"ทรัมป์" ตั้งกำแพงภาษีรอบใหม่กับ 60 ประเทศคู่ค้ารวม "ไทย" โดน 12.5%

ต่างประเทศ
06:44
จำนวนผู้ชม 313
Thai PBS
"ทรัมป์" ตั้งกำแพงภาษีรอบใหม่กับ 60 ประเทศคู่ค้ารวม "ไทย" โดน 12.5%
สหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรชุดใหม่ บังคับใช้กับ 60 ประเทศคู่ค้ารวม "ไทย" ในอัตรา 10-12.5% อ้างล้มเหลวสกัดการนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ

วันนี้ (24 ก.ค.2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ออกแถลงการณ์ประกาศเก็บภาษีศุลกากรกับ 60 ประเทศคู่ค้า ฐานไม่บังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 (หรือ พ.ศ.2517)

ในจำนวนนี้ประกอบด้วย กลุ่มประเทศที่จะถูกเรียกเก็บภาษี 10% เนื่องจาก (1) มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับอยู่แล้ว (2) ให้คำมั่นที่จะบังคับใช้มาตรการดังกล่าวผ่านความตกลงการค้าต่างตอบแทน หรือ (3) มีมาตรการบางส่วนที่ป้องกันการนำเข้าสินค้าประเภทนี้ได้ในระดับหนึ่ง ได้แก่ อาร์เจนตินา บังกลาเทศ กัมพูชา แคนาดา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินเดีย อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน ศรีลังกา ตรินิแดดและโตเบโก และสหราชอาณาจักร

อีกกลุ่มหนึ่งจะถูกเก็บภาษี 10% หรือ 12.5% และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มที่จะถูกเก็บภาษี 12.5% คือบรรดาประเทศที่เหลือและ "ไทย" อยู่ในกลุ่มนี้ โดยเป็น 1 ใน 54 ประเทศที่สหรัฐฯ ประเมินว่า ล้มเหลวในการสกัดการนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเพื่อนบ้านที่อยู่ในกลุ่มนี้ด้วยได้แก่ จีน ฮ่องกง อินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และเวียดนาม

ทั้งนี้ เริ่มมีผลบังคับใช้หลังเที่ยงคืน หรือเมื่อล่วงเข้าสู่วันศุกร์ตามเวลาสหรัฐฯ แทนที่มาตรการภาษีเดิมที่จะหมดอายุวันนี้ (24 ก.ค.)

มาตรการดังกล่าวมีขึ้นหลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ วินิจฉัยว่า ภาษีศุลกากรที่รัฐบาลทรัมป์เรียกเก็บจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกโดยอาศัยอำนาจฉุกเฉินนั้น เป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องหาช่องทางกฎหมายอื่นมาผลักดันนโยบายภาษี

ช่วงเวลาในการประกาศใช้มาตรการนี้ มีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงความซับซ้อนที่จะเกิดขึ้นหากนำภาษีใหม่ไปซ้อนทับกับภาษี 10% ที่บังคับใช้อยู่เดิม พร้อมระบุว่าภาคธุรกิจต้องการความต่อเนื่องและความแน่นอนในนโยบายภาษีศุลกากรมากขึ้น

สินค้าจาก 60 ประเทศคู่ค้าที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้ คิดเป็นสัดส่วนถึง 99.4% ของสินค้านำเข้าทั้งหมดของสหรัฐฯ ขณะที่สินค้านำเข้าหลายประเภทได้รับการยกเว้น อาทิ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงสินค้าที่ไม่สามารถจัดหาได้ภายในประเทศ

สำหรับชาวอเมริกันส่วนใหญ่ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่น่าจะส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้นในทันที เนื่องจากอัตราภาษีใหม่ส่วนใหญ่ยังใกล้เคียงกับที่ผู้นำเข้าจ่ายอยู่แล้ว แต่สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์หรือหลายเดือนข้างหน้า

ท่าทีดังกล่าวตอกย้ำความมุ่งมั่นของทรัมป์ ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการค้าโลก แม้จะเผชิญการฟ้องร้องในชั้นศาลหลายคดี และเสียงคัดค้านจากผู้บริโภคและภาคธุรกิจสหรัฐฯ ที่ต้องแบกรับภาระภาษีที่สูงขึ้น

ตลอด 17 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ปรับเปลี่ยนใช้กฎหมายการค้าหลายฉบับ เพื่อสร้างระบบปกป้องเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากการแข่งขันของต่างประเทศ ซึ่งนอกจากสร้างงานภาคการผลิตในสหรัฐฯ และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็ใช้เป็นเครื่องมือกดดันประเทศอื่นๆ ด้วย

อ่านข่าว :

สหรัฐฯ จ่อรื้อกำแพงภาษีรอบใหม่ เล็งเก็บ 10-12.5% ไทยติดโผ 60 ประเทศคู่ค้า

สี จิ้นผิง เตรียมเยือนสหรัฐฯ ก.ย.นี้ หวังกระชับสัมพันธ์

กลุ่มฮูตีอ้างโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำของซาอุฯ ในทะเลแดง