วันนี้ (24 ก.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2569 ที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติ วังปารุสกวัน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอชื่นชมและชมเชยหัวหน้าส่วนราชการทุกท่าน ที่วางตัวอย่างเหมาะสมในช่วงการเลือกตั้ง ไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกถึงความได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่มีคำติฉินนินทาหรือวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่า ใช้กลไกเพื่อสร้างความได้เปรียบ
นายกฯ กำชับทีมเจรจาภาษีสหรัฐฯ เตรียมข้อมูลให้พร้อม
ในฐานะนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลการบริหารราชการแผ่นดิน และรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในประเทศนี้ ขอให้คำยืนยันว่ารัฐบาลมีความเข้มแข็ง มีความแข็งแรง มีเสถียรภาพ และมีความเข้าใจกัน แม้กระทั่งในรัฐมนตรีที่มาจากพรรครวมรัฐบาล ในสภาผู้แทนราษฎร ในหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เน้นเรื่องภารกิจหน้าที่เป็นหลัก ไม่ได้เน้นเรื่องของการดำรงไว้ หรือดำรงอยู่ของการควบคุมอำนาจของรัฐ
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องความมั่นคง ทางตำรวจ ทหาร และเรื่องของการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมต่าง ๆ ได้แจ้งหัวหน้าศูนย์ฝ่ายความมั่นคงว่า ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลไม่มีสิทธิที่จะมองเห็นประโยชน์ส่วนตน หรือประโยชน์ในทางการเมือง หรือประโยชน์ในการถือครองอำนาจรัฐเหนือกว่าประโยชน์ของประเทศและประชาชน
“ผมคิดว่าท่านทั้งหลาย ที่ทำงานร่วมกับผมคงได้เห็นแนวทางการทำงานชัดเจน พวกเราทุกคนในห้องนี้ ถ้าไม่อยู่ในสถานะทางการ เราก็เรียกพี่ เรียกน้องกันทุกคน ผมไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในวาระแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ ผมบอกให้เชื่อมั่นในดุลยพินิจของผม ผมยึดมั่นในเรื่องของคุณสมบัติ ที่ท่านทั้งหลายได้ปฏิบัติมาโดยตลอด รวมไปถึงหัวหน้าส่วนราชการทุกคน สิ่งที่ผมจะขอความร่วมมือจากทุกท่านคือ ณ ขณะนี้ ถ้าท่านติดตามข่าวสาร หรือมีโอกาสร่วมคณะกับผมในการเดินทางไปเยือนนานาประเทศ ท่านคงได้เห็นถึงสถานะ (positions ) ของประเทศไทยในสายตานานาประเทศ เราไม่ได้ต้องการไปแค่ไปเช็คแฮนด์ ยืนยิ้ม แต่ประเทศไทยได้กลับสู่จอเรด้า ซึ่งหมายถึงเมื่อไปที่ไหน จะต้องมีหัวข้อมีความร่วมมือ มีการทำบันทึกข้อตกลง และการลงทุน" นายอนุทิน กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ยังมีความไม่เข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นสิ่งที่ไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น แต่ไทยมีเกียรติภูมิ มีอธิปไตยของประเทศ ที่ต้องนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา ยืนยันว่าทุกครั้งที่ได้พบกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน มีการพูดคุยกันในแนวโน้มที่ดี ทราบถึงความรู้สึกได้ว่าผู้นำของประเทศเพื่อนบ้าน ก็ไม่ได้ต้องการให้มีสภาพเช่นนี้ แต่ด้วยความที่ประเทศไทยยืนหยัดในนโยบายว่า ไม่เคยรุกรานใครก่อน เคารพอธิปไตยของผู้อื่น และไม่ต้องการให้มีความขัดแย้ง แต่ถ้าถูกคุกคามถูกเอาเปรียบ ถูกทำร้าย ประเทศไทยก็ต้องตอบโต้ด้วยความเฉียบขาดเด็ดขาด
"ขณะนี้ที่เราได้ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด การที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ ผมแจ้งผู้นำกัมพูชาไปว่า ขึ้นอยู่กับท่านแล้ว ประเทศไทยพร้อมจะเจรจา แต่เจรจาบนพื้นฐานที่ประเทศไทยได้วางเอาไว้ ส่วนไหนที่เรายอมได้แล้วไม่เกิดผลเสียต่อประเทศ ก็มาคุยกัน แต่ส่วนไหนที่เป็นการต่อรองกัน เพื่อให้มาพบกันตรงจุดใดจุดหนึ่ง แล้วเกิดผลเสียกับประเทศไทย ตรงนี้ก็ต้องขอสงวนสิทธิ์ว่า อย่าเอาเข้ามาในวาระ สิ่งเหล่านี้มีความชัดเจน" นายกฯ กล่าว
นายกฯ กำชับทีมเจรจาภาษีสหรัฐฯ เตรียมข้อมูลให้พร้อม
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ส่วนการเดินหน้าเรื่องการเจรจากับต่างประเทศ ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกกระทรวง และทุกหน่วยงาน เพราะเกี่ยวพันกันหมด จึงหนีไม่พ้นที่หัวหน้าคณะเจรจา ก่อนที่จะเดินทางไปเจรจา หัวหน้าส่วนราชการทุกคนต้องติดอาวุธการเจรจาไปให้พร้อม เมื่อไปถึงถ้าท่านบอกว่า ขอกลับไปปรึกษาก่อน ความเสียหาย ความเสียเปรียบจะเกิดขึ้นอย่างมหาศาล
"เมื่อท่านได้รับความเห็นชอบจาก ครม.แล้วในการเจรจาไปในนามรัฐบาล แทนที่จะได้เปรียบจะทำให้บทสรุปหายไป คู่เจรจาจะจับไต๋เราได้หมด ซึ่งจะทำให้เราเสียเปรียบ เราจึงต้องบริหารราชการด้วยศักยภาพ ด้วยความร่วมมือบูรณาการอย่างเต็ม" นายอนุทิน กล่าว
อ่านข่าว :
กองทัพชูแผนสร้างรั้วชายแดนไทย-มาเลเซีย สกัดเส้นทางหลบหนีผู้ก่อเหตุรุนแรง
เปิดบ้าน “น้องหนึ่ง” เสือลายเมฆขวัญใจโซเชียล เด็กเข้าชมฟรี 28 ก.ค.นี้
“พล.ท.อดุลย์” ถก “รมว.กลาโหมจีน” กระชับความร่วมมือทางทหารรอบด้าน









