คลื่นผู้อพยพเขย่า EU เบื้องหลังไม่ใช่ความยากจน แต่โยงเกมการเมือง

ต่างประเทศ
12:47
จำนวนผู้ชม 89
Thai PBS
คลื่นผู้อพยพเขย่า EU เบื้องหลังไม่ใช่ความยากจน แต่โยงเกมการเมือง
ผู้อพยพกว่าครึ่งแสนทะลักเข้าเมืองเซอูตา ดินแดนสเปนในแอฟริกาเหนือภายในเวลาอันสั้น เปิดชนวนเหตุเจาะลึก 3 ปัจจัยหลัก "ปากท้อง-ข่าวลือ-เกมการเมือง" ที่กำลังสั่นคลอนความสัมพันธ์ทั่วสหภาพยุโรปและชนวนรอยร้าวครั้งใหม่

เหตุการณ์คลื่นผู้อพยพครั้งประวัติศาสตร์ทะลักข้ามพรมแดนเข้าสู่ "เซอูตา" (Ceuta) ดินแดนส่วนแยกของประเทศสเปน ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ติดกับประเทศโมร็อกโกและถูกคั่นจากแผ่นดินใหญ่สเปนด้วยช่องแคบยิบรอลตาร์เพียงประมาณ 20 กิโลเมตร

ทางการสเปนประเมินว่า มีผู้อพยพลักลอบเดินทางเข้ามาทั้งทางบกและทางทะเลในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามากถึง 50,000 - 60,000 คน ซึ่งคิดเป็นจำนวนสูงถึงร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมดในเมืองที่มีอยู่ราว 83,600 คน

สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความตื่นตระหนกอย่างหนักแก่ชาวเมืองในพื้นที่ เนื่องจากเซอูตาและเมเลีย (Melilla) เป็นเพียง 2 พื้นที่ของสหภาพยุโรป ที่มีพรมแดนทางบกติดกับแอฟริกา แม้จะมีการลักลอบข้ามแดนอยู่บ้าง แต่ปริมาณมหาศาลภายในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หลังเกิดเหตุวิกฤต รัฐบาลสเปนได้ระดมกำลังทหารและเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง เข้าลาดตระเวนอย่างเข้มงวดทั้งทางบกและทางน้ำตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้อพยพเข้ามาเพิ่มเติม พร้อมทั้งลำเลียงผู้อพยพขึ้นรถทหารเพื่อผลักดันกลับไปยังฝั่งโมร็อกโก

อย่างไรก็ตาม ภายในเวลา 48 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ ผู้อพยพเกือบทั้งหมดได้ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังโมร็อกโกด้วยความสมัครใจ เนื่องจากภายในเมืองเซอูตา ไม่มีทรัพยากรรองรับที่เพียงพอ ทั้งขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และที่พักอาศัย ประกอบกับผู้อพยพพบว่า ไม่มีช่องทางที่จะเดินทางต่อไปยังแผ่นดินใหญ่ของสเปน หรือได้รับความช่วยเหลือตามที่คาดหวังไว้ ถึงกระนั้น บรรยากาศในพื้นที่ก็ยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด

เจาะลึก 3 ปัจจัยหลัก ผลักดันคลื่นผู้อพยพทะลัก

จากการวิเคราะห์ของ Autoridades และนักวิเคราะห์ระหว่างประเทศ พบว่า สาเหตุสำคัญที่ผลักดันให้เกิดวิกฤตในครั้งนี้ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  1. ข่าวลือและข้อมูลบิดเบือนออนไลน์ : นายกรัฐมนตรีสเปนระบุว่า เครือข่ายอาชญากรได้จงใจสร้างและแพร่กระจายข้อมูลเท็จ โดยบิดเบือนคำตัดสินของศาลฎีกาสเปน เพื่อหลอกลวงผู้อพยพว่า ทางการสเปนไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการผลักดันผู้อพยพออกจากเซอูตา ทำให้เกิดการทะลักเข้ามาอย่างผิดปกติ
  2. ปัญหาเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำ : สภาพความเป็นอยู่ในโมร็อกโกยังคงเป็นปัจจัยกดดัน แม้อัตราความยากจนในภาพรวมจะลดลง แต่ประชากรจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตชนบทและสลัมในเมือง ยังคงมีความเสี่ยงสูงที่จะตกกลับไปสู่ความยากจน อีกทั้งยังขาดแคลนการเข้าถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพ
  3. เกมการเมืองระหว่างประเทศ : นักวิเคราะห์มองว่านี่คือการใช้ผู้อพยพเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง (Weaponized Migration) โดยโมร็อกโกอาจจงใจผ่อนปรนการกวดขันชายแดน เพื่อแสดงแสนยานุภาพและสร้างแรงกดดันต่อสเปน หลังจากที่นายกรัฐมนตรีสเปนเดินทางเยือนแอลจีเรียเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ ซึ่งแอลจีเรียเป็นประเทศคู่แข่งตัวฉกาจของโมร็อกโกที่เพิ่งตัดสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน การปล่อยให้ผู้อพยพทะลักเข้าสเปนจึงเป็นการสร้างแรงกดดันและความแตกแยกภายในยุโรปโดยตรง
คลื่นผู้อพยพเขย่า EU เบื้องหลังไม่ใช่ความยากจน แต่โยงเกมการเมือง

คลื่นผู้อพยพเขย่า EU เบื้องหลังไม่ใช่ความยากจน แต่โยงเกมการเมือง

EU สะเทือนและการโต้ตอบทางนโยบาย

วิกฤตที่เกิดขึ้นสร้างความหวาดวิตกให้กับชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) อย่างรุนแรง เนื่องจากเกรงว่าวิกฤตนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ทำให้ผู้อพยพหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศอื่น ๆ ในยุโรป ส่งผลให้ EU ต้องประกาศเรียกประชุมฉุกเฉินรัฐมนตรีมหาดไทยจาก 27 ชาติสมาชิก เพื่อหารือมาตรการรับมือร่วมกัน พร้อมวิจารณ์ว่าเหตุการณ์นี้กำลังสร้างทัศนคติที่ผิดว่าการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายในเขต EU สามารถทำได้ ซึ่งจะบั่นทอนนโยบายการจัดการคนเข้าเมืองร่วมกัน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลอิตาลีได้ประกาศระงับการใช้ข้อตกลงเชงเกน (Schengen Area) กับสเปนเป็นเวลา 1 เดือนทันที โดยอ้างเหตุผลเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อพยพใช้สเปนเป็นทางผ่านเข้ามายังอิตาลีและประเทศอื่น ทำให้ทางการสเปนออกมาตอบโต้อย่างดุเดือดว่า อิตาลี กำลังเล่นเกมการเมืองและใช้ประเด็นนี้บังหน้า เนื่องจากเมืองเซอูตาไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในเขตเชงเกนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และอิตาลีทราบข้อเท็จจริงนี้ดี สะท้อนให้เห็นถึงความยุ่งเหยิงและรอยร้าวทางนโยบายที่กำลังขยายตัวในยุโรป ณ ขณะนี้

อ่านข่าว :

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” เข้าพบ “ดีเอสไอ” รับทราบข้อกล่าวหาในคดีฟอเร็กซ์

"สีหศักดิ์" แถลงโต้ "แอนดรูว์ส" ปมกล่าวหาไทยกรณีเขมร ชี้ไม่เป็นกลาง-ไม่ใช่รายงานของ UN

"อนุทิน" ไม่ปิดประตู "ไทยช่วยไทย 60/40" เฟต 2 ชี้ต้องดูงบฯ-เศรษฐกิจ