"ทรัมป์" ลั่น อิหร่านต้องรับผิดชอบ ปฏิบัติการกลุ่มฮูตี-สั่งโจมตีต่อเนื่อง

ต่างประเทศ
16:42
จำนวนผู้ชม 69
Thai PBS
"ทรัมป์" ลั่น อิหร่านต้องรับผิดชอบ ปฏิบัติการกลุ่มฮูตี-สั่งโจมตีต่อเนื่อง
"ทรัมป์" ประกาศ "อิหร่าน" ต้องรับผิดชอบต่อปฏิบัติการของกลุ่มฮูตี หลังเรือบรรทุกน้ำมันซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ ถูกโจมตีในทะเลแดง ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 13

วันนี้ (24 ก.ค.2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศว่า อิหร่านจะต้องรับผิดชอบต่อปฏิบัติการของกลุ่มติดอาวุธฮูตี ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน หลังจากเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำของซาอุดีอาระเบีย ถูกกลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมน โจมตีในทะเลแดง แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ยังคงปฏิบัติการโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 13

สำนักข่าวเอพีรายงาน อ้างอิงประกาศของทรัมป์ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวานนี้ (23 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเขาระบุด้วยว่ากลุ่มฮูตีจะถูกสหรัฐฯ ใช้กำลังลงโทษครั้งใหญ่ถ้าโจมตีเรือที่แล่นผ่านทะเลแดงอีก และอิหร่านก็จะถูกสหรัฐฯใช้กำลังลงโทษครั้งใหญ่ เช่นกันที่หนุนหลังกลุ่มฮูตี

ทรัมป์ยังประกาศว่า สหรัฐฯจะนำเงินในบัญชีของอิหร่านที่ถูกอายัด หรือแช่แข็งในสหรัฐฯ มาจ่ายชดใช้เรือต่าง ๆ ที่ได้รับความเสียหายในช่วงความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านในตะวันออกกลางด้วย อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าทรัมป์ จะใช้กลไกที่ถูกกฎหมายใด ที่จะนำเงินในบัญชีของอิหร่านออกใช้ดังกล่าว

ข้อมูลจากสำนักข่าว SABA ของกลุ่มฮูตี ระบุยอมรับว่า กลุ่มฮูตีโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำของซาอุดีอาระเบีย จนเกิดเพลิงลุกไหม้บนเรือทั้ง 2 ลำ อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บจากเหตุโจมตีของกลุ่มฮูตีครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่กลุ่มติดอาวุธฮูตีโจมตีเรือในทะเลแดง

หลังจากกลุ่มฮูตีประกาศเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า จะปิดกั้นเรือต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับซาอุดีอาระเบียไม่ให้แล่นผ่านช่องแคบบับ เอล-มันเดบ เพื่อตอบโต้ที่ซาอุดีอาระเบียปิดกั้นเรือเยเมนไม่ให้แล่นผ่านช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ก่อนหน้านี้ และโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติ ในกรุงซานาของเยเมน ซึ่งอยู่ในความควบคุมของกลุ่มฮูตี ด้วย

รายงานระบุว่า ช่วงที่เกิดศึกอิสราเอล-กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา กลุ่มฮูตีก็ประกาศปิดกั้นเรือต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับอิสราเอลไม่ให้แล่นผ่านช่องแคบบับ เอล-มันเดบ แต่กลุ่มฮูตีกลับโจมตีเรือชาติอื่น ๆ หลายลำที่มีส่วนเชื่อมโยง หรือเชื่อมโยงน้อยมากกับความขัดแย้งอิสราเอล-กลุ่มฮามาส ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าโลก

ทั้งนี้ ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ เป็นอีกหนึ่งเส้นทางขนส่งสินค้า-พลังงานทางเรือสำคัญจากตะวันออกกลางสู่เอเชีย และยุโรปที่เชื่อมโยงทะเลแดง และคลองสุเอซในอ่าวอาหรับกับอ่าวเอเดนเพื่อออกสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าราวร้อยละ 12 ของตลาดโลก

