วันนี้ (31 ก.ค.2569) นายพีร พวงมาลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค เปิดเผยว่า หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยคที่ ทย. 5 (แม่น้ำน้อย) ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน หมู่บ้านแม่น้ำน้อย หมู่ที่ 5 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ว่า พบลูกช้างป่า 1 ตัว บริเวณชายน้ำห้วยแม่น้ำน้อย จึงลงพื้นที่เข้าตรวจสอบเมื่อวันที่ 30 ก.ค.2569
เอาใจช่วย “ลูกช้างป่า” พลัดหลงโขลงในพื้นที่ไทรโยค
พบลูกช้างป่า 1 ตัว สภาพอิดโรย ไม่พบโขลงช้างบริเวณดังกล่าว คาดว่าลูกช้างพลัดหลงประมาณ 2 วัน เจ้าหน้าที่จึงได้นอนเฝ้าเพื่อสังเกตพฤติกรรม และรอโขลงช้างมารับ
ตลอดทั้งคืนลูกช้างป่าส่งเสียงร้องเรียกหาแม่ช้างเป็นช่วง ๆ แต่ไม่มีเสียงฝูงตอบรับ คาดว่าฝูงน่าจะไปไกลแล้ว ซึ่งโดยรอบเป็นพื้นที่ลาดชัน ลูกช้างสามารถเดินวนเวียนได้เพียง 1.5 เมตร และอีกฝั่งติดแม่น้ำ
จุดที่ลูกช้างอยู่ ห่างจากตลิ่ง 30 เซนติเมตร ลูกช้างป่ามีพฤติกรรมดูดรากไม้และดูดหินบริเวณใกล้เคียง คาดว่าโขลงช้างได้เดินข้ามน้ำ ทำให้ลูกช้างไหลตามน้ำมา
เอาใจช่วย “ลูกช้างป่า” พลัดหลงโขลงในพื้นที่ไทรโยค
ต่อมาในวันนี้ (31 ก.ค.) เวลา 09.00 น. ทีมสัตวแพทย์ สบอ.3 (บ้านโป่ง) ได้นั่งเรือเข้าไปยังจุดดังกล่าว ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง ประกอบกับมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก
เอาใจช่วย “ลูกช้างป่า” พลัดหลงโขลงในพื้นที่ไทรโยค
ทีมสัตวแพทย์ ประเมินอาการลูกช้างเบื้องต้น พบว่า เป็นลูกช้างป่าตัวผู้ น้ำหนัก 40 กิโลกรัม อายุไม่เกิน 2 สัปดาห์ สภาพอิดโรย มีแผลถลอก พุพอง และหลุมแผลหลายจุดในช่องปาก มีแผลคล้ายร้อนใน ขาดน้ำอย่างรุนแรง มีแผลที่สะดือ งวงมีแผลพุพอง มีเศษเนื้อตาย ไม่มีหนอง ไม่มีไข่แมลงวัน ปากเป็นแผลร้อนใน กินนมได้น้อย เนื่องจากเจ็บแผล มีแมลงคล้ายผึ้งตอมที่บริเวณตา ทำให้เยื่อบุตาอักเสบ
ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มแดง อาจเกิดจากการติดเชื้อหรือขาดน้ำ ถ่ายเหลวมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว สุขภาพอยู่ในแนวโน้มน่าเป็นห่วง จึงได้เคลื่อนย้ายมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค เพื่อให้ทีมสัตวแพทย์ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช วางแผนช่วยเหลือและรักษาต่อไป
เอาใจช่วย “ลูกช้างป่า” พลัดหลงโขลงในพื้นที่ไทรโยค
กระทั่งเวลา 16.00 น. ทีมสัตวแพทย์ของกรมอุทยานฯ เข้ามาตรวจดูอาการลูกช้างดังกล่าว เบื้องต้นให้อุทยานแห่งชาติไทรโยคจัดหาคอกพักชั่วคราว พ้นยาฆ่าเชื้อรอบคอก และจัดเจ้าหน้าที่สับเปลี่ยนกำลังดูแลตลอดเวลา ภายใต้การกำกับดูแลของทีมสัตวแพทย์
ทั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์จะตรวจหาเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ (EEHV) ในวันพรุ่งนี้ (1 ส.ค.) ในระหว่างที่รอผลตรวจให้ลูกช้างอยู่ในคอก เพื่อเฝ้าระวังและติดตามอาการ
เอาใจช่วย “ลูกช้างป่า” พลัดหลงโขลงในพื้นที่ไทรโยค
อ่านข่าว :
ศาลปกครองชี้แบน "พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส" ชอบด้วยกฎหมาย
ธปท.สั่งจำกัดวงเงินโอน บัญชีเด็ก-เยาวชน ตัดวงจร "บัญชีม้า" ดีเดย์ ก.ย.นี้
สารภาพแล้ว! "ป๋อง-ธง" ลักทรัพย์-ยิง 2 พี่น้องรัสเซียดับ อำพรางศพป่าเขาชีจรรย์
