องกลายเป็นนมหมดอายุ โดยเฉพาะสินค้าอีกจำนวนหนึ่งที่จะสิ้นสภาพลงในเดือน ต.ค.นี้ พร้อมสั่งการให้จัดทำมาตรการแก้ปัญหาในภาพรวม และพิจารณาจัดหาเงินกู้เพื่อนำมาใช้รักษาสภาพคล่อง และพลิกฟื้นธุรกิจด้วยตนเอง ก่อนที่จะพิจารณาขอจัดสรรงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ
สำหรับปัญหานมกล่องที่หมดอายุไปแล้ว และไม่สามารถนำมาอุปโภคบริโภคได้นั้น นายวัชระพล ระบุว่า ได้ประสานงานไปยังกรมปศุสัตว์เพื่อร่วมหารือกับกลุ่มนักวิจัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ในการหานวัตกรรมและแนวทางนำน้ำนมที่สิ้นสภาพเหล่านั้น ไปใช้ประโยชน์ในทางอื่นอย่างเร่งด่วน
โดยมีแนวทางนำไปใช้เป็นส่วนผสม เพื่อเพิ่มโปรตีนในอาหารสัตว์ ตลอดจนนำไปประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคใบร่วงในต้นยางพารา ซึ่งถือเป็นการแก้เฉพาะหน้าเพื่อลดความสูญเสียและนำทรัพยากรกลับมาสร้างประโยชน์ให้แก่เกษตรกรกลุ่มอื่นต่อไป
ฟื้น "อ.ส.ค." ชูขยายตลาด หวังช่วยเกษตรกรโคนม
นอกจากนี้ รมช.เกษตรฯ ยังตั้งข้อสังเกตและแสดงความสงสัย ถึงประสิทธิภาพการบริหารงานของ อ.ส.ค. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เหตุใดจึงปล่อยให้มีสินค้าสิ้นสภาพค้างสต็อกเป็นจำนวนมากขนาดนี้
แม้จะเข้าใจว่าปัจจุบัน อ.ส.ค. ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาด และมีสินค้าทดแทนเพิ่มขึ้น แต่กระทรวงเกษตรฯ มีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้ อ.ส.ค. สามารถแข่งขันได้ในตลาดเสรี โดยต้องกลับมาทบทวนการบริหารจัดการด้านต้นทุน และการตลาดอย่างจริงจัง พร้อมทั้งยกตัวอย่างการหยุดดำเนินกิจการแฟรนไชส์ไอศกรีมนมอย่าง "มิลค์แลนด์" (Milk Land) ทั้งที่เป็นช่องทางที่ดีในการสร้างรายได้ และช่วยระบายนมดิบจากเกษตรกรได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ นายวัชระพล ย้ำเตือนว่า อ.ส.ค. เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีศักยภาพสูงมาก ในอดีตเคยได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจต้นแบบติดต่อกันหลายปีซ้อน จากกระทรวงการคลัง และเคยทำรายได้สูงถึงปีละกว่าหมื่นล้านบาท ดังนั้น ทุกฝ่ายจึงต้องร่วมกันวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงว่า เหตุใดในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา รายได้ขององค์กรจึงลดลง จนเกิดปัญหาขาดทุนสะสม
เชื่อมั่นว่าหาก อ.ส.ค. ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ โดยมุ่งเน้นการขยายช่องทางการตลาดและการขายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะเป็นทางรอดสำคัญที่ช่วยพลิกฟื้น อ.ส.ค. ให้กลับมาเข้มแข็ง และสามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรโคนมไทยได้อย่างยั่งยืน
อ่านข่าว :
"ทรัมป์" โชว์สเต็ปแดนซ์ฉลองแชมป์บอลโลก สเปนคว้าถ้วยเหนืออาร์เจนตินา
เริ่ม 20 ก.ค.ผู้ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าน้ำประปาผ่าน 3 ช่องทาง
IRGC ขู่เรือผ่านฮอร์มุซอาจเผชิญอุบัติเหตุ เตือนอย่าเชื่อคำสั่งสหรัฐฯ