ฝ่ายนักวิเคราะห์ประเมินว่า ช่วงที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ซาอุดีอาระเบียส่งออกน้ำมันดิบให้แก่กลุ่มประเทศผู้นำเข้าในทวีปเอเชีย ผ่านทะเลแดงราวกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ส่งออกน้ำมันดิบ และเชื้อเพลิงอื่น ๆ จากเมืองท่ายันบูรวมถึงกว่า 4.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่เดือน เม.ย.2569 โดยราวร้อยละ 70 ของกลุ่มประเทศผู้นำเข้าอยู่ในทวีปเอเชีย

ข้อมุลจาก Lloyd’s List Intelligence ซึ่งเป็นธุรกิจให้บริการข้อมูล และการวิเคราะห์การสัญจรทางเรือในสหราชอาณาจักร ระบุว่า การโจมตีของกลุ่มฮูตี ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า-พลังงานทางเรือของซาอุดีอาระเบีย ในช่วงที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นเท่านั้น แต่ยังสุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเรือทั่วไปที่แล่นผ่านบริเวณทะเลแดงด้วย

รายงานระบุว่า หลังจากเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำของซาอุดีอาระเบีย ถูกกลุ่มฮูตีโจมตีดังกล่าว กองกำลังทหารกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศว่า ฝ่ายทหารสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 13 ติดต่อกันแล้วของการหวนโจมตีซึ่งกันและกัน ครั้งใหม่ของสหรัฐฯ-อิหร่าน โดยการโจมตีระลอกล่าสุดนี้ยุติลงก่อน 05.00 น. เช้านี้ (24 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น

หลังจากประกาศล่าสุดของ CENTCOM สื่อของทางการอิหร่านรายงานว่า เกิดระเบิดหลายครั้งบนเกาะเกชม์ในช่องแคบฮอร์มุซ และเมืองบันดาร์อับบาสใกล้เคียง อีกทั้งอีกหลายพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มอีก 2 คน

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขอิหร่าน เมื่อวานนี้ (23 ก.ค.) ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 55 และบาดเจ็บอีกรวม 629 คนในอิหร่านตั้งแต่สหรัฐฯ หวนโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ ตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย. 2569 ส่วนราคาน้ำมันในตลาดโลกก็พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบชั้นดี Brent ดีดขึ้นถึง 102 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลเมื่อวานนี้ (24 ก.ค.) สูงสุดในราว 3 เดือน

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า อิรักรับบทบาทไกล่เกลี่ยเพิ่มขึ้นอีก 1 ประเทศ โดย อาลี อัล-ไซดี นายกรัฐมนตรีของอิรัก ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทั้งอิหร่าน และสหรัฐฯ เดินทางเยือนอิหร่านเมื่อวานนี้ (24 ก.ค.) เพื่อเจรจาให้ทั้ง 2 ฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจาต่อยอดช่วง 60 วันเพื่อสรุปข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้าย

ข้อมูลจากทำเนียบนายกรัฐมนตรีอิรักระบุว่า อัล-ไซดีให้คำมั่นกับอิหร่านว่า อิรักจะไม่ไฟเขียวให้สหรัฐฯ ใช้ดินแดนของอิรักเป็นฐานโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน ซึ่งมีพรมแดนติดกับอิรัก ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือน ก.ค.2569 นี้ อัล-ไซดี ก็เดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อพบหารือกับทรัมป์

ไทยรับมือภาษีสหรัฐฯ 12.5% เดินหน้าเจรจา ART เร่งออกมาตรการช่วยผู้ส่งออก

กบน. ควัก 3,892 ล้าน ตรึงราคาน้ำมันทุกชนิด ประคองค่าครองชีพประชาชน

ลาวส่งตัว 67 คนไทยกลับประเทศ หลังทลายฐานสแกมเมอร์-เว็บพนัน