วันนี้ (3 ส.ค.2569) ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปบย.ตร.) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) และกรมสรรพสามิต ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้าบุหรี่หนีภาษีรายใหญ่ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน พร้อมตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศ ไม่ติดแสตมป์สรรพสามิตจำนวน 1,500,000 มวน หรือ 75,000 ซอง มูลค่าของกลางประมาณ 6,750,000 บาท นับเป็นการจับกุมบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ที่สุดของปีนี้
แกะรอยทลายร้านชำบังหน้า ซุกบุหรี่เถื่อน 1.5 ล้านมวน
พ.ต.ท.วรรณลพ รัตนวงษ์ สารวัตรกองกักกันและปราบปราม กองบังคับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (สว.กก.2 บก.ปอศ.) เปิดเผยรายละเอียดว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ลงพื้นที่ปราบปรามผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และพบข้อมูลการแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยเบาะแสทั้งหมดชี้ตรงกันไปยังแหล่งกระจายสินค้าใหญ่บริเวณถนนสืบศิริ ซ.3/11/8 ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา
จากการส่งเจ้าหน้าที่ซุ่มสังเกตการณ์ พบอาคารไม่มีเลขที่ดังกล่าว เปิดเป็นร้านขายของชำเพื่ออำพรางสายตาเจ้าหน้าที่ แต่เบื้องหลังกลับเป็นจุดจำหน่ายบุหรี่เถื่อนทั้งปลีกและส่ง โดยมีผู้ดูแลหลักคือ "เจ๊ติ๋ว" เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน รวบรวมภาพถ่ายและแผนที่ เพื่อขออนุมัติหมายค้นต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา
จนกระทั่งในวันที่ 8 ก.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. ได้ร่วมกับกรมสรรพสามิต นำหมายค้นเข้าตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว พบ นางพิมพ์พร หรือ "เจ๊ติ๋ว" (สงวนนามสกุล) อายุ 73 ปี แสดงตนเป็นเจ้าของสถานที่ ผลการตรวจค้นพบบุหรี่ต่างประเทศไม่ติดแสตมป์สรรพสามิตซุกซ่อนอยู่ภายในอาคารจำนวน 150 ลัง รวมทั้งสิ้น 1,500,000 มวน (75,000 ซอง) คิดเป็นมูลค่าของกลางประมาณ 6,750,000 บาท
ตร.ทลายโกดังบุหรี่เถื่อนโคราช! ยึด 1.5 ล้านมวน มูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท
รับสารภาพขายกินส่วนต่างกำไร 3 เท่า ตร.จ่อใช้ กม.ฟอกเงินขยายผล
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ลักลอบกระทำความผิดมาแล้วประมาณ 1–2 ปี โดยอ้างว่าสั่งซื้อบุหรี่มาจากชายไม่ทราบชื่อ ซึ่งลักลอบนำเข้าผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณจุดผ่านแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ และมีรถกระบะนำมาส่งให้ถึงบ้าน โดยมีต้นทุนเพียงซองละ 15–20 บาท ก่อนจะนำมาขายต่อในราคา 50–60 บาท คิดเป็นกำไรสูงถึง 3 เท่าตัว
อย่างไรก็ตาม พยานหลักฐานที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างยังมีความย้อนแย้งและไม่สอดคล้องกับพฤติการณ์ เจ้าหน้าที่จึงยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเนื่องจากเชื่อว่ามีการปกปิดข้อมูลเพื่อปกป้องเครือข่ายใหญ่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมตัวการหลัก และเตรียมนำมาตรการตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมาบังคับใช้เพื่อยึดทรัพย์สินเพิ่มเติม เบื้องต้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. ได้ระบุถึงรูปแบบการทะลักของบุหรี่เถื่อนในปัจจุบันว่าแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ได้แก่
- บุหรี่ต่างประเทศปลอมแปลงคุณภาพทั้งหมดแล้วลักลอบนำเข้า
- บุหรี่ต่างประเทศของแท้ที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร
- บุหรี่ของการยาสูบแห่งประเทศไทยที่ได้รับการยกเว้นภาษีเพื่อการส่งออก แต่ถูกขบวนการเวียนเทียนนำกลับเข้ามาจำหน่ายในประเทศ
ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ระบบเศรษฐกิจและการยาสูบแห่งประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยมีเส้นทางลำเลียงหลักทางฝั่งตะวันออก (ลาวและกัมพูชา) และฝั่งตะวันตก (เมียนมา) นำมาพักไว้ในกรุงเทพฯ ก่อนกระจายไปยังเมืองท่องเที่ยว เช่น พัทยา ภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ และนครราชสีมา ทั้งช่องทางออนไลน์และหน้าร้าน
ตร.ทลายโกดังบุหรี่เถื่อนโคราช! ยึด 1.5 ล้านมวน มูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท
ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.ยงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นเคสบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ที่สุดในรอบปี ป้องกันการสูญเสียรายได้ภาษีของรัฐได้กว่า 4,000,000 บาท และคิดเป็นมูลค่าโทษปรับตามกฎหมายสรรพสามิตสูงถึงกว่า 60 ล้านบาท พร้อมฝากเตือนประชาชนว่าบุหรี่หนีภาษีเหล่านี้ไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพ มีความเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อราและสารพิษอันตรายสูง
ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมสรรพสามิต 1713 หรือสายด่วนตำรวจ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ศปบย.ตร. ยังเปิดเผยผลการระดมกวาดล้างช่วงวันที่ 1–15 ก.ค.2569 สามารถจับกุมคดีบุหรี่ไฟฟ้าได้ 2,073 คดี (มูลค่า 22.6 ล้านบาท) บุหรี่หนีภาษี 260 คดี (มูลค่ากว่า 24.8 ล้านบาท) และบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารเอโทมิเดตอีก 24 คดี (มูลค่า 6,900,000 บาท)
อ่านข่าว :
ดานูบ-ไรน์ น้ำแห้งขอด กระทบเศรษฐกิจ-พลังงาน จ่อปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
“นายกฯ” เยือนอินโดนีเซียในรอบ 15 ปี กระชับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-อินโดนีเซีย









