วันนี้ (1 ส.ค.2569) เป็นวันแรกที่รัฐบาลต่ออายุให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ที่ถูกตัดสิทธิจากเกณฑ์คัดกรองใหม่ ให้สามารถใช้สิทธิสวัสดิการเดิมได้ทั้งหมด รวมถึงวงเงินใช้จ่ายเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพอีกคนละ 1,000 บาท ตามมาตรการเพิ่มวงเงินผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท
อนุคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการใช้เงินกู้ ที่มีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เห็นชอบให้ปรับเปลี่ยนการใช้วงเงินกู้ จากเดิมที่กระทรวงการคลังจัดสรรวงเงินกู้รองรับผู้มีรายได้น้อยที่ถูกตัดสิทธิ จากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไปเข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)
รวมทั้งโครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปัจจุบัน และการเบิกจ่ายโครงการไทยช่วยไทยพลัสตามจริง ทำให้วงเงินในการดำเนินโครงการบรรเทาภาระค่าครองชีพ ทั้งมาตรการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และไทยช่วยไทยพลัส ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน ลดลงจาก 175,000 ล้านบาท เหลือประมาณ 160,000 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 15,000 ล้านบาท
ส่วนความคืบหน้าการดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ล่าสุดนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่า ขณะนี้มีผู้ยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิกว่า 3,994,000 คน จากจำนวนผู้ถูกตัดสิทธิ 9,310,000 คน
ทั้งนี้ ในระหว่างเจ้าหน้าที่กรมการปกครองลงพื้นที่รับเรื่องอุทธรณ์ หากพบผู้มีรายได้น้อยแต่ไม่มีชื่อในระบบคัดกรอง เจ้าหน้าที่จะรวบรวมรายชื่อนำเข้าระบบโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทันที
สำหรับประชาชนที่ถูกตัดสิทธิ สามารถยื่นคำร้องขอทบทวนสิทธิได้จนถึงวันที่ 31 ส.ค.นี้ โดยกดคำร้องผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เพื่อเข้าสู่กระบวนการทบทวนสิทธิตามเกณฑ์ใหม่ โดยไม่ต้องยื่นเอกสารใดๆ หรือติดต่อหน่วยให้บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ซึ่งตั้งภายในที่ว่าการอำเภอ หรือติดตามกำหนดการลงพื้นที่ของกรมการปกครองและกรมขนส่งทางบก เข้าให้บริการถึงที่เพื่อลดภาระการเดินทางของประชาชน
อ่านข่าว
ครม.เคาะปรับเกณฑ์ใหม่ "บุคคล-รถ" ทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
เริ่มแล้ว! ชำระค่าปรับจราจรผูกต่อภาษี รัฐย้ำมุ่งลดอุบัติเหตุไม่ได้ลงโทษ
ธปท.สั่งจำกัดวงเงินโอน บัญชีเด็ก-เยาวชน ตัดวงจร "บัญชีม้า" ดีเดย์ ก.ย.นี้









