วิกฤตชายแดนสเปนสะเทือน EU ดันกระแสต่อต้านผู้อพยพพุ่งสูง

ต่างประเทศ
19:40
จำนวนผู้ชม 89
Thai PBS
วิกฤตชายแดนสเปนสะเทือน EU ดันกระแสต่อต้านผู้อพยพพุ่งสูง
แม้สถานการณ์ผู้อพยพหลายหมื่นคนที่ทะลักเข้าสเปนจะเริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบกลับขยายวงกว้างไปถึงการเมืองภายในยุโรป ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และข้อสงสัยว่าผู้อพยพกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดันทางการทูต

คลื่นผู้อพยพที่ไหลทะลักเข้าดินแดนสเปนในแอฟริกา ตามมาด้วยความเจ็บปวดและคราบน้ำตา สถานการณ์นี้นำมาสู่คำถามว่า ผู้อพยพเหล่านี้กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และแรงกดดันทางการทูตบนเวทีระหว่างประเทศหรือไม่ หลังเหตุการณ์ในครั้งนี้ดูจะไม่มีผู้อพยพคนไหนเลยที่ได้ประโยชน์

ความโกลาหลเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ส.ค.2569 หลังจากกลุ่มผู้อพยพบางส่วนมีปากเสียงกับทหารสเปน ที่ถูกส่งมาประจำการรักษาความปลอดภัยที่เซอูตา ขณะที่ตำรวจสเปนวิ่งไล่กลุ่มผู้อพยพ ท่ามกลางความพยายามของทางการสเปน ในการควบคุมสถานการณ์ และส่งตัวผู้อพยพหลายหมื่นคนข้ามแดนทางบกกลับไปยังโมร็อกโก

วิกฤตชายแดนสเปนสะเทือน EU ดันกระแสต่อต้านผู้อพยพพุ่งสูง

วิกฤตชายแดนสเปนสะเทือน EU ดันกระแสต่อต้านผู้อพยพพุ่งสูง

กระทรวงมหาดไทยโมร็อกโก ระบุว่า มีคนข้ามแดนผิดกฎหมายเข้าไปในเซอูตาและเมลีญา 2 ดินแดนสเปนที่มีพรมแดนติดกับโมร็อกโกกว่า 40,000 คน แต่ก็เดินทางกลับโมร็อกโกทันที ซึ่งข้อมูลนี้สอดคล้องกับทางการสเปนที่ระบุว่า ผู้อพยพส่วนใหญ่ทยอยออกไปแล้ว แต่ทั้ง 2 ประเทศให้ตัวเลขจำนวนผู้อพยพต่างกัน

แม้วิกฤตในครั้งนี้จะถูกโหมกระพือจากข่าวปลอมบนสื่อสังคมออนไลน์ และการตีความกฎหมายแบบผิด ๆ ที่ทำให้คนเชื่อว่า การว่ายน้ำเข้าไปในดินแดนสเปนจะทำให้ไม่ถูกส่งตัวกลับประเทศ แต่จริง ๆ แล้ว วิกฤตผู้อพยพในรอบนี้อาจมีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่านั้น

เส้นทางลอบข้ามแดนเข้าสหภาพยุโรปแบ่งเป็น 6 จุดหลัก ๆ ซึ่ง "เซอูตา-เมลีญา" อยู่ในเส้นทางเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตก และเป็นเส้นทางเดียวที่มีคนข้ามแดนผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นเมื่อปีที่แล้วร้อยละ 14 สวนทางกับอีก 5 เส้นทางที่เหลือที่ตัวเลขผู้อพยพลดลง

วิกฤตชายแดนสเปนสะเทือน EU ดันกระแสต่อต้านผู้อพยพพุ่งสูง

วิกฤตชายแดนสเปนสะเทือน EU ดันกระแสต่อต้านผู้อพยพพุ่งสูง

โดยเส้นทางพรมแดนตะวันออกเคยถูกเบลารุสใช้เป็นเครื่องมือเมื่อปี 2564 ซึ่งในตอนนั้น รัฐบาลเบลารุสสนับสนุนให้ผู้อพยพจากตะวันออกกลางและแอฟริกาตอนเหนือ ข้ามแดนไปยังโปแลนด์ ลิทัวเนียและลัตเวีย เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป ส่วนวิกฤตที่สเปนเผชิญในครั้งนี้ จะเป็นความตั้งใจของโมร็อกโกหรือไม่

ปัจจุบัน มีการตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมเจ้าหน้าที่โมร็อกโกถึงปล่อยให้ประชาชนเสี่ยงชีวิตว่ายน้ำข้ามแดนผิดกฎหมาย เข้าไปในดินแดนสเปน โดยไม่ห้ามปราม และอาจจะถึงขั้นให้การสนับสนุนเสียด้วยซ้ำไป

จุดที่น่าสนใจ คือเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์ หลัง เปโดร ซานเชส นายกรัฐมนตรีสเปน เดินทางเยือนแอลจีเรียเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า โมร็อกโกไม่ถูกกับแอลจีเรีย ทำให้โมร็อกโกอาจจะไม่พอใจการเดินเกมทางการทูตของผู้นำสเปนในครั้งนี้ และเลือกใช้ผู้อพยพเป็นเครื่องมือกดดันสเปนหรือไม่

เหตุการณ์นี้คล้าย ๆ กับเมื่อเดือน พ.ค.2564 ที่มีผู้อพยพกว่า 10,000 คน ไหลทะลักเข้าเซอูตา หลังจากรัฐบาลสเปนอนุญาตให้หัวหน้ากลุ่มเคลื่อนไหว "โปลิซาริโอ" ในแอลจีเรีย เข้ารับการรักษาโควิด-19 ที่โรงพยาบาลสเปน แต่โมร็อกโกอาจไม่ใช่ฝ่ายเดียวที่ได้ประโยชน์

เมื่อปี 2561 เส้นทางฝั่งตะวันตกของเมดิเตอร์เรเนียน กลายเป็นเส้นทางอพยพที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สำหรับคนที่ต้องการแสวงหาโอกาสในยุโรป ซึ่งที่อยู่ใกล้แอฟริกาหลัก ๆ มี 3 จุด คือ เส้นทางแอฟริกาตะวันตกที่จะข้ามแดน เข้าไปที่หมู่เกาะคานารีของสเปน โดย 3 ชาติหลักที่ใช้เส้นทางนี้ มีทั้งเซเนกัล แกมเบียและโมร็อกโก

ส่วนเส้นทางเมดิเตอร์เรเนียนกลางมีตัวเลขผู้อพยพมากที่สุด กว่า 14,000 คน ขณะที่เมดิเตอร์เรเนียนตะวันตก มีไม่ถึง 8,000 คน ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ แต่ถ้านำตัวเลขดังกล่าวไปเทียบกับข้อมูลปี 2568 จะพบว่าเส้นทางเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตก เป็นเส้นทางเดียวที่มีผู้อพยพเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 40 ขณะที่เส้นทางอื่น ๆ ลดลงทั้งสิ้น

วิกฤตชายแดนสเปนสะเทือน EU ดันกระแสต่อต้านผู้อพยพพุ่งสูง

วิกฤตชายแดนสเปนสะเทือน EU ดันกระแสต่อต้านผู้อพยพพุ่งสูง

ในทุก ๆ ครั้งที่เกิดวิกฤตผู้อพยพ กลุ่มขวาจัดมักจะเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ และในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน โดยนับตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักการเมืองขวาจัดจากหลายประเทศในยุโรปต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์สเปนอย่างรุนแรง

อย่างจอร์เจีย เมโลนี ที่กำลังสูญเสียคะแนนนิยม ให้กับพรรคต่อต้านผู้อพยพน้องใหม่ ก่อนหน้าการเลือกตั้งในปีหน้า โดยนายกรัฐมนตรีอิตาลีงัดไม้แข็งออกมาใช้ ประกาศระงับข้อตกลงเชงเกนกับสเปน โดยอ้างเรื่องภัยคุกคามความมั่นคง ส่งผลให้จะมีการยกระดับการคุมเข้มตรวจสอบคนที่เดินทางมาจากสเปน

ตัวผู้นำสเปน มองว่า การกระทำของพันธมิตรหลายชาติเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวและการแบ่งขั้ว ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลยุโรปรู้อยู่เต็มอกว่า ผู้อพยพกลุ่มดังกล่าวไม่สามารถเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ของสเปนได้ แต่ก็ยังเลือกที่จะใช้วิธีการที่แข็งกร้าวต่อสเปนเช่นนี้

นักวิเคราะห์บางส่วน มองว่า ยุโรปกำลังใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ เพื่อปรามรัฐบาลสเปน ถึงนโยบายที่เป็นมิตรกับผู้อพยพมากกว่ายุโรปหลาย ๆ ชาติหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการนำเอาชาวเซเนกัล เพื่อทดแทนแรงงานที่กำลังขาดแคลนในประเทศ ซึ่งปมผู้อพยพถือเป็นประเด็นใหญ่ ที่ทำให้ยุโรปแตกคอกันในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา และเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ทำให้อังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปด้วย

ตอนนี้ มีกระแสข่าวว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลอาจจะอยู่เบื้องหลังวิกฤตผู้อพยพในครั้งนี้ หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ และ ทูตอิสราเอลประจำยูเอ็น อาศัยจังหวะนี้ออกมาโจมตีสเปน ซึ่งนี่จะเป็นการเอาคืนสเปน จากนโยบายต่อต้านสงครามอิหร่านหรือไม่ ก็ยังไม่มีใครตอบประเด็นข้อสงสัยนี้ได้ชัด ๆ สักที

อ่านข่าว :

นักเรียน ม.4 ชาย-หญิง พลัดตกอาคารเรียนย่านสายไหม บาดเจ็บสาหัส

ม้วนเดียวจบ ปมร้อนงบ สธ. "งบอีเวนต์-เงิน 6 หมื่นล้าน" ทำไมกลายเป็นข้อพิพาท

"ฟิล์ม รัฐภูมิ" ปฏิเสธทุกข้อหาคดีฟอเร็กซ์ ทนายยืนยันชี้แจงได้ทุกเรื่อง